4 วิธีลดกรรมสำหรับคนที่เคยหักหลังเพื่อนหรือหุ้นส่วน
++++++++++++
แหล่งรวมเบอร์มงคล วัตถุมงคลและเครื่องประดับเสริมดวง ชีวิตดีรอบด้าน บูชาและจับจองได้เลย กดตรงนี้ >> ที่นี่!
4 วิธีลดกรรมสำหรับคนที่เคยหักหลังเพื่อนหรือหุ้นส่วน
ชื่อหัวข้อมาก็ช่างน่าตกใจ อันที่จริงก็ไม่ดีเลยที่จะไปหักหลังคนอื่น ไม่ว่าเพื่อน หุ้นส่วน หรือแม้แต่ใครทั้งนั้น เพราะเป็นการประพฤติผิดอย่างน้อยก็ศีลข้อ 4 การพูดเท็จ หลอกลวงให้เข้าใจผิด ถ้ามีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยก็ลามผิดศีลข้อ 2 ที่เบียดเบียนทรัพย์ของผู้อื่นมาเป็นของตนไปด้วย
แต่ในเมื่อทำผิดไปแล้ว แน่นอนว่าย่อมเกิดวิบากกรรมที่จะตามมาในทางใดทางหนึ่ง มากน้อยแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับว่าตอนนั้นจะโดนบุญอื่นรักษาไว้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งวันนี้จะมาแนะนำหากได้ทำผิดลงไปแล้ว โดยขอบอกว่าไม่มีทางที่จะทำให้กรรมนั้นขาดลงได้ แต่เป็นการเอาน้ำดีมาเจือจางน้ำเสียให้เบาบางลงที่สุด 4 วิธีหลัก ดังนี้
1. สำนึกผิด … ฟังดูเหมือนง่ายแค่นี้แต่ทำยากที่สุดแล้ว เพราะคนทั่วไปยากนักที่จะมองว่าตัวเองผิด คนเรามองเพ่งโทษคนอื่นเสมอ ไม่มีใครดีพร้อมสมบูรณ์ย่อมมีจุดด่างพร้อยบ้างเป็นธรรมดา อย่างน้อยที่สุดคือความยึดมั่นถือมั่นว่าฉันถูกคนอื่นผิด แค่นี้ก็เป็นไฟกิเลสที่เผาคนได้ทั้งคนแล้ว เมื่อวางใจเป็นกลางได้ ลองสำรวจจุดบกพร่อง แล้วสำนึกตัวเองในจุดที่ทำผิดไป … เปรียบเหมือนถ้าคนป่วยจะรับการรักษา ต้องรู้ตัวเองก่อนว่าฉันป่วย ไม่เช่นนั้นก็คงดื้อดึง ใครเอายาดีที่ไหนมาให้ก็ไม่ยอมกินอยู่ดีแล้วใครจะไปช่วยได้ สำนึกผิดนี้ คือต้นทางของการเดินหันหลังให้ทางบาปทั้งหลาย ถ้าสำนึกผิดได้แล้ว มองตัวเองกลับมาด้วยใจเป็นกลางได้แล้ว ว่าเราทำผิดอะไร ทำไม่ดีตรงไหนก็เรียนรู้จากประสบการณ์อันนั้น แล้วตั้งใจเสียใหม่ ปรับเข็มทิศการปฏิบัติตัวเสียใหม่ไปในทางที่ดีมากขึ้น แล้วให้คำมั่นกับตัวเองว่าจะไม่ทำแบบนั้นอีก แค่นี้ก็ถือว่าช่วยลดวิบากกรรมได้มากอย่างยิ่ง
2. เปิดใจขอขมากรรมคุยกับคู่กรณี …. เป็นอีกขั้นนึงที่ยากขึ้น รู้หรือไม่ว่าความโกรธความชังที่สุมเก็บไว้ รอไปขอขมากันตอนเคาะฝาโลง จุดธูปเรียกมาฟังนั้น แทบจะไม่เกิดประโยชน์ใดเลย อีกฝั่งจะได้ยินรับรู้หรือเปล่า เค้ายอมคลายปมพยาบาทให้หรือไม่ และที่สำคัญคือ ทุกอย่างสายไปแล้วที่จะแก้ไขให้ดีต่อกันได้อีก แน่นอนหละว่าเป็นเรื่องลำบากใจ ที่คนเราจะลดอัตตาตัวตน หรือเรียกแบบฝรั่งว่า “อีโก้” แต่รู้หรือไม่ว่านี่คือการชดใช้กรรม แบบที่จะกอบโกยกุศลหลายเด้ง โดยไม่ต้องควักกระเป๋าเลยสักบาท เหมือนที่พระท่านสอนว่ากุศลที่ยิ่งใหญ่คือ“อภัยทาน” ไม่ใช่ว่าเราต้องเป็นฝ่ายโกรธเขาเสมอไป แต่อภัยทานก็ทำจากผู้ถูกโกรธได้เช่นเดียวกัน วางอีโก้ลงก่อนแล้วจะได้กุศลก้อนใหญ่มาแทน
3. ชดใช้ชดเชยสิ่งที่เสียไป … แม้บางอย่างจะเสียหายไปแล้ว ไม่ว่าทางทรัพย์สิน หรือทางจิตใจ แต่การได้ทำอะไรชดเชยให้เขาบ้าง ก็เป็นการสำนึกผิดอย่างหนึ่ง ที่จะช่วยลดหนักให้เป็นเบาลงได้ ซึ่งสิ่งที่ชดเชยนั้น ควรทำด้วยความตั้งใจ อ่อนน้อม และมีคุณค่าเหมาะสมคู่ควร ให้อีกฝั่งสามารถสัมผัสได้ว่า เรามีความตั้งใจในสิ่งนี้ แต่ต้องเข้าใจอีกฝั่งด้วยว่า เขาอาจจะยังมีโทสะอยู่ ซึ่งนี่ก็คือการทดสอบความจริงใจของเรา เช่นเดียวกันว่าจะโต้ตอบไปด้วยบุญ ช่วยผ่อนหนักเป็นเบา หรือบาปที่ยิ่งผูกปมให้แน่นหนาไปอีก
4. ระวังความประพฤติในอนาคต …. นี่คือบททดสอบแบบยาวๆ ว่าเราได้ถอดถอนตัวเองออกจากเส้นทางก่อกรรมมาได้แค่ไหน ขั้นสูงสุดนี้ทดสอบกันด้วย เวลาและความต่อเนื่อง หากเราสำรวมระวังได้อย่างสม่ำเสมอ ไม่ทำสิ่งนี้กับใครซ้ำอีก จนความสะอาดนี้เป็นนิสัยติดตัวไปเรื่อยๆ ย่อมการันตีได้ว่า เราเดินออกมาไกลจากเหตุของความผิดบาปนั้นแล้ว แม้กรรมที่สร้างไว้แล้ว ย่อมส่งผลแน่นอนซึ่งไม่ทราบได้ว่าจะมาเมื่อไหร่ แต่ให้ภูมิใจไว่ว่า อย่างน้อยกรรมนั้นจะโดนเจือจางลงเรื่อยๆ ด้วยความตั้งใจทั้งทางกายและทางใจที่ดี
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
สนใจติดต่อจองคิวนักพยากรณ์สุดแม่น โทร. 061-645-1414 , 094-226-5194 , Line: @horosociety
ติดตามผลงานของทีมโฮโรโซไซตี้ได้ที่ FB:Horosociety, Website:horosociety.com