โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ประกันสังคม’ ปรับเงินสมทบ ม.33 อัตราใหม่ เริ่มปี 2567

The Bangkok Insight

อัพเดต 31 ธ.ค. 2566 เวลา 14.59 น. • เผยแพร่ 01 ม.ค. 2567 เวลา 00.00 น. • The Bangkok Insight

ครบจบที่เดียว! ประกันสังคม ปรับเงินสมทบ ม.33 อัตราใหม่ เริ่มเมื่อไร จ่ายวันไหน เพิ่มเท่าไร เช็กรายละเอียดที่นี่

อัปเดตประกันสังคมมาตรา 33 (ม.33) ผู้ประกันตนเตรียมจ่ายเงินสมทบกองทุนประกันสังคมอัตราใหม่ปี 2567 กระทรวงแรงงาน โดยสำนักงานประกันสังคม (สปส.) กำลังพิจารณาการกำหนดค่าจ้างขั้นสูงที่ใช้เป็นฐานในการคำนวณเงินสมทบกองทุนประกันสังคม ของผู้ประกันตนมาตรา 33 อัตราใหม่

ประกันสังคม

ขั้นตอนการปรับค่าจ้างขั้นต่ำและขั้นสูงที่ใช้เป็นฐานในการคำนวณเงินสมทบกองทุนประกันสังคม ได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการประกันสังคมเมื่อกลางปี 2565 จากนั้นกระทรวงแรงงานได้ยกร่างกฎกระทรวง และนำร่างไปเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้อง

ครั้งที่ 1 ผ่านทางระบบกลางทางกฎหมาย (LAW.co.th) เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2566 ถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2566 โดย ณ วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2566 มีผู้ร่วมเสนอความเห็นแล้วมากกว่า 2,414 คน และจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 เป็นต้นไป

เหตุผลปรับฐานคำนวณเงินสมทบ

กฎกระทรวงฉบับที่ใช้อยู่ในปัจจุบันคือ ฉบับที่ 7 (พ.ศ.2538) ออกตามความในพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 ได้กำหนดค่าจ้างขั้นสูงที่ใช้เป็นฐานในการคำนวณเงินสมทบกองทุนประกันสังคมของผู้ประกันตนมาตรา 33 ไว้ไม่เกิน 15,000 บาท ซึ่งใช้บังคับมาตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคม 2538 จนถึงปัจจุบัน

โดยเหตุผลสำคัญของร่างกฎหมาย หรือกฎหมายใหม่ที่ สปส.นำมารับฟังความคิดเห็น ประกอบด้วย

  • เพื่อสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน และเป็นไปตามมาตรฐานเพดานค่าจ้างขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ
  • เพื่อความเพียงพอของสิทธิประโยชน์ที่เป็นเงินทดแทนการขาดรายได้
  • เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับกองทุนรองรับรายจ่ายค่ารักษาพยาบาลที่สูงขึ้น
  • เพื่อการกระจายรายได้จากผู้มีรายได้มากไปสู่ผู้มีรายได้น้อย ภายในระบบประกันสังคม

อัตราจ่ายเงินสมทบกองทุนประกันสังคม ม. 33 (เก่า)

ปัจจุบันกองทุนประกันสังคมได้กำหนดค่าจ้างขั้นสูงไว้สำหรับคำนวณเงินสมทบทุนประกันสังคมของผู้ประกันตนมาตรา 33 (ม.33) ไว้ไม่เกิน 15,000 บาท ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 และกำหนดให้ผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบสูงสุดที่ 750 บาท/เดือน

  • เงินเดือน 5,000 บาท จ่ายเงินสมทบ 250 บาท
  • เงินเดือน 10,000 บาท จ่ายเงินสมทบ 500 บาท
  • เงินเดือน 15,000 บาท จ่ายเงินสมทบ 750 บาท
  • เงินเดือนมากกว่า 15,000 บาท จ่ายเงินสมทบ 750บาท

อัตราการจ่ายเงินสมทบกองทุนประกันสังคม ม. 33 (ใหม่)

ปี 2567-2569 จํานวนไม่ต่ำกว่าเดือนละ 1,650 บาท และไม่เกิน 17,500 บาท

  • เงินเดือน 5,000 บาท จ่ายเงินสมทบ 250 บาท
  • เงินเดือน 10,000 บาท จ่ายเงินสมทบ 500 บาท
  • เงินเดือน 15,000 บาท จ่ายเงินสมทบ 750 บาท
  • เงินเดือน 17,500 บาท จ่ายเงินสมทบ 875 บาท
  • เงินเดือนมากกว่า 17,500 บาท จ่ายเงินสมทบ 875 บาท

ปี 2570-2572 จํานวนไม่ต่ำกว่าเดือนละ 1,650 บาท และไม่เกิน 20,000 บาท

  • เงินเดือน 5,000 บาท จ่ายเงินสมทบ 250 บาท
  • เงินเดือน 10,000 บาท จ่ายเงินสมทบ 500 บาท
  • เงินเดือน 15,000 บาท จ่ายเงินสมทบ 750 บาท
  • เงินเดือน 17,500 บาท จ่ายเงินสมทบ 875 บาท
  • เงินเดือน 20,000 บาท จ่ายเงินสมทบ 1,000 บาท
  • เงินเดือนมากกว่า 20,000 บาท จ่ายเงินสมทบ 1,000 บาท

ปี 2573 เป็นต้นไป จำนวนไม่ต่ำกว่าเดือนละ 1,650 บาท และไม่เกิน 23,000 บาท

  • เงินเดือน 5,000 บาท จ่ายเงินสมทบ 250 บาท
  • เงินเดือน 10,000 บาท จ่ายเงินสมทบ 500 บาท
  • เงินเดือน 15,000 บาท จ่ายเงินสมทบ 750 บาท
  • เงินเดือน 17,500 บาท จ่ายเงินสมทบ 875 บาท
  • เงินเดือน 20,000 บาท จ่ายเงินสมทบ 1,000 บาท
  • เงินเดือน 23,000 บาท จ่ายเงินสมทบ 1,150 บาท
  • เงินเดือนมากกว่า 23,000 บาท จ่ายเงินสมทบ 1,150 บาท
ประกันสังคม

ประโยชน์จากการปรับฐาน

ประโยชน์ที่เห็นได้ชัดเจนสำหรับผู้ประกันตนคือ ทำให้ผู้ประกันตนได้รับสิทธิประโยชน์จากกองทุนประกันสังคมเพิ่มขึ้น เนื่องจากฐานที่ใช้ในการคำนวณเพื่อรับสิทธิประโยชน์ดังกล่าวจะคำนวณจากค่าจ้างที่นำส่งเข้ากองทุนประกันสังคม ดังนี้

  • เงินทดแทนการขาดรายได้กรณีเจ็บป่วย 50% ของค่าจ้างที่นำส่งเข้ากองทุน
  • เงินทดแทนการขาดรายได้กรณีทุพพลภาพ 70% หรือ 30% ของค่าจ้างที่นำส่งเข้ากองทุน
  • เงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อการคลอดบุตร 50% ของค่าจ้างที่นำส่งเข้ากองทุน
  • เงินสงเคราะห์กรณีตาย 50% ของค่าจ้างที่นำส่งเข้ากองทุน
  • เงินทดแทนการขาดรายได้ในกรณีว่างงาน 50% หรือ 30% ของค่าจ้างที่นำส่งเข้ากองทุน
  • เงินบำนาญชราภาพไม่ต่ำกว่า 20% ของค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายที่นำส่งเข้ากองทุน โดยผู้ประกันตนที่ส่งเงินสมทบ 15 ปี จะได้รับบำนาญ 20% ของค่าจ้าง ส่วนผู้ประกันตนที่ส่งเงินสมทบมากกว่า 15 ปี จะได้รับบำนาญเพิ่มอีก 1.5% ทุกการส่งเงินสมทบครบ 12 เดือน

สำหรับเงินบำเหน็จชราภาพจะได้รับเพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติ เนื่องจากมีการนำส่งเงินสมทบเพื่อการจ่ายประโยชน์ทดแทนในกรณีชราภาพเพิ่มขึ้น จากการปรับฐานที่ใช้ในการคำนวณเงินสมทบ

ขอบคุณข้อมูล ประกันสังคม

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...