โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

รัดเกล้า สุวรรณคีรี ลูกโฆษกสามสี ปกป้องต้นทุนลุงตู่ ทำจริง ไม่ปิดทองหลังพระ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 04 พ.ย. 2566 เวลา 02.10 น. • เผยแพร่ 04 พ.ย. 2566 เวลา 02.23 น.
รัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี

คอลัมน์ : สัมภาษณ์พิเศษ ผู้เขียน : ปิยะ สารสุวรรณ

รัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน 1 เข้าสู่เดือนที่ 3 ของการบริหารราชการแผ่นดิน ณ ศูนย์กลางอำนาจประเทศไทย ทำเนียบรัฐบาล นโยบายเรือธง ทั้งโครงการแจกเงิน 1 หมื่นบาท ค่าแรง 600 บาทต่อวัน เงินเดือนปริญญาตรี 25,000 บาท ยังลูกผีลูกคน

“ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์พิเศษ “รัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี” รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 1 ใน 4 ทีมโฆษกรัฐบาล หลังจากปรับตัว 1 เดือนกับบทบาทในฐานะ “กระบอกเสียงรัฐบาล” ที่ต้องเตรียมรับมือกับทุกความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น

“รองโฆษกรัฐบาลป้ายแดง” เริ่มบทสนทนาทันทีหลังจากกลับออกมาจากการเข้าร่วมประชุม “บอร์ดอีวี” ว่า เป็นเรื่อง“เทคนิเคิลมาก ๆ” การต้องมารับหน้าที่ “รองโฆษกรัฐบาล” ต้องนับ 1 เลยหรือไม่

“หลายเรื่องก็ใช่ ด้วยพรรครวมไทยสร้างชาติมีรัฐมนตรี 4 กระทรวง อุตสาหกรรม พลังงาน ช่วยคลัง แค่ 3 กระทรวงนี้ก็เศรษฐกิจมาก อีกอันเป็นเกษตรก็จริง แต่บางเรื่องก็ไปแตะเศรษฐกิจ”

รัดเกล้ายอมรับว่า ต้องแบกความคาดหวัง โดยเฉพาะ “พี่ ๆ นักข่าวเศรษฐกิจ” เพราะ “พี่ชาย” ของเธอ (ดร.เบญจรงค์) ก็ “ด็อกเตอร์” เศรษฐกิจจากมหาวิทยาลัยคอร์เนล “คุณพ่อ (ดร.ไตรรงค์ สุวรรณคีรี) ก็ด็อกเตอร์เศรษฐกิจ”

เธอจึงต้องออกตัว-แนะนำตัว ว่า “หนูจบสายสังคมค่ะ”

“เรื่องเศรษฐศาสตร์ไม่ใช่ความถนัดของเรา แต่คุณพ่อเคยปูพื้นมาก่อนว่า เศรษฐศาสตร์ไม่มีอะไรมาก เศรษฐศาสตร์เป็นเรื่อง common sense ถ้าเข้าใจหลักที่เชื่อมโยงกันหมด อะไรทำแล้วสร้างผลกระทบอะไร”

“ไม่ได้เอาโมเดลมานั่งกางแล้วมาเริ่มเศรษฐศาสตร์ 101 แต่ให้หลักการว่า อย่าไปกลัว เปิดใจเรียนรู้ เดี๋ยวก็เข้าใจเอง” เธอเล่าถึงพ่อบังเกิดเกล้าที่เป็นเสมือนครูคนแรกในวิชาเศรษฐศาสตร์เบื้องต้น

“ตอนมาเป็นรองโฆษกรัฐบาลก็ถามคุณพ่อเหมือนกันว่า เขาให้เป็นรองโฆษกทำไงดี พ่อก็บอกว่า สนุกดี ทำเลย ตามสไตล์ของคุณพ่อที่เลี้ยงลูกมา ไม่ตีกรอบให้ ปล่อยให้เป็นตัวของตัวเองระดับหนึ่ง คอยดูอยู่ห่าง ๆ ไม่เข้าใจให้มาถาม บางทีนั่งกินข้าวกัน ท่านก็จะสอนธรรมะ สอนอะไรที่เป็นแก่นให้เราไปประยุกต์ใช้”

“คุณพ่อบอกว่า การทำงานกับคนอื่น ทำตัวให้เหมือนรวงข้าว อย่าทำตัวเหมือนข้าวที่ชูหน้าขึ้น เชิดสูง ยิ่งตำแหน่งยิ่งสูง ถ้าเชิดสูง ชาวนาทุกคนรู้ว่าข้าวนั้นกลวง แต่ข้าวที่มีน้ำหนัก มีสาระอยู่ข้างใน มันจะโน้มตัว ยิ่งข้าวอิ่มเท่าไร ยิ่งโน้มตัวต่ำเท่านั้น”

“เราอย่าคิดว่ามาบริหารเขา ข้าราชการอยู่กันมาเป็นสิบปี การเมือง 4 ปีเปลี่ยนที ชื่อตำแหน่งคือการมาบริหารข้าราชการ แต่จริง ๆ คือ การมาทำงานร่วมกัน และเราจะต้องพึ่งเขา การเมืองเข้ามา บางคนอายุน้อย ไม่เข้าใจหลักการ ใช้วิธีสั่งข้าราชการ จะทำให้ไม่ได้งานอะไรเลย” คำสั่ง-คำสอนของโฆษกรัฐบาลรุ่นพ่อสู่โฆษกรัฐบาลรุ่นลูก

“การเป็นโฆษก หนึ่งใน challenge คือ stakeholders เยอะ ต้องประสานให้ได้ทุกกระทรวง ต้องคุยให้ได้ทุกอธิบดี ทุกรัฐมนตรี กับพี่ ๆ นักข่าวเหมือนกัน บางคนอยู่ตั้งแต่รุ่นพ่อ”

นามสกุล สุวรรณคีรี ไม่รักทุกคน

คิดว่าการมีนามสกุล “สุวรรณคีรี” มีคุณพ่อที่ชื่อ “ไตรรงค์” อดีตรองนายกรัฐมนตรี-อดีตรัฐมนตรี มีดีกรีเป็นถึงอดีตโฆษกรัฐบาลรุ่นลายครามที่ได้รับฉายาว่า “โฆษกสามสี” จะทำให้เธอมีแต้มต่อมากกว่าคนอื่น

“การที่คุณพ่อทำไว้ดี หนึ่ง ช่วยตอนลงพื้นที่หาเสียงเลือกตั้ง ถ้าเป็นตาสีตาสาเดินลงไป มาเป็นผู้สมัครลงเขต คนไม่สนใจ ไม่คุยด้วย แต่พอเราบอกว่า เป็นลูกสาวคุณพ่อไตรรงค์ อย่างน้อยเขาหยุดสิ่งที่ทำอยู่แล้วหันมาคุยกับเรา”

“แต่นามสกุลและประสบการณ์ที่คุณพ่อทำไว้ก็ทำให้ได้แค่ เปิดประตูให้คนสนใจ บางคนอาจจะได้ยินชื่อสุวรรณคีรี ก็ไม่ได้รักทุกคนนะ บางคนรักก็เปิดใจ เปิดประตูกว้างหน่อย บางคนแค่แง้ม ๆ ดู ไหนดูซิมันหน้าตาเป็นยังไง อย่างน้อยเขาก็เปิดประตูมาดู”

“หน้าที่อยู่ที่เรา เมื่อได้โอกาส เราเอามาใช้ต่อยอดอย่างไร ทำตัวน่าสนใจไหม เข้าถึงเขาได้หรือเปล่า ทำให้คนที่คุยกับเราแล้วรู้สึกได้ว่า เออ คนคนนี้มันมีอะไรมากกว่าแค่เป็นลูก ดร.ไตรรงค์”

รัดเกล้ายอมรับว่า การมีต้นทุนทางการเมืองกลับตรงกันข้าม-กลายเป็นความกดดันเช่นเดียวกัน

“ทุกสายตาก็จับจ้อง ยิ่งตอนนี้มาเป็นรองโฆษกรัฐบาลในนามของพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่รัฐมนตรีอยู่ในกระทรวงหลัก ๆ ด้านเศรษฐกิจ ทุกคนคาดหวังว่าจะต้องตอบเรื่องเศรษฐกิจได้ มีความกดดัน”

รัดเกล้าออกจากการทำงานในภาคเอกชนที่มีตำแหน่งถึงระดับบริหาร เงินเดือนดี-สวัสดิการมั่นคง career path มีทุกอย่าง แต่เมื่อตัดสินใจทิ้งมาแล้วเพื่อมาทำงานการเมือง เธอพร้อมที่รับแรงกดดัน-ก้าวข้าม-ข้อจำกัดไปให้ได้ เธอชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่แล้ว มั่นใจว่าทำได้แน่นอน

อดีตผู้สมัคร สส.กทม. เขต 33 บางพลัด-บางกอกน้อย “พรรคลุงตู่” เล่าเหตุการณ์ช่วงหาเสียงเลือกตั้งที่ต้องรับมือกับคนที่ชอบ-ไม่ชอบ

“ดูก่อนว่าเขาไม่ชอบเราเบอร์ไหน (หัวเราะ) พัดลมยังมีเบอร์ 1 ถึงเบอร์ 5 เคยเจอทุกเบอร์ เจอเลกเชอร์ความยาว 1 ชั่วโมง เรื่องสถาบัน เน่ใช้วิธีรับฟังและอธิบายให้เขาฟัง”

“แม้เขาจะฟังหรือไม่ฟังก็ตาม แต่สิ่งที่เราทำได้มากสุดก็แค่โยนความ เอ๊ะ เข้าไปอยู่ในสมองเขา สักวันหนึ่งคิดว่าจะประสบความสำเร็จในการให้ความรู้ในอีกมุมหนึ่ง”

ไม่เคลมผลงานเป็นของพรรค

รองโฆษกจากพรรคที่มีรากเหง้ามาจาก “ลุงตู่” ยืนยันเสียงสูงว่า “ไม่มี” แย่งซีนแถลงเรื่องใหญ่ “ให้เกียรติกัน” โดยแบ่งงานแถลงมติ ครม.ตามพรรคต้นสังกัดที่เป็นเจ้ากระทรวง หากคาบเกี่ยวกันต้องแสดงสปิริตให้พรรคที่เป็นรัฐมนตรีว่าการ

“ท่านโฆษกหมอชัย (วัชรงค์ โฆษกรัฐบาล) เคารพทุกคนที่เข้ามาทำงานทีมโฆษก ออกตัวก่อนเลย โฆษกแต่ละคนมาจากต่างพรรค ตามธรรมเนียมปฏิบัติ คุณมีรัฐมนตรีดูแลกระทรวงไหน คุณดูแลไป”

ด้วยความถนัดของรัดเกล้ามาตรงสาย-สายสังคม เธอจึงอาสาแถลงมติ ครม.ที่เกี่ยวกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กอปรกับรู้จักส่วนตัวกับ “ท็อป-วราวุธ ศิลปอาชา” หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา เจ้ากระทรวง “แม่กับแม่เป็นเพื่อนกัน”

เพื่อนใหม่-โฆษกหน้าใหม่ต่างพรรค ทีมเดียวกันกับรัดเกล้าที่ผูกมิตรด้วย คือ “รองผึ้ง” เกณิกา อุ่นจิตร์ รองโฆษกรัฐบาลจากค่ายพรรคร่วมรัฐบาล-พลังประชารัฐ เพราะชอบไปนั่งกินข้าวกลางวันวงเดียวกัน

รัดเกล้ายอมรับว่าเป็นเรื่องใหม่ของเธอที่ต้องแยกระหว่างการสวมหมวกรองโฆษกรัฐบาล และทีมโฆษกพรรค จึงต้อง “มีสติ” ตลอดเวลาในการสื่อสารว่าจะออกมาในนามของรัฐบาลเศรษฐา หรือพรรครวมไทยสร้างชาติ

“ทุกอย่างคือผลงานของรัฐบาล ไม่ใช่เคลมว่าของพรรคไหน ไม่ใช่หน้าที่ของโฆษกรัฐบาล เป็นหน้าที่ของโฆษกพรรค”

รัดเกล้าเปิดความรู้สึกวินาทีขึ้นโพเดียมแถลงมติ ครม.ครั้งแรก บนเวทีตึกนารีสโมสร สถานที่ปั้นดาวประดับวงการการเมืองมานับไม่ถ้วน ขณะเดียวกันก็ดับแสงดาวฤกษ์ที่สว่างไสวให้หายวับ “ตื่นเต้น ใจสั่น แต่พยายามคุมเสียง”

24 ชั่วโมง ก่อนแถลงมติ ครม. เธอเตรียมตัว-ทำการบ้าน โดยการอ่านแฟ้ม-ไฟล์เอกสาร ครม.ที่ถูกจัดเรียงไว้ใน “ชั้นความลับ” เพื่อไฮไลต์-เก็งข้อสอบ ตัวเลขที่จะต้องถูกถาม-ตอบ โดยมีทีมโฆษกรัฐบาลประคับประคอง-เติมเต็มให้การแถลงข่าวลุล่วงไปได้

พลีร่าง แฟนคลับลุงตู่ ทัวร์ลง

“ทีมโฆษก 4 คนเป้าหมายเดียวกัน ทำงานร่วมกันไม่ยาก เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ ไม่จำเป็นต้องปรุงแต่ง จึงเป็นความยากที่ต้องสร้างความเข้าใจกับประชาชน ไม่ง่าย หลายคนอิน แต่อย่าใช้พื้นที่การเมืองเป็นพื้นที่ทะเลาะกันเลย”

“รัดเกล้า” เล่าช่วงเวลายากลำบากที่ต้องอธิบายกับคนที่อินมากฟังถึงเหตุผลความจำเป็นที่พรรคลุงตู่ต้องไปจับมือกับพรรคเพื่อไทยเพื่อร่วมรัฐบาล

“ตอนที่ตัดสินใจร่วมรัฐบาล ออกมาอธิบาย ซัพพอร์ตเตอร์ก็ไม่แฮปปี้ พลีร่าง (หัวเราะ) บางคนเคยไปเป่านกหวีด เขาบอกเขารับไม่ได้จริง ๆ หลายคนอันฟอลโลว์ ขอไม่เชียร์พรรคนี้แล้วนะ”

ดังนั้นแม้แต่ตัวรัดเกล้าเองยังถูก “ทัวร์ลง” จากแฟนคลับลุงตู่ เพราะไม่ทำหน้าที่ปกป้อง-องครักษ์พิทักษ์ พล.อ.ประยุทธ์ ในสภา ทั้งที่เธอไม่ได้อยู่เป็น สส.ในสภา

“เน่เป็นลูกสาวลุงตู่และเป็นรองโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติที่ครองสถิติไม่เคยโดนทัวร์ส้มลง เน่เน้นวิชาการ ไม่หวือหวา แต่โดนทัวร์คนรักลุงตู่ลงนะ คงเป็นเพราะบางทีเราใช่เหตุผลนำอารมณ์ เลยเข้าไปไม่ถึงใจเขา เน่ต้องปรับปรุงตัวเอง”

“ถ้าจะถามว่าอะไรที่พรรครวมไทยสร้างชาติควรที่จะเรียนรู้ เราทำงานก็จริง แต่ต้องไม่ปิดทองหลังพระอีกแล้ว ต้องประชาสัมพันธ์ได้เห็น ว่าเราเป็นคนทำงานจริง ๆ”

“ถ้าถามว่าวันนี้รวมไทยสร้างชาติ ตัดสินใจถูกไหม ถูกแน่นอน ดูผลงาน ที่เราทำ ลดราคาพลังงาน อีวี แลนด์ บริดจ์ แม้ว่าเราไม่ได้ออกตัวแรงในวันที่มีความคิดกันว่าจะถูกยกเลิกหรือเปล่า แต่การกางแขนออกมาได้ผลน้อยกว่าเราไปคุยกับเขาดี ๆ หลังบ้าน”

“เราทำเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ เพื่อปกป้องต้นทุนที่ลุงตู่ให้มา หลายอย่างที่เป็นโครงการดี ๆ ที่ทำมาดีแล้ว การร่วมรัฐบาลทำให้เราเป็นส่วนหนึ่งในกลไกที่ทำให้ได้รับการสานต่อ คีย์เวิร์ดคือการประชาสัมพันธ์ผลงาน”

“เราอยากให้สังคมไทยมีบรรยากาศการเมืองบริสุทธิ์ เราต้องเป็นพรรคที่ไม่เติม toxic เข้าไปในบรรยากาศการเมืองไทย ทำงาน พูดสร้างสรรค์ ไม่โดนใจ ไม่แรง ไม่เติมฟืนเข้ากองไฟ รวมไทยสร้างชาติต้องทำการเมืองสร้างสรรค์เกิดขึ้นได้ มีอยู่จริง”

ที่มาเก้าอี้โฆษกรัฐบาลหล่นทับ

คำถามยอดฮิต “ตำแหน่งนี้ได้แต่ใดมา” เธอไม่ทราบต้นสาย-ปลายเหตุ จับพลัดจับผลูมาอยู่หลังไมค์-แสงไฟสาดได้อย่างไร เพราะไม่คิดว่าเก้าอี้รองโฆษกรัฐบาลจะหล่นทับ เพราะรวมไทยสร้างชาติที่มี สส.เพียง 36 ที่นั่ง ไม่ใช่ “พรรคท็อปทรี”

“แต่สิ่งหนึ่งที่เอะใจ เพราะได้เจอกับหมอพรหมินทร์ (เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี) ครั้งแรก บอกว่า ผมเคยอ่านโปรไฟล์คุณนะ ผมคิดอยู่ถ้าคุณถึงไม่ได้ตำแหน่งนี้ ผมว่าจะเรียกคุณมาใช้งาน”

รัดเกล้าผ่านประสบการณ์สื่อสารองค์กร 20 ปี โดยอยู่กับบริษัท ปตท. 10 ปี

วางกลยุทธ์สื่อสารองค์กรให้กับธนาคารไทยพาณิชย์ 2 ปี บุกเบิก-ตั้งไข่ทีมใหม่ให้กับบริษัท ซีพีเอฟ เป็นคีย์แมนสื่อสารให้กับดีแทค ในการควบรวมกับทรู-โปรไฟล์ไม่ธรรมดา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...