โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ส่องผลลัพธ์ดีลยักษ์ ‘Data Center’ ในไทย เผย 9 ข้อ ยกระดับอุตสาหกรรม

VoiceTV

อัพเดต 15 พ.ย. 2566 เวลา 09.16 น. • เผยแพร่ 15 พ.ย. 2566 เวลา 09.12 น. • กองบรรณาธิการวอยซ์ออนไลน์

ภายหลัง ‘เศรษฐา ทวีสิน’ นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง พบปะ 3 บริษัทชั้นนำใหญ่ของโลก อาทิ ‘AWS-Google—Microsoft’ โดย Google—Microsoft ได้ลงนามเอ็มโอยูในการร่วมมือทำดาต้าเซ็นเตอร์ที่ประเทศไทย มูลค่ารวมกว่า 200,000 ล้านบาท ต่อมาทีมที่ปรึกษานายกฯ เผยผลลัพท์หากสามารถดึงบริษัทยักษ์ใหญ่ทำดาต้าเซ็นเตอร์ที่ประเทศไทย โดยจะสร้างประโยชน์ให้กับประเทศดังนี้

1) ดึงเงินลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาในไทยมหาศาล Data Center ขนาดใหญ่แห่งหนึ่งลงทุน ประมาณ 5 พันล้านเหรียญ หรือ 170,000 ล้าน ถ้าเราดึง Microsoft, Google, AWS, Tencent, Alibaba มา ก็ 850,000 ล้านบาท ก็เท่ากับ 4.8% ของ GDP

2) เป็นการทำให้มีโครงสร้างพื้นฐานในการทำให้ประเทศไทย กลายเป็น ศูนย์กลางทางด้าน AI ของภูมิภาค

3) สร้างความพร้อมในการพัฒนาให้ไทยเป็น smart city เช่นการทำให้มี capacity ในการประมวลผลข้อมูลจาก Internet of Things

4) ดึงให้อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องขยายการผลิตในไทย เช่น ผู้ผลิต Hardisk Drive

5) สร้างงานเป็นจำนวนมากจากขยายตัวของอุตสาหกรรมที่อยู่ใน ห่วงโซ่อุปทาน

6) ทำให้เกิดการพัฒนาความรู้ความสามารถ สำหรับโลกอนาคต ให้ ประชาชนชาวไทย เช่น AI, Cloud Infrastructure, Robotics

7) สร้าง demand มหาศาลให้เกิดการพัฒนา พลังงานไฟฟ้า renewable และเกิดการใช้พลังงานที่ประเทศไทยผลิตเกินทำให้ค่าใช้จ่ายพลังงานไฟฟ้าลดลง

8) พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้รัฐสามารถบูรณาการข้อมูลของรัฐทำให้รัฐให้บริการประชาชนได้ รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงการนำ AI มาช่วยให้การทำงานรวดเร็วขึ้น

9) ลดการซ้ำซ้อนของการลงทุนใน infrastructure ของรัฐ (I.e., หน่วยงานรัฐสามารถ optimize การลงทุนใน server และการบริหารจัดการ ได้)

อย่างไรก็ดีก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรีได้โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ว่า

1.Western Digital ผู้ผลิต Hard Disk Drive รายใหญ่ระดับโลก เจ้าของส่วนแบ่งตลาดกว่า 40% ตัดสินใจขยายการลงทุนเพิ่มกับไทย ถือเป็นข่าวดีครับ

2.ผมได้ชวนให้ Walmart บริษัทค้าปลีกของ US และ 1 ในบริษัทค้าปลีกที่ใหญ่ที่สุดในโลก ให้จัดซื้อสินค้าท้องถิ่น อาทิ สินค้าโอทอปจากบ้านเรามากขึ้น

3.ไทยยินดีที่ได้ร่วมมือกับ Google ซึ่งออกประกาศแผนขยายการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลในไทย และริเริ่มโครงการให้นำ AI มาใช้งานในภาครัฐ ฝึกทักษะแรงงานด้าน AI และทักษะขั้นสูงในด้านอื่นๆ

4.ไทยยินดีที่ได้ร่วมมือกับ Amazon Web Service ผู้ให้บริการ Cloud อันดับ 1 ของโลก ในการเดินหน้าลงทุนเทคโนโลยีคลาวด์ AI, ML, data analytics และ IoT และลงทุน Data Center ระดับโลกเจ้าแรก โดยก่อสร้าง AWS Asia Pacific (Bangkok) Region ในไทย ด้วยงบประมาณกว่า 5 พันล้านเหรียญครับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...