โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

Toyota Crown Sedan 2024 เปิดขายญี่ปุ่นเริ่ม 1.739 ล้านบาท

Car2day

อัพเดต 01 พ.ค. 2567 เวลา 13.19 น. • เผยแพร่ 03 พ.ย. 2566 เวลา 07.25 น. • Car2Day

หลังเผยหน้าตาและสเปกกันไปแล้วสำหรับ Toyota Crown Sedan เก๋งใหญ่เจเนอเรชันที่ 16 ครั้งนี้ Toyota วางเดิมพันยอดขายเดือนละ 600 คัน

เก๋งใหญ่ตรามงกุฎเจนที่ 16 มาแบบ Fastback Sedan หรูหราด้วยติดตรามงกุฎบนฝากระโปรงหน้ารถไฟหน้าเป็นแบบ LED 4 ดวง และ Bi-Beam LED ดวงเดียว กระจังหน้าขอบสีโครเมียมดำพร้อมช่องระบายอากาศขนาดใหญ่ในชุดกันชนหน้าทรงสปอร์ต ติดตั้งไฟท้าย LED เส้นเดียวแนวยาวที่มีทั้ง ไฟเบรก ไฟท้ายหลัก ไฟเลี้ยว และไฟถอยในโคมเดียวกัน พร้อมตราสามห่วงติดท้ายรถ การตกแต่งสีดำเข้มตั้งแต่ฝากระโปรงหน้ากับหลัง กันชนหลัง กระจกมองข้าง มือจับประตู หลังคามีทั้งแบบ Panoramic Moonroof และมูนรูฟบานเดียว

ล้ออัลลอยที่มีให้เลือกทั้งขนาด 19 นิ้วพร้อมยาง 235/45R19 ขนาด 20 นิ้วพร้อมยาง 245/45R20 จากค่าย Dunlop “e.SPORT MAXX”สร้างจากแพลตฟอร์ม TNGA-L พื้นฐานเดียวกันกับ Lexus LS กับ Toyota Mirai ด้วยความยาว 5,030 มิลลิเมตร ความกว้าง 1,890 มิลลิเมตร ความสูง 1,475 มิลลิเมตร ฐานล้อ 3,000 มิลลิเมตร ความสูงจากใต้ท้องรถ 130-135 มิลลิเมตร และความจุถังน้ำมัน 82 ลิตร

Toyota

ภายในยกมาจาก Toyota Crown Crossover และ Sport ตั้งแต่ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันสามก้านตกแต่งโลโก้ตรามงกุฎ พร้อมจอทัชสกรีนคู่ 12.3 นิ้ว ที่มีทั้งมาตรวัดดิจิตอลและจอสัมผัสควบคุมระบบบันเทิงและการเชื่อมต่อในชุดจอเดียวกัน เชื่อมต่อทั้ง Apple CarPlayไร้สาย Android Auto พร้อมลำโพง มากถึง 14 จุด Toyota Premium Sound System จอแสดงผลเหนือคอนโซลหน้า Head Up Display เครื่องปรับอากาศแยกส่วน 3 จุดทั้งด้านหน้าซ้ายขวา และด้านหลังหนึ่งจุด ไฟสร้างบรรยากาศ Multi-color illumination 64 สี จ่ายไฟภายนอกด้วยช่องเสียบปลั๊ก AC100V 1500W และท้ายรถมีพื้นที่การขนของมากถึง 450 ลิตร

Toyota

ขุมพลังเป็นแบบขับเคลื่อนล้อหลังเริ่มที่เบนซิน Dynamic Force Hybrid 2.5 ลิตร A25A-FXS ให้กำลังถึง 185 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 225 นิวตันเมตรที่ 4,200-5,000 รอบต่อนาที จากเครื่องยนต์ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าสองตัวเริ่มที่ ด้านหน้า 3NM ให้กำลังถึง 119 แรงม้า แรงบิด 202 นิวตันเมตร มอเตอร์ไฟฟ้าหลัง 5NM 54 แรงม้า แรงบิด 121 นิวตันเมตร

แบตเตอรี่ Hybrid แบบ Nickel-Metal 4.3 Ah เมื่อทำงานร่วมกันให้แรงม้ามากถึง 249 แรงม้า คู่กับระบบเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด เลือกได้ห้าโหมดสำหรับการขับขี่ Rear Comfort, Normal, Eco, Sport และ Custom โดยเป็นระบบไฮบริดแบบ multi-stage hybrid การรวมเครื่องยนต์ มอเตอร์ และสเต็ปเกียร์เข้าด้วยกัน เพื่อตอบสนองการขับขี่เร่งแซงได้ทุกช่วงความเร็ว ปลดปล่อยมอเตอร์ไฟฟ้าทำงานตั้งแต่ความเร็ว 48 กิโลเมตรต่อชั่วโมงจากเดิม 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

เวอร์ชันไฟฟ้าเติมไฮโดรเจนแบบ ECEV ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า Permanent magnet synchronous motor รุ่น 4JM ให้กำลังมากถึง 182 แรงม้าที่ 6,940 รอบต่อนาที แรงบิด 300 นิวตันเมตรที่ 0-3,267 รอบต่อนาที พร้อมแบตเตอรี่แบบ lithium-ion ขนาดเล็กลงเพียง 4 Ah จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ Single Speed ขับเคลื่อนล้อหลัง ผนวกกับถังไฮโดรเจน 3 ถังแรงดัน รหัส FCB130 แรงดัน 70 MPa ซุกใต้ท้องรถมีความจุถังทั้งหมด 141 ลิตร (แบ่งเป็นถังที่หนึ่ง 64 ลิตร ถังที่สอง 52 ลิตร และถังที่สาม 25 ลิตร) ให้พลัง 174 แรงม้า แรงบิด 330 นิวตันเมตร แถมวิ่งไกลสุดต่อการเติมหนึ่งครั้งเพียง 820 กิโลเมตร เติมหนึ่งครั้งเพียง 3 นาที เป็นขุมพลังยกมาจาก Toyota Mirai

พร้อมความปลอดภัย Toyota Safety Sense 3.0 ครบครันด้วย Automatic High Beam ลดความสว่างของไฟสูงโดยอัตโนมัติเมื่อพบรถสวน, Dynamic Radar Cruise Control แปรผันความเร็วอัตโนมัติโดยใช้เรดาห์ตรวจจับรถคันหน้า, Road Sign Assist ช่วยสังเกตป้ายสัญญาณเตือน, Pre-Collision System with Pedestrian Detection เตือนการชนด้านหน้าพร้อมระบบตรวจจับ, Lane Departure Alert with Steering Assist ช่วยเตือนเมื่อออกนอกเลนพร้อมฟังก์ชันหน่วงพวงมาลัยกลับอัตโนมัติ, Lane Tracing Assist ช่วยรักษาตำแหน่งรถในช่องทาง, Blind Spot Monitor แจ้งเตือนมุมอับสายตา, Rear Cross Traffic Alert แจ้งเตือนเมื่อมีรถวิ่งเข้ามาทางด้านข้างขณะถอยหลัง

Toyota

Toyota Crown Sedan มีทั้งหมด 6 สีทั้งสีขาว Precious White, สีดำ Black, สีเทา Precious Metal, สีบรอนซ์เงิน Precious Silver, สีน้ำตาล Precious Bronze และสีน้ำเงินเข้มในราคาเริ่มต้น 7,300,000-8,300,000 Yen หรือราว 1,739,000-1,975,000 บาท เป็นราคาไม่รวมภาษีนำเข้าของไทย แต่ถ้านำเข้ามาขายในไทยราคารถรวมภาษีจะอยู่ที่ 3,709,000-4,215,000 บาท

ที่มา Carwatch

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...