โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผู้ประกอบการรายเล็กต้องรู้ 10 เหตุผลที่ทำให้การขอกู้เงินเพื่อทำธุรกิจไม่ผ่านการอนุมัติจากสถาบ้นการเงิน

ชี้ช่องรวย

อัพเดต 13 ธ.ค. 2566 เวลา 05.38 น. • เผยแพร่ 13 ธ.ค. 2566 เวลา 05.05 น. • ชี้ช่องรวย

เชื่อว่าหลายคนคงสงสัยว่าทำไมยื่นกู้เงินเพื่อจะมาลงทุนธุรกิจ ยื่นแล้วยื่นอีก ก็ยังไม่ผ่านเสียที วันนี้ ชี้ช่องรวย จะมาบอกให้รู้ถึงเหตุผลว่าเกิดจาดอะไร จะได้นำไปปรับปรุงแก้ไขให้ได้รับการอนุมัติ เริ่มต้นธุรกิจขยายกิจการต่อไปได้อย่างราบรื่น

1.ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน

ถือเป็นปัจจัยส่วนใหญ่ หรืออาจเรยีกได้ว่าเป็นปัจจัยมาตราฐานของการขอสินเชื่อไม่ผ่านของผู้ประกอบการ เนื่องจากในระบบธนาคารหรือสถาบันการเงินใดก็ตามจำเป็นต้องมีการเรียกหลักประกันสำหรับค้ำประกันสินเชื่อทั้งสิ้น เพียงแต่หลักประกันที่ธนาคารเรียกเพื่อการค้ำประกันสินเชื่อนั้นจะอยู่ในรูปแบบใดเท่านั้นเอง

ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ที่มักเป็นรายเล็กๆ ซึ่งมักจะเริ่มดำเนินธุรกิจใหม่ หรือถ้าเริ่มดำเนินธุรกิจก็มักจะเป็นธุรกิจขนาดเล็ก ทำให้ยังไม่มีฐานะการเงินที่มั่นคงเพียงพอที่จะมีหลักทรัพย์มาค้ำประกันสินเชื่อในการดำเนินธุรกิจได้กับธนาคาร

2.ไม่มีประสบการณ์แต่เล็งผลเลิศ

ถือเป็นปัจจัยอีกประการหนึ่งที่ผู้ประกอบการใหม่หลายรายมักจะได้รับคำปฏิเสธจากธนาคาร กล่าวคือในการเริ่มดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการโดยส่วนใหญ่แล้วมักจะมาจากความชอบส่วนตัวหรือแรงบันดาลใจจากที่ใดก็ตาม เช่น จากหนังสือเกี่ยวกับ SME, จากหนังสือพิมพ์ จากการไปเห็นธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ ก็มักจะเกิดความคิดที่ว่าถ้าเป็นเราก็ทำได้

โดยไม่มีการศึกษาให้รู้แจ้งเห็นจริงในธุรกิจที่จะทำ ไม่รู้ถึงปัญหาในการดำเนินการ และธุรกิจที่เกิดขึ้นน้อยใหญ่ในปัจจุบันมีลักษณะเป็น Me Too Business คือถ้าธุรกิจอะไรดี ฉันขอทำด้วย ทำให้เมื่อผู้ประกอบการติดต่อขอสินเชื่อกับทางธนาคาร และเจ้าหน้าที่สินเชื่อได้ทำการพิจารณาในเรื่องของประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจ จะพบว่าผู้ประกอบการใหม่เหล่านี้ขาดความรู้ความเข้าใจอย่างแท้จริงเกี่ยวกับสินค้าหรือธุรกิจที่ตนเองจะเริ่มทำ

หรือมักจะเป็นการเล็งผลเลิศหรืออาจเรียกได้ว่าเป็นความฝันของ โดยไม่เคยคิดว่าแล้วถ้าไม่ได้ตามที่คาดไว้ตนเองหรือธุรกิจจะทำอย่างไร ในขณะที่การพิจารณาในการให้สินเชื่อโดยส่วนใหญ่จะตั้งบนพื้นฐานว่า “ถ้าไม่ได้ตามที่คาด” แล้วธุรกิจจะเป็นอย่างไร ผู้กู้หรือธุรกิจจะมีความสามารถในการผ่อนชำระคืนสินเชื่อ กับทางธนาคารได้หรือไม่

3.ไม่มีรายได้ให้ปรากฏ

เป็นอีกปัจจัยหนึ่งซึ่งดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่พบเห็นได้สำหรับผู้ประกอบการ มักจะไม่มีการนำรายได้หรือรายจ่ายในการทำธุรกิจผ่านระบบธนาคาร โดยมักจะเป็นการซื้อขายกันด้วยเงินสดหักลบกลบหนี้กันแต่ละวัน อาจเห็นว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากในปัจจบุันนั้นมีอัตราที่ต่ำมาก

การจะเข้าบัญชธีนาคารหรือไม่ก็มีผลเท่ากันแถมยังต้องเสียเวลาไปเข้าหรือเบิกถอนจากธนาคาร หรืออาจเป็นการนำเข้าบัญชีที่ผสมปนเปกับเงินส่วนตัวของ ซึ่งจริงๆ แล้วควรเปิดแยกในนามบริษัท หรืออาจเป็นเหตุผลเกี่ยวกับการหักภาษี ทำให้เมื่อผู้ประกอบการเหล่านี้มีความจำเป็นไปติดต่อขอกู้เงินจากธนาคาร

ซึ่งทุกธนาคารจะมีเงื่อนไขมาตรฐานในการของกู้เงินเป็นไฟต์ ที่จะขอเอกสารจากผู้กุ้เพื่อพิจารณา กล่าวคือ ขอดกูารเคลื่อนไหวทางการเงินกับธนาคารย้อนหลังอย่างน้อย 6 เดือน หรือขอดู Statement ย้อนหลังไป 6 เดือนว่าธุรกิจมีรายรับรายจ่ายและเงินคงเหลือหรือผลกำไรเป็นเท่าใด เพื่อพิจารณาว่ารายได้คงเหลือในการดำเนินธรุกิจสามารถผ่อนชำระคืนกับทางธนาคารตามวงเงินที่ขอกู้ได้หรือไม่

4.ไม่มี Business Plan หรือแผนธุรกิจ

การมีหรือการจัดทำ Business Plan หรือแผนธุรกิจถือเป็นปัจจัยส่วนหนึ่งที่จะมีผลให้ผู้ประกอบการสามารถกู้เงินจากธนาคารได้สำเร็จตามที่ต้องการ หรืออาจจะทำให้ได้รับคำปฏิเสธก็ได้เช่นเดียวกัน โดยเกือบทุกธนาคารถ้าเป็นการขอกู้เพื่อการทำธุรกิจทางธนาคารจะขอให้ผู้ประกอบการทุกรายจัดทำ Business Plan

หรืออาจจะใช้คำพูดว่าเสนอโครงการเข้ามา ซึ่งถือเป็นเอกสารประกอบในการพิจารณาสินเชื่อว่าธุรกิจมีลักษณะในการดำเนินการอย่างไร รายรับรายจ่ายเป็นเท่าใด การลงทุนในธุรกิจ จุดคุ้มทนุ ผลกำไรของธุรกิจเป็นเท่าใดโดยเฉพาะการดำเนินการของธุรกิจต่อไปในอนาคต

5.มีประวัติหนี้ NPL

การเป็นหรือเคยมีประวัติว่าเป็น NPL (Non Performing Loan) นั้น ปัจจัยข้อนี้แทบจะถือได้ว่าเป็นปัจจัยหลักในการปฎิเสธการให้กู้จากธนาคารเกือบ 100% แม้ว่าผู้ประกอบการอาจจะเคยเป็น NLP มานานแล้วและปัจจุบันมีรายได้เพียงพอที่จะสามารถชำระหนี้ได้แล้ว แต่ทว่าจากประวัติที่เคยอยู่ในระบบข้อมูลเครดิตจะแสดงผลของชื่อของผู้ประกอบการนั้นอยู่เสนมอ ตราบใดที่ยังชำระหนี้ที่มีอยู่ไม่หมด เมื่อเจ้าหน้าที่สินเชื่อตรวจพบข้อมูลในลักษณะนี้ก็จะปฏิเสธการให้กู้แทบทุกรายไป เพราะถือว่าผู้ประกอบการดังกล่าวไม่มีวินัยทางการเงินในการชำระคืนสินเชื่อกับทาง

6.ไม่รู้ต้นทุนหรือไม่รู้รายได้

ถือเป็นปัจจัยหนึ่งที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะกับผู้ประกอบการ “มือใหม่” เนื่องจากไม่สามารถคำนวณต้นทุนในการเริ่มต้นธุรกิจได้อย่างถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นการลงทนุในทรัพย์สิน หรือค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น ทั้งก่อนเริ่มดำเนินธุรกิจ ช่วงเริ่มธุรกิจ และช่วงที่เริ่มดำเนินการธุรกิจแล้ว

ซึ่งโดยส่วนใหญ่การประมาณการเกี่ยวกับต้นทุนธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการมือใหม่ดังกล่าว มักจะต่ำกว่าความเป็นจริงที่จะเกิดขึ้นค่อนข้างมาก หรือจะเป็นในทางที่คิดต้นทุนหรือค่าใช้จ่ายในทางที่น้อยที่สุด ในขณะที่เมื่อเริ่มทำธุรกิจค่าใช้จ่ายดังกล่าวมักเป็นไปในทางที่มากที่สุดอยู่ดี หรืออาจเรียกว่า “งบบานปลาย” ทำให้เมื่อทงธนาคารพิจารณาเกี่ยวกับโครงการหรือธุรกิจที่ขอกุ้แล้วเห็นว่าต้นทุนที่ระบุไว้ต่ำกว่าที่จะดำเนินการได้ตามจริง ทำให้ธนาคารอาจปฏิเสธหรืออาจให้มีการปรับปรุงแก้ไขเกี่ยวกับประมาณการในการลงทุน

7.ไม่รู้ข้อจำกัด

เป็นปัจจัยที่อาจเกิดขึ้นได้ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการเก่าหรือใหม่ ในการติดต่อขอกู้เงินจากทางธนาคารไม่ใช่ว่าทุกๆ ธนาคารจะให้วงเงินกู้กับทุกๆ ธุรกิจหรือให้บริการทุกๆ ด้านทางการเงิน เช่น ธุรกิจที่ทำด้านการเกษตรก็อาจติดต่อขอเงินกู้ได้เฉพาะจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์เท่านั้น ธนาคารอื่นอาจจะปฏิเสธเนื่องจากไม่มีบริการเกี่ยวกับการเกษตรพื้นฐาน

ในขณะที่ถ้าเป็นธุรกิจอุตสหกรรมแต่ขอกู้เงินจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ก็อาจได้รับการปฏิเสธเช่นกัน เป็นต้น แต่หากธุรกิจมีความคาบเกี่ยวธนาคารจะมุ่งเน้นพิจารณาจากตัวรายได้ของกิจการว่าเกิดขึ้นจากกิจกรรมหรือลักษณะการดำเนินการใดของธุรกิจเป็นสำคัญ ดังนั้นในการกู้เงินก็สมควรเลือกใช้บริการหรือติดต่อขอกู้เงินกับทางธนาคารที่คิดว่าน่าจะเหมาะสมกับธุรกิจของตนให้มากที่สุด

8.ไม่สามารถผ่อนชำระ

ถ้าหากธนาคารได้พิจารณาแล้วว่าผู้ประกอบการหรือธุรกิจนั้นไม่มีความสามารถเพียงพอที่จะผ่อนชำระเงินกู้ตามวงเงินที่ขอกู้ ไม่ว่าจะเกิดจากการที่ธุรกิจมีกระแสเงินสดจากผลกำไรหรือผลการดำเนินการของธรุกิจ ที่ไม่เพียงพอหรือมียอดคงเหลือภายหลังการชำระเงินกู้น้อบเกินไป เกินกว่าจะบริหารธุรกิจได้

9.ไม่มีการเตรียมตัว

ถือเป็นปัจจัยที่อาจจะไม่ส่งผลร้านแรงถึงระดับที่จะถูกปฏิเสธ แต่บางครั้งอาจก่อให้เกิดความล่าช้าในการอนุมัติวงเงินกู้จากธนาคาร อย่างการไม่มีเอกสารประกอบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ เช่น งบการเงิน ใบอนุญาตต่างๆ เอกสารเกี่ยวกับยอดขาย เอกสารเกี่ยวกับลูกค้า เอกสารเกี่ยวกับรายรับรายจ่าย เพื่อใช้ประกอบในการพจิารณาการขอเงินกู้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ธนาคารพจิารณาได้ว่าผู้ประกอบการยังไม่มีความรู้ความเข้าใจเพียงพอ

10.มีทัศนคติเชิงลบ

เป็นเรื่องของทัศนคติหรือการแสดงออกเกี่ยวกับการใช้บริการจากทางธนาคารในด้านลบด้วยสาเหตุต่างๆ กันไป และอาจจะส่งผลให้ธนาคารพิจารณาผู้ประกอบการดังกล่าวมีลักษณะเป็น “บุคคลเจ้าปัญหา” ซึ่งจะทำให้ไม่ผ่านการประเมินในแง่ของการพิจารณาด้าน Character เกี่ยวกับตัวผู้ประกอบการ ทำให้ได้รับปฏิเสธไปในที่สุด

ดังนั้น สามารถสรุปปัจจัยทั้ง 10 ประการทั้งหมดซึ่งอาจกล่าวรวมทกุปัจจัยได้ว่า “8 ไม่ 2 มี” นั่นคือ

  • ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน
  • ไม่มีประสบการณ์แต่เล็งผลเลิศ
  • ไม่มีรายได้ให้ปรากฏ
  • ไม่มี Business Plan หรือแผนธุรกิจ
  • มีประวัติหนี้ NPL
  • ไม่รู้ต้นทุนหรือไม่รู้รายได้
  • ไม่รู้ข้อจำกัด
  • ไม่สามารถผ่อนชำระ
  • ไม่มีการเตรียมตัว
  • มีทัศนคติเชิงลบ

ทั้งหมดที่กล่าวมานั้นเป็นสาเหตุที่จะทำให้ผู้ประกอบการถูกธนาคารปฏิเสธในการขอกู้เงิน ดังนั้น ก่อนที่ท่านผู้ประกอบการตะไปติดต่อเพื่อขอกู้เงินกับธนาคาร ควรพิจารณาถึงปัจจัยในการที่ท่านจะถูกปฏิเสธก่อนว่ามีอยู่ในปัจจัยทั้ง 10 ประการบ้างหรือไม่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...