รัดเกล้า สุวรรณคีรี ลูกโฆษกสามสี ปกป้องต้นทุนลุงตู่ ทำจริง ไม่ปิดทองหลังพระ
คอลัมน์ : สัมภาษณ์พิเศษ ผู้เขียน : ปิยะ สารสุวรรณ
รัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน 1 เข้าสู่เดือนที่ 3 ของการบริหารราชการแผ่นดิน ณ ศูนย์กลางอำนาจประเทศไทย ทำเนียบรัฐบาล นโยบายเรือธง ทั้งโครงการแจกเงิน 1 หมื่นบาท ค่าแรง 600 บาทต่อวัน เงินเดือนปริญญาตรี 25,000 บาท ยังลูกผีลูกคน
“ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์พิเศษ “รัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี” รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 1 ใน 4 ทีมโฆษกรัฐบาล หลังจากปรับตัว 1 เดือนกับบทบาทในฐานะ “กระบอกเสียงรัฐบาล” ที่ต้องเตรียมรับมือกับทุกความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น
“รองโฆษกรัฐบาลป้ายแดง” เริ่มบทสนทนาทันทีหลังจากกลับออกมาจากการเข้าร่วมประชุม “บอร์ดอีวี” ว่า เป็นเรื่อง“เทคนิเคิลมาก ๆ” การต้องมารับหน้าที่ “รองโฆษกรัฐบาล” ต้องนับ 1 เลยหรือไม่
“หลายเรื่องก็ใช่ ด้วยพรรครวมไทยสร้างชาติมีรัฐมนตรี 4 กระทรวง อุตสาหกรรม พลังงาน ช่วยคลัง แค่ 3 กระทรวงนี้ก็เศรษฐกิจมาก อีกอันเป็นเกษตรก็จริง แต่บางเรื่องก็ไปแตะเศรษฐกิจ”
รัดเกล้ายอมรับว่า ต้องแบกความคาดหวัง โดยเฉพาะ “พี่ ๆ นักข่าวเศรษฐกิจ” เพราะ “พี่ชาย” ของเธอ (ดร.เบญจรงค์) ก็ “ด็อกเตอร์” เศรษฐกิจจากมหาวิทยาลัยคอร์เนล “คุณพ่อ (ดร.ไตรรงค์ สุวรรณคีรี) ก็ด็อกเตอร์เศรษฐกิจ”
เธอจึงต้องออกตัว-แนะนำตัว ว่า “หนูจบสายสังคมค่ะ”
“เรื่องเศรษฐศาสตร์ไม่ใช่ความถนัดของเรา แต่คุณพ่อเคยปูพื้นมาก่อนว่า เศรษฐศาสตร์ไม่มีอะไรมาก เศรษฐศาสตร์เป็นเรื่อง common sense ถ้าเข้าใจหลักที่เชื่อมโยงกันหมด อะไรทำแล้วสร้างผลกระทบอะไร”
“ไม่ได้เอาโมเดลมานั่งกางแล้วมาเริ่มเศรษฐศาสตร์ 101 แต่ให้หลักการว่า อย่าไปกลัว เปิดใจเรียนรู้ เดี๋ยวก็เข้าใจเอง” เธอเล่าถึงพ่อบังเกิดเกล้าที่เป็นเสมือนครูคนแรกในวิชาเศรษฐศาสตร์เบื้องต้น
“ตอนมาเป็นรองโฆษกรัฐบาลก็ถามคุณพ่อเหมือนกันว่า เขาให้เป็นรองโฆษกทำไงดี พ่อก็บอกว่า สนุกดี ทำเลย ตามสไตล์ของคุณพ่อที่เลี้ยงลูกมา ไม่ตีกรอบให้ ปล่อยให้เป็นตัวของตัวเองระดับหนึ่ง คอยดูอยู่ห่าง ๆ ไม่เข้าใจให้มาถาม บางทีนั่งกินข้าวกัน ท่านก็จะสอนธรรมะ สอนอะไรที่เป็นแก่นให้เราไปประยุกต์ใช้”
“คุณพ่อบอกว่า การทำงานกับคนอื่น ทำตัวให้เหมือนรวงข้าว อย่าทำตัวเหมือนข้าวที่ชูหน้าขึ้น เชิดสูง ยิ่งตำแหน่งยิ่งสูง ถ้าเชิดสูง ชาวนาทุกคนรู้ว่าข้าวนั้นกลวง แต่ข้าวที่มีน้ำหนัก มีสาระอยู่ข้างใน มันจะโน้มตัว ยิ่งข้าวอิ่มเท่าไร ยิ่งโน้มตัวต่ำเท่านั้น”
“เราอย่าคิดว่ามาบริหารเขา ข้าราชการอยู่กันมาเป็นสิบปี การเมือง 4 ปีเปลี่ยนที ชื่อตำแหน่งคือการมาบริหารข้าราชการ แต่จริง ๆ คือ การมาทำงานร่วมกัน และเราจะต้องพึ่งเขา การเมืองเข้ามา บางคนอายุน้อย ไม่เข้าใจหลักการ ใช้วิธีสั่งข้าราชการ จะทำให้ไม่ได้งานอะไรเลย” คำสั่ง-คำสอนของโฆษกรัฐบาลรุ่นพ่อสู่โฆษกรัฐบาลรุ่นลูก
“การเป็นโฆษก หนึ่งใน challenge คือ stakeholders เยอะ ต้องประสานให้ได้ทุกกระทรวง ต้องคุยให้ได้ทุกอธิบดี ทุกรัฐมนตรี กับพี่ ๆ นักข่าวเหมือนกัน บางคนอยู่ตั้งแต่รุ่นพ่อ”
นามสกุล สุวรรณคีรี ไม่รักทุกคน
คิดว่าการมีนามสกุล “สุวรรณคีรี” มีคุณพ่อที่ชื่อ “ไตรรงค์” อดีตรองนายกรัฐมนตรี-อดีตรัฐมนตรี มีดีกรีเป็นถึงอดีตโฆษกรัฐบาลรุ่นลายครามที่ได้รับฉายาว่า “โฆษกสามสี” จะทำให้เธอมีแต้มต่อมากกว่าคนอื่น
“การที่คุณพ่อทำไว้ดี หนึ่ง ช่วยตอนลงพื้นที่หาเสียงเลือกตั้ง ถ้าเป็นตาสีตาสาเดินลงไป มาเป็นผู้สมัครลงเขต คนไม่สนใจ ไม่คุยด้วย แต่พอเราบอกว่า เป็นลูกสาวคุณพ่อไตรรงค์ อย่างน้อยเขาหยุดสิ่งที่ทำอยู่แล้วหันมาคุยกับเรา”
“แต่นามสกุลและประสบการณ์ที่คุณพ่อทำไว้ก็ทำให้ได้แค่ เปิดประตูให้คนสนใจ บางคนอาจจะได้ยินชื่อสุวรรณคีรี ก็ไม่ได้รักทุกคนนะ บางคนรักก็เปิดใจ เปิดประตูกว้างหน่อย บางคนแค่แง้ม ๆ ดู ไหนดูซิมันหน้าตาเป็นยังไง อย่างน้อยเขาก็เปิดประตูมาดู”
“หน้าที่อยู่ที่เรา เมื่อได้โอกาส เราเอามาใช้ต่อยอดอย่างไร ทำตัวน่าสนใจไหม เข้าถึงเขาได้หรือเปล่า ทำให้คนที่คุยกับเราแล้วรู้สึกได้ว่า เออ คนคนนี้มันมีอะไรมากกว่าแค่เป็นลูก ดร.ไตรรงค์”
รัดเกล้ายอมรับว่า การมีต้นทุนทางการเมืองกลับตรงกันข้าม-กลายเป็นความกดดันเช่นเดียวกัน
“ทุกสายตาก็จับจ้อง ยิ่งตอนนี้มาเป็นรองโฆษกรัฐบาลในนามของพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่รัฐมนตรีอยู่ในกระทรวงหลัก ๆ ด้านเศรษฐกิจ ทุกคนคาดหวังว่าจะต้องตอบเรื่องเศรษฐกิจได้ มีความกดดัน”
รัดเกล้าออกจากการทำงานในภาคเอกชนที่มีตำแหน่งถึงระดับบริหาร เงินเดือนดี-สวัสดิการมั่นคง career path มีทุกอย่าง แต่เมื่อตัดสินใจทิ้งมาแล้วเพื่อมาทำงานการเมือง เธอพร้อมที่รับแรงกดดัน-ก้าวข้าม-ข้อจำกัดไปให้ได้ เธอชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่แล้ว มั่นใจว่าทำได้แน่นอน
อดีตผู้สมัคร สส.กทม. เขต 33 บางพลัด-บางกอกน้อย “พรรคลุงตู่” เล่าเหตุการณ์ช่วงหาเสียงเลือกตั้งที่ต้องรับมือกับคนที่ชอบ-ไม่ชอบ
“ดูก่อนว่าเขาไม่ชอบเราเบอร์ไหน (หัวเราะ) พัดลมยังมีเบอร์ 1 ถึงเบอร์ 5 เคยเจอทุกเบอร์ เจอเลกเชอร์ความยาว 1 ชั่วโมง เรื่องสถาบัน เน่ใช้วิธีรับฟังและอธิบายให้เขาฟัง”
“แม้เขาจะฟังหรือไม่ฟังก็ตาม แต่สิ่งที่เราทำได้มากสุดก็แค่โยนความ เอ๊ะ เข้าไปอยู่ในสมองเขา สักวันหนึ่งคิดว่าจะประสบความสำเร็จในการให้ความรู้ในอีกมุมหนึ่ง”
ไม่เคลมผลงานเป็นของพรรค
รองโฆษกจากพรรคที่มีรากเหง้ามาจาก “ลุงตู่” ยืนยันเสียงสูงว่า “ไม่มี” แย่งซีนแถลงเรื่องใหญ่ “ให้เกียรติกัน” โดยแบ่งงานแถลงมติ ครม.ตามพรรคต้นสังกัดที่เป็นเจ้ากระทรวง หากคาบเกี่ยวกันต้องแสดงสปิริตให้พรรคที่เป็นรัฐมนตรีว่าการ
“ท่านโฆษกหมอชัย (วัชรงค์ โฆษกรัฐบาล) เคารพทุกคนที่เข้ามาทำงานทีมโฆษก ออกตัวก่อนเลย โฆษกแต่ละคนมาจากต่างพรรค ตามธรรมเนียมปฏิบัติ คุณมีรัฐมนตรีดูแลกระทรวงไหน คุณดูแลไป”
ด้วยความถนัดของรัดเกล้ามาตรงสาย-สายสังคม เธอจึงอาสาแถลงมติ ครม.ที่เกี่ยวกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กอปรกับรู้จักส่วนตัวกับ “ท็อป-วราวุธ ศิลปอาชา” หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา เจ้ากระทรวง “แม่กับแม่เป็นเพื่อนกัน”
เพื่อนใหม่-โฆษกหน้าใหม่ต่างพรรค ทีมเดียวกันกับรัดเกล้าที่ผูกมิตรด้วย คือ “รองผึ้ง” เกณิกา อุ่นจิตร์ รองโฆษกรัฐบาลจากค่ายพรรคร่วมรัฐบาล-พลังประชารัฐ เพราะชอบไปนั่งกินข้าวกลางวันวงเดียวกัน
รัดเกล้ายอมรับว่าเป็นเรื่องใหม่ของเธอที่ต้องแยกระหว่างการสวมหมวกรองโฆษกรัฐบาล และทีมโฆษกพรรค จึงต้อง “มีสติ” ตลอดเวลาในการสื่อสารว่าจะออกมาในนามของรัฐบาลเศรษฐา หรือพรรครวมไทยสร้างชาติ
“ทุกอย่างคือผลงานของรัฐบาล ไม่ใช่เคลมว่าของพรรคไหน ไม่ใช่หน้าที่ของโฆษกรัฐบาล เป็นหน้าที่ของโฆษกพรรค”
รัดเกล้าเปิดความรู้สึกวินาทีขึ้นโพเดียมแถลงมติ ครม.ครั้งแรก บนเวทีตึกนารีสโมสร สถานที่ปั้นดาวประดับวงการการเมืองมานับไม่ถ้วน ขณะเดียวกันก็ดับแสงดาวฤกษ์ที่สว่างไสวให้หายวับ “ตื่นเต้น ใจสั่น แต่พยายามคุมเสียง”
24 ชั่วโมง ก่อนแถลงมติ ครม. เธอเตรียมตัว-ทำการบ้าน โดยการอ่านแฟ้ม-ไฟล์เอกสาร ครม.ที่ถูกจัดเรียงไว้ใน “ชั้นความลับ” เพื่อไฮไลต์-เก็งข้อสอบ ตัวเลขที่จะต้องถูกถาม-ตอบ โดยมีทีมโฆษกรัฐบาลประคับประคอง-เติมเต็มให้การแถลงข่าวลุล่วงไปได้
พลีร่าง แฟนคลับลุงตู่ ทัวร์ลง
“ทีมโฆษก 4 คนเป้าหมายเดียวกัน ทำงานร่วมกันไม่ยาก เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ ไม่จำเป็นต้องปรุงแต่ง จึงเป็นความยากที่ต้องสร้างความเข้าใจกับประชาชน ไม่ง่าย หลายคนอิน แต่อย่าใช้พื้นที่การเมืองเป็นพื้นที่ทะเลาะกันเลย”
“รัดเกล้า” เล่าช่วงเวลายากลำบากที่ต้องอธิบายกับคนที่อินมากฟังถึงเหตุผลความจำเป็นที่พรรคลุงตู่ต้องไปจับมือกับพรรคเพื่อไทยเพื่อร่วมรัฐบาล
“ตอนที่ตัดสินใจร่วมรัฐบาล ออกมาอธิบาย ซัพพอร์ตเตอร์ก็ไม่แฮปปี้ พลีร่าง (หัวเราะ) บางคนเคยไปเป่านกหวีด เขาบอกเขารับไม่ได้จริง ๆ หลายคนอันฟอลโลว์ ขอไม่เชียร์พรรคนี้แล้วนะ”
ดังนั้นแม้แต่ตัวรัดเกล้าเองยังถูก “ทัวร์ลง” จากแฟนคลับลุงตู่ เพราะไม่ทำหน้าที่ปกป้อง-องครักษ์พิทักษ์ พล.อ.ประยุทธ์ ในสภา ทั้งที่เธอไม่ได้อยู่เป็น สส.ในสภา
“เน่เป็นลูกสาวลุงตู่และเป็นรองโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติที่ครองสถิติไม่เคยโดนทัวร์ส้มลง เน่เน้นวิชาการ ไม่หวือหวา แต่โดนทัวร์คนรักลุงตู่ลงนะ คงเป็นเพราะบางทีเราใช่เหตุผลนำอารมณ์ เลยเข้าไปไม่ถึงใจเขา เน่ต้องปรับปรุงตัวเอง”
“ถ้าจะถามว่าอะไรที่พรรครวมไทยสร้างชาติควรที่จะเรียนรู้ เราทำงานก็จริง แต่ต้องไม่ปิดทองหลังพระอีกแล้ว ต้องประชาสัมพันธ์ได้เห็น ว่าเราเป็นคนทำงานจริง ๆ”
“ถ้าถามว่าวันนี้รวมไทยสร้างชาติ ตัดสินใจถูกไหม ถูกแน่นอน ดูผลงาน ที่เราทำ ลดราคาพลังงาน อีวี แลนด์ บริดจ์ แม้ว่าเราไม่ได้ออกตัวแรงในวันที่มีความคิดกันว่าจะถูกยกเลิกหรือเปล่า แต่การกางแขนออกมาได้ผลน้อยกว่าเราไปคุยกับเขาดี ๆ หลังบ้าน”
“เราทำเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ เพื่อปกป้องต้นทุนที่ลุงตู่ให้มา หลายอย่างที่เป็นโครงการดี ๆ ที่ทำมาดีแล้ว การร่วมรัฐบาลทำให้เราเป็นส่วนหนึ่งในกลไกที่ทำให้ได้รับการสานต่อ คีย์เวิร์ดคือการประชาสัมพันธ์ผลงาน”
“เราอยากให้สังคมไทยมีบรรยากาศการเมืองบริสุทธิ์ เราต้องเป็นพรรคที่ไม่เติม toxic เข้าไปในบรรยากาศการเมืองไทย ทำงาน พูดสร้างสรรค์ ไม่โดนใจ ไม่แรง ไม่เติมฟืนเข้ากองไฟ รวมไทยสร้างชาติต้องทำการเมืองสร้างสรรค์เกิดขึ้นได้ มีอยู่จริง”
ที่มาเก้าอี้โฆษกรัฐบาลหล่นทับ
คำถามยอดฮิต “ตำแหน่งนี้ได้แต่ใดมา” เธอไม่ทราบต้นสาย-ปลายเหตุ จับพลัดจับผลูมาอยู่หลังไมค์-แสงไฟสาดได้อย่างไร เพราะไม่คิดว่าเก้าอี้รองโฆษกรัฐบาลจะหล่นทับ เพราะรวมไทยสร้างชาติที่มี สส.เพียง 36 ที่นั่ง ไม่ใช่ “พรรคท็อปทรี”
“แต่สิ่งหนึ่งที่เอะใจ เพราะได้เจอกับหมอพรหมินทร์ (เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี) ครั้งแรก บอกว่า ผมเคยอ่านโปรไฟล์คุณนะ ผมคิดอยู่ถ้าคุณถึงไม่ได้ตำแหน่งนี้ ผมว่าจะเรียกคุณมาใช้งาน”
รัดเกล้าผ่านประสบการณ์สื่อสารองค์กร 20 ปี โดยอยู่กับบริษัท ปตท. 10 ปี
วางกลยุทธ์สื่อสารองค์กรให้กับธนาคารไทยพาณิชย์ 2 ปี บุกเบิก-ตั้งไข่ทีมใหม่ให้กับบริษัท ซีพีเอฟ เป็นคีย์แมนสื่อสารให้กับดีแทค ในการควบรวมกับทรู-โปรไฟล์ไม่ธรรมดา