โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

NEOM เมืองแห่งอนาคตของซาอุดิอาราเบีย

BT Beartai

อัพเดต 04 ม.ค. 2567 เวลา 11.07 น. • เผยแพร่ 04 ม.ค. 2567 เวลา 10.37 น.
NEOM เมืองแห่งอนาคตของซาอุดิอาราเบีย

ซาอุดิอาราเบีย ประเทศที่ผลิตและส่งออกน้ำมันเป็นอันดับ 1 ของโลก มี GDP รวมอยู่ที่ 2.3 ล้านล้านเหรียญในปี 2023 คิดเป็นอันดับ 17 ของโลก (ไทย GDP 1.59 ล้านล้านเหรียญ อันดับที่ 23) แม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศผลิตน้ำมัน แต่ในอีกแง่หนึ่งซาอุฯ เป็น 1 ใน 10 ประเทศที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากที่สุดในโลก เฉลี่ยปีละ 500 ล้านตัน หรือประมาณ 1.8% ของปริมาณคาร์บอนทั้งหมดในโลก ทำให้ซาอุฯ เริ่มมองหาทางออกใหม่โดยการเลิกหวังพึ่งน้ำมันอีกต่อไป พร้อมทั้งเตรียมสร้างเมืองใหม่และใช้เทคโนโลยีชั้นสูงให้ทั่วโลกตะลึง

มกุฎราชกุมารของซาอุดิอาราเบียคือ โมฮัมหมัด บิน ซัลมาน (Mohammad bin Salman) ได้เสนอแผน ‘Saudi Vision 2030’ (เสนอไว้ตั้งแต่ปี 2016) ซึ่งเป็นแผนพัฒนาเมืองและขับเคลื่อนนวัตกรรมต่าง ๆ เพื่อลดการพึ่งพาการขายน้ำมัน ที่นับวันยิ่งได้รับความนิยมน้อยลงภายในปี 2030 โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่เมืองนิอุม (NEOM) ด้วยงบประมาณที่สูงถึง 5 แสนล้านเหรียญ (ประมาณ 18 ล้านล้านบาท)

NEOM มาจากคำว่า Neo ซึ่งแปลว่า ‘ใหม่’ ในภาษากรีก และ Mustaqbal แปลว่า ‘อนาคต’ ในภาษาอารบิก ให้ภาพลักษณ์ของเมืองแห่งอนาคตทั้ง 4 ได้แก่ The Line เมืองแนวตั้ง ที่มีความยาวกว่า 170 กม. และความกว้าง 200 เมตร ขับเคลื่อนด้วยพลังงานสะอาด 100% และใช้กระจกเป็นกำแพงตลอดทางลากผ่านตั้งแต่ชายฝั่งทะเลแดงไปสู่ภูเขา

The Line
The Line

The Line ออกแบบเป็นพื้นที่อยู่อาศัยสูงถึง 500 ม. หากนึกไม่ออก ให้ลองเทียบกับตึกมหานคร (315 ม.) หรือหอไอเฟล (330 ม.) การเดินทางภายใน The Line อาศัยรถไฟฟ้าความเร็วสูง ที่ใช้เวลาเดินทางจากฝั่งนึงไปถึงอีกฝั่งเพียง 20 นาที การสร้างเมืองแนวตั้งแบบนี้เป็นการลดใช้พื้นที่ธรรมชาติเหลือเพียง 2% แต่อนุรักษ์ธรรมชาติได้มากถึง 95% เลยทีเดียว

Oxagon
Oxagon

เมืองแห่งอนาคตที่สองคือ Oxagon เขตอุตสาหกรรมลอยทะเลรูปทรงแปดเหลี่ยมที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีการผ่ากลางเพื่อให้เรือบรรทุกสินค้าเข้ามาจอดเทียบท่าได้ ตั้งอยู่บริเวณทะเลแดงใกล้กับคลองสุเอซ คลองที่มีการขนส่งสินค้ามากที่สุดในโลก มีพื้นที่กว่า 200 ตร.กม. สถานที่ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานหมุนเวียน 100% พร้อมทั้งระบบการจัดการ AI ที่ทันสมัยสุด ๆ

Trojena
Trojena

เมืองแห่งอนาคตที่สามคือ Trojena เมืองตากอากาศในเทือกเขาของนิอุม ที่เนรมิตลานสกีกลางแจ้งเป็นแห่งแรกในคาบสมุทรอาหรับ ใครจะไปคิดว่าเมืองทะเลทรายจะมีลานสกีที่เล่นได้ทั้งปีเป็นของตัวเอง รวมถึงมีทะเลสาบให้กีฬาทางน้ำ การเดินป่าและปั่นจักรยานเสือภูเขา ไปจนถึงโซนดูแลสุขภาพ เรียกได้ว่าเป็นสวรรค์ของคนรักกิจกรรมเลยก็ว่าได้ คาดว่าจะสร้างเสร็จในปี 2026 เพื่อใช้เป็นที่รับรอง 2029 Asian Winter Games ด้วย

Sindalah
Sindalah

เกาะแห่งอนาคตที่สุดท้ายคือ Sindalah เกาะที่มีความยูนีค ครอบคลุมพื้นที่ 840,000 ตร.ม. เป็นสถานที่ท่องเที่ยวและพักผ่อนใจให้แก่เรือยอชต์กลางทะเลแดง เชื่อมต่อกับทะเลเมดิเตอเรเนียน ที่รวบรวมรีสอร์ตหรูและวิลล่ากว่า 500 ยูนิต ภัตตาคาร, บีชคลับ, จุดดำน้ำ, จุดล่องเรือ ไปจนถึงสนามกอล์ฟอีกด้วย

แม้เราจะเห็นความเทคโนโลยีและไอเดียสุดล้ำ รวมถึงความเป็นไปได้ในการสร้างเมืองแห่งอนาคตของซาอุฯ แต่ก็ปฏิเสธคำถามที่ตามมาไม่ได้ว่า ก่อนจะไปถึงความยั่งยืน ซาอุฯ ต้องแลกกับอะไรบ้าง ทั้งปริมาณ Carbon Footprint ที่จะเกิดขึ้นระหว่างการก่อสร้าง (นักวิชาการคาดการณ์ว่าจะผลิตคาร์บอนรวมกว่า 1.8 กิกะตัน) หรือประเด็นเรื่องวัฒนธรรมของชนพื้นเมือง Huwaitat ที่ถูกรัฐบาลขับไล่และประหารชีวิตเพื่อใช้ในการสร้างเมือง NEOM ด้วย เพราะประวัติศาสตร์โลกสอนเรามาหลายครั้งหลายคราแล้วว่า ความศิวิไลซ์มักจะแลกมาด้วยการทำลายวัฒนธรรมเสมอ

ที่มา NEOM

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...