รองเลขาธิการ กสทช. ร้องวุฒิสภาสอบ “นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์” ขาดคุณสมบัติ เปิดหลักฐานนั่งบอร์ด BBL
รองเลขาธิการ กสทช. ทำหนังสือร้องประธานวุฒิสภา ขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติของ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานกรรมการ กสทช. เปิดหลักฐานนั่งบอร์ด ธนาคารกรุงเทพ (BBL)
นายภูมิสิษฐ์ มหาเวสน์ศิริ รองเลขาธิการ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ทำหนังสือร้องประธานวุฒิสภาเมื่อวันที่ 28 ก.ย.66 เพื่อขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติของ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานกรรมการ กสทช.
ว่ามีลักษณะต้องห้าม ตามมาตรา 7ข (12) และกระทำการอันเป็นการฝ่าฝืน ตามมาตรา 8 และมาตรา 18 รวมทั้งมิได้ปฏิบัติหน้าที่เต็มเวลา ตามมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 และที่แก้ไขเพิ่มเติมหรือไม่
พร้อมทั้งยื่นหลักฐานเอกสารว่า รายงานประจำปีของธนาคารกรุงเทพ (BBL) เมื่อเดือน มี.ค.65 แสดงรายชื่อกรรมการของบริษัท มีชื่อ นพ.สรณ นั่งเป็นกรรมการ ทั้ง ๆ ที่เป็น นพ.สรณ ได้รับคัดเลือกจากวุฒิสภาให้เป็นกรรมการ กสทช. เมื่อวันที่ 20 ธ.ค.64
ซึ่งนพ.สรณ เป็นกรรมการ BBL ตั้งแต่ 26 ส.ค.62 และลาออกเมื่อวันที่ 14 ม.ค.65 แต่ผู้ได้รับคัดเลือกจาก สว.ให้เป็นประธาน กสทช.จะต้องลาออกจากตำแหน่งอื่นไม่เกิน 15 วันตามที่กฎหมายกำหนด และต่อมา นพ.สรณ ยังได้รับการเสนอชื่อในที่ประชุมผู้ถือหุ้นสามัญประจำปีครั้งที่ 29 วันที่ 12 เม.ย.65 ให้เป็นกรรมการ BBL อีกครั้ง
นอกจากนั้น ปัจจุบัน นพ.สรณ ยังคงเป็นแพทย์สาขาวิชาโรคหัวใจ คณะแพทย์ศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี
ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการการเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และการโทรคมนาคม วุฒิสภา ซึ่งมี พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ ประธาน กมธ. ได้มีการประชุมครั้งที่ 42/2566 เมื่อวันที่ 12 ธ.ค.66 มีมติรับเรื่องไว้พิจารณา โดยมอบหมายคณะอนุกรรมาธิการพิจารณากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และการโทรคมนาคม ดำเนินการแสวงหาข้อเท็จจริง รวบรวมข้อมูลเบื้องต้น โดยมีกรอบระยะเวลาดำเนินการภายใน 60 วัน
รายงานข่าวจาก กสทช.ระบุว่า คณะกรรมการกสทช. อยู่ระหว่างการสรรหาเลขาธิการ กสทช. ที่ยืดเยื้อมานานก็ยังไม่มีทีท่าจะจบลง โดย นพ.สรณ ได้ตัดสิทธิผู้สมัครเลขาธิการ กสทช. 7 รายจากทั้งหมด 8 ราย เว้นแต่นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการ เลขาธิการ กสทช.
พร้อมระบุว่าประธาน กสทช.จะตัดสินใจเพียงผู้เดียวโดยไม่ผ่านความเห็นชอบของบอร์ด กสทช.ทั้งคณะ ขณะที่บอร์ด กสทช.เมื่อ 9 มิ.ย.66 มีมติเสียงข้างมากให้พ้นจากตำแหน่งรักษาการ เลขาธิการ กสทช. คงไว้แต่ตำแหน่งรองเลขา กสทช. หลังถูกตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าอาจกระทำความผิดกรณีสนับสนุนค่าใข้จ่ายในการซื้อลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสองรายการฟุตบอลโลก 2022 รอบสุดท้าย
โดยประธาน กสทช.ไม่เซ็นยกเลิกคำสังตั้งนายไตรรัตน์เป็นรักษาการ เลขาธิการ กสทช. และไม่แต่งตั้งนายภูมิศิฐ์ มหาเวสน์ศิริ รองเลขาธิการ กสทช. ขึ้นมารักษาการแทน ซึ่งอ้างเป็นอำนาจประธานกสทช.