โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ถ้าไม่หยุดเชื้อเพลิงฟอสซิล โลกจะร้อนทะลุขีดจำกัด

IGreen

เผยแพร่ 30 ธ.ค. 2566 เวลา 10.21 น. • iGreen

เพื่อความเข้าใจสภาวะโลกร้อนในปัจจุบัน แม้ผลการประชุม COP28 จะได้ฉันทานุมัติว่าจะ "เปลี่ยนผ่าน" เชื้อเพลิงฟอสซิล แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทั่วโลกจะหยุดขุดเจาะเชื้อเพลิงโบราณนี้มาใช้ ในปีนี้จึงสามารถสรุปสถานการณ์ความคืบหน้าปัญหาโลกร้อนออกมาได้ 5 ประเด็น ดังนี้

  • โลกร้อนขึ้นจวนทะลุขีดจำกัดแล้ว

รายงานของ IPCC หรือคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศก่อนหน้านี้ ระบุชัดเจนว่า ปัจจุบันมนุษย์มีโอกาสน้อยมากที่จะจำกัดอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกไม่ให้เพิ่มขึ้นเกินกว่า 1.5 องศาเซลเซียส เมื่อเทียบกับระดับมาตรฐานก่อนยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม เนื่องจากแม้รัฐบาลประเทศต่างๆ จะเห็นพ้องและให้คำมั่นว่าจะไม่ปล่อยให้โลกร้อนขึ้นเกินขีดจำกัดดังกล่าว แต่ในความเป็นจริงขณะนี้อุณหภูมิเฉลี่ยโลกเพิ่มขึ้นเหนือระดับมาตรฐานไปแล้ว 1.1 องศาเซลเซียส ทั้งยังมีแนวโน้มว่าจะพุ่งสูงขึ้นอีกจนทะลุขีดจำกัด 1.5 องศาเซลเซียส ภายในช่วงทศวรรษ 2030 นี้อย่างแน่นอน

  • ต้องเลิกขุดเจาะเชื้อเพลิงฟอสซิล

ดร.ฟรีเดอริเคอ ออตโต หนึ่งในคณะผู้เขียนรายงานบอกกับบีบีซีว่า "…เรื่องควรที่ต้องทำอย่างเร่งด่วนก็คือ ต้องหยุดยั้งการเผาเชื้อเพลิงฟอสซิลให้ได้โดยเร็วที่สุด เท่าที่มนุษย์จะสามารถทำได้" เนื่องจากเชื้อเพลิงฟอสซิลอย่างถ่านหิน น้ำมันปิโตรเลียม และก๊าซธรรมชาตินั้น หมดอนาคตในการเป็นพลังงานของโลกยุคใหม่แล้ว ทุกประเทศจะต้องเลิกขุดเจาะเชื้อเพลิงชนิดนี้ขึ้นมาใช้โดยเร็วที่สุด และหันมาใช้พลังงานหมุนเวียน อย่างเช่น พลังงานลมหรือแสงอาทิตย์

อย่างไรก็ดี ก่อนการปิดฉากการประชุมเวที COP28 อนาคตของเชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันมากที่สุดในการเจรจาครั้งนี้ ประเทศที่พยายามผลักดันให้เกิดการยุติการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลไม่เห็นด้วยกับร่างฉบับใหม่ เนื่องจากร่างก่อนหน้านี้กำหนดไทม์ไลน์ชะตาของเชื้อเพลิงฟอสซิลด้วยการใช้คำว่า ”ยุติ“ ไม่ใช่แค่ ”เปลี่ยนผ่าน“

  • ทุกคนสามารถลงมือช่วยโลกได้

ไคซา โคโซเนน ผู้แทนของกรีนพีซที่เข้าร่วมสังเกตการณ์การประชุมของ IPCC ระบุว่า กิจกรรมรักษ์โลกที่คนทั่วไปทำได้นั้น รวมถึงการเปลี่ยนมารับประทานอาหารที่ทำจากพืชให้มากขึ้น หลีกเลี่ยงการเดินทางด้วยเครื่องบิน สร้างเมืองและชุมชนที่ผู้คนสัญจรไปมาด้วยการเดินและปั่นจักรยานกันเป็นหลัก ซึ่งอาจช่วยลดปริมาณคาร์บอนในบรรยากาศที่คาดการณ์ไว้ในปี 2050 ลงได้ 40-70%

  • สิ่งที่ทำลงไปวันนี้ ส่งผลถึงอีกหลายพันปีข้างหน้า

รายงานของยูเอ็นระบุว่า การกระทำและการตัดสินใจต่างๆ ของมนุษย์เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมในช่วงเวลา 7 ปีหลังจากนี้ จะส่งผลกระทบต่อเนื่องไปได้อีกหลายพันปี เช่น การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลก 2-3 องศาเซลเซียส ในระดับที่เหนือมาตรฐานของยุคก่อนการปฏิวัติอุตสาหกรรม จะทำให้แผ่นน้ำแข็งที่เกาะกรีนแลนด์และทางตะวันตกของทวีปแอนตาร์กติกาละลายไปจนเกือบหมด โดยจะไม่สามารถกลับคืนสู่สภาพเดิมไปอีกหลายสหัสวรรษ

  • ต้องเข้าใจว่า 'โลกร้อน' ไม่ใช่แค่เรื่องวิทยาศาสตร์ แต่เป็นปัญหาทางการเมือง

เชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นสาเหตุหลักทำให้โลกร้อน และประเด็นนี้ก็เป็นปัญหาทางการเมืองของกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานฟอสซิล นำโดยกลุ่มการเมืองในประเทศอาหรับ โดยเฉพาะซาอุดิอาระเบียที่เป็นหัวหอกในการล็อบบี้ไม่ให้ใช้คำว่า "ยุติ" การใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล แต่เลี่ยงบาลีไปใช้คำว่า "เปลี่ยนผ่าน" แทนในการร่างข้อตกลงในการประชุม COP28 นั่นหมายถึงจะมีการ "เล่นการเมือง" ว่าด้วยเรื่องเชื้อเพลิงฟอสซิลในการติดตามความคืบหน้าและในการประชุม COP ครั้งต่อไป

อ้างอิง:

https://www.bbc.com/thai/international-65045061

https://www.facebook.com/share/p/bkWcjjtuGWDABMUB/?mibextid=WC7FNe

อ่านในเว็บไซต์:5 ประเด็นโลกร้อน ถ้าไม่หยุดเชื้อเพลิงฟอสซิล อุณหภูมิจะสูงทะลุขีดจำกัด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...