โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พ่อน้องเฟิร์น สุดหดหู่ดูห้องพักลูก เชื่อกลัวจนสติหลุด ชี้เคาะห้องผิดข้ออ้าง

Khaosod

อัพเดต 17 ธ.ค. 2566 เวลา 08.45 น. • เผยแพร่ 17 ธ.ค. 2566 เวลา 08.45 น.

จากกรณีสลด น้องเฟิร์น นศ.ป.เอก พยายามหนีจากคนเมาที่พยายามบุกห้องเข้ามากลางดึก จนกลายเป็นเหตุสลดพลัดตกจากเมนชั่นลงมาเสียชีวิต ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างสอบสวนและดำเนินคดีต่อไป

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 17 ธ.ค.ทีมงานเพจสายไหมต้องรอด พานายสมชาย สีชำนาญ อายุ 60 ปี พ่อผู้ตาย เดินทางมาที่แมนชั่นซอยลาดปลาเค้า 3 ซึ่งเป็นที่เกิดเหตุ เพื่อติดต่อสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับผู้จัดการตึก

โดยได้พบกับแม่บ้าน จึงได้สอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้น ซึ่งได้กอดพ่อของผู้เสียชีวิต พร้อมระบุว่า ตนเป็นแม่บ้านดูแลตึก คนก่อเหตุไม่ใช่สามีตนเอง

คืนเกิดเหตุ คนเมาได้โทรหาตนเอง ซึ่งอ่านทะเบียนผิด จึงบอกว่าคนเมาว่า จะตามน้องเฟิร์นมาขยับรถให้ แต่คนเมาบอกว่า ไม่ต้องเดี๋ยวขึ้นไปเอง พอมาถึงก็พบว่าน้องอยู่ที่พื้นแล้ว ส่วนคนที่ก่อเหตุไม่ได้มาบอกอะไรเลย

ทั้งนี้ทางแมนชั่นยังคงเก็บรวบรวมเศษกระเบื้องหลังคาที่ร่วงแตกจากคืนวันเกิดเหตุ ใส่ถังสีพลาสติกไปที่หน้าทางเข้า โดยบริเวณที่เกิดเหตุพบว่ามีพวงมาลัยแขวนอยู่ที่รถจักรยานยนต์คันหนึ่งในจุดเกิดเหตุด้วย

นายสมชาย กล่าวว่า นานๆ ทีตนเองจะติดต่อกันกับลูกสาว แต่เจ้าตัวไม่เคยเล่าว่าที่แมนชั่นนี้มีปัญหาอะไร ยอมรับว่าพอมาถึงแล้วกลับไม่พบผู้ใดก็รู้สึกหดหู่และเสียใจ โดยตนเพิ่งมาที่หอพักนี้เป็นครั้งแรก

ส่วนตัวเชื่อว่าลูกคงกลัวมากจนสติหลุด เพราะลูกเป็นคนขี้กลัวอยู่แล้ว และตั้งแต่เกิดเรื่องก็ยังไม่มีใครติดต่อมา หากได้คุยกับคนก่อเหตุก็อยากรู้ว่าเจตนาแรกที่ตั้งใจขึ้นมาถึงห้องนั้นคืออะไร

คิดว่าเรื่องจอดรถทับที่ตัวเองและไปเคาะผิดห้องคงเป็นข้ออ้าง อีกทั้งไม่มั่นใจว่าทำไมระเบียงห้องจึงไม่ติดลูกกรงเพื่อความปลอดภัย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...