รู้หรือไม่? “กองทุน” ผลตอบแทน 10% ต่อปี ‘มีอยู่จริง’… “BCARE” ธีมหุ้นสุขภาพ-แชมป์ 10 ปี โชว์ผลงาน +12.63% ต่อปี !!!
Wealthy Thai
อัพเดต 18 พ.ย. 2566 เวลา 13.10 น. • เผยแพร่ 26 พ.ค. 2565 เวลา 09.56 น. • สรวิศ อิ่มบำรุงสาระ Fund วันละนิด: วันนี้จะพามาส่อง “7 สุดยอดกองทุน” ที่ผลตอบแทนแรงสุดๆ 10 ปี ทะลุ +10% ต่อปี
รู้หรือไม่?…ถ้าลงทุนได้ผลตอบแทนเฉลี่ย 10% ต่อปี เงินคุณจะโตเป็น 2 เท่า ในระยะเวลาเพียง 7.2 ปี เท่านั้น
โดยทั้ง 7 กองทุนนี้ เป็น “กองหุ้น” 5 กอง และ “Aggressive Allocation” อีก 2 กอง โดยทำผลตอบแทนในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาได้ 11.23 – 12.63% ต่อปี เลยทีเดียว (ด้วยผลตอบแทนแบบนี้เงินจะโตเป็น 2 เท่า ในระยะเวลาที่สั้นขึ้นเพียง 5.7 – 6.4 ปี เท่านั้นเอง
ใครว่า…“กองทุนรวม” ผลตอบแทน 10% ต่อปี ไม่มีอยู่จริงนั้น คงถึงเวลาต้องปรับเปลี่ยนความคิดกันใหม่แล้วล่ะ
ตามไปดูทั้ง 7 กองทุน ที่ทีมงาน ‘Wealthythai’ ได้ไปสำรวจมาฝากพร้อมๆ กันได้เลย
“7 กองทุน” จาก 5 กลุ่ม โชว์ผลตอบแทนสุดฮอต 10 ปี ทำได้ 11.23 – 12.63% ต่อปี
เมื่อพูดถึงการลงทุนผ่าน “กองทุนรวม” นักลงทุนส่วนใหญ่อาจจะรู้สึกไม่ตื่นเต้นเร้าใจเท่าไรนัก (ถ้าเทียบกับสาย Crypto หรือสายหุ้นโดยตรง…) เป็นข้อเท็จจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ด้วยบุคลิกของเครื่องมือเองที่ถูกออกแบบมาให้มีการกระจายการลงทุนที่เหมาะสมเพื่อปกป้องนักลงทุนและตอบโจทย์กลุ่มนักลงทุนให้ “เข้าถึงการลงทุนได้สะดวก ง่ายดาย ด้วยเงินลงทุนที่น้อย” เป็นสำคัญนั่นเอง
แม้จะดูไม่เร้าใจ แต่ค่อยๆ สะสมไปในระยะยาว…
ถ้าได้ผลตอบแทนเฉลี่ย 10% ต่อปี (ก็ถือว่าไม่น้อยนะ) และผลตอบแทนระดับนี้ก็ทำให้เงินลงทุนคุณโตเป็น 2 เท่า ในระยะเวลาเพียง 7.2 ปี เท่านั้น (ก็ถือว่า…เป็นทางเลือกที่ไม่ได้แย่อะไรในการสะสมความมั่งคั่งในระยะยาวนะ)
มาดู “7 กองทุน” ที่สุดสตรองโชว์ผลตอบแทนแรงสุดๆ สามารถทำผลตอบแทนในช่วง 10 ปีย้อนหลัง เฉลี่ยมากกว่า +10% ต่อปี ทิ้งห่างเงินเฟ้อได้สบายๆ ซึ่งในภาพรวมต้องบอกว่าเป็นกลุ่มกองทุนที่เน้นลงทุนใน “หุ้น” เป็นหลักทั้ง 7 กองทุน และที่น่าสนใจ คือ “กองทุนไทย” ก็ติดเข้ามาในทำเนียบด้วยถึง 3 กองด้วยกัน (ใครที่กำลังเบื่อหน่วยกับตลาดหุ้นไทย…อาจต้องกลับมาปัดฝุ่นดูกันใหม่กันอีกครั้ง)
ทั้ง 7 กอง มาจาก 5 กลุ่มใหญ่ ได้แก่
-กองหุ้นสุขภาพ มากับ ‘ธีมหุ้นสุขภาพโลก’ มี 1 กอง เป็น Feeder Fund ที่เน้นลงทุนในหุ้นบริษัทในอุตสาหกรรมสุขภาพทั่วโลกผ่านกองทุนหลัก ‘Wellington Global Health Care Equity Fund’ ได้แก่ BCARE ทำผลตอบแทนช่วง 10 ปี ได้ +12.63% ต่อปี และยังเป็นกองทุนที่มีผลตอบแทนสูงสุดในรอบ 10 ปีอีกด้วย
-กองหุ้นโลก มี 1 กอง เป็น Feeder Fund ที่เน้นลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ประเทศพัฒนาแล้ว โดยคัดเลือก 3 กลุ่มที่มีค่าเฉลี่ยของ CROCI Economic P/E ต่ำที่สุด จาก 9 อุตสาหกรรม มีการปรับพอร์ตทุก 3 เดือน ผ่านกองทุนหลัก ‘DWS Invest CROCI Sectors Plus ใน Share Class FCH (P)’ ได้แก่ SCBPGF ทำผลตอบแทนช่วง 10 ปี ได้ +12.16% ต่อปี
-Aggressive Allocation มี 2 กอง ที่สำคัญเป็น “กองทุนไทย” เป็นกองทุนผสมเน้นลงทุนในหุ้นมากกว่า 65% เป็นหลัก ได้แก่ MBT-G และ TISCOFLEXP ทำผลตอบแทนช่วง 10 ปี ได้ +11.67% ต่อปี และ +11.23% ต่อปีตามลำดับ
-กองหุ้นสหรัฐ ตลาดหุ้นที่เป็นพี่ใหญ่ของโลก มี 2 กอง เป็น Feeder Fund ลงทุนในกองทุนหลักเดียวกัน ‘SPDR S&P500 ETF’ ที่เน้นสร้างผลตอบแทนใกล้เคียงดัชนี S&P500 ได้แก่ ASP-S&P500 และ TISCOUS-A ทำผลตอบแทนช่วง 10 ปี ได้ +11.60% ต่อปี และ +11.52% ต่อปี ตามลำดับ
-กองหุ้นขนาดกลาง-เล็ก ปิดท้ายด้วย “กองหุ้นไทย” ที่เรียกว่าเล็กพริกขี้หนูในกลุ่ม ‘กองหุ้นขนาดกลาง-เล็ก’ ได้แก่ TISCOFLEXP ทำผลตอบแทนช่วง 10 ปี ได้ +11.23% ต่อปี
ผ่านไปแล้วกับ “7 กองทุน” ผลงานแจ่มในช่วง 10 ปี ที่ผานมา กับผลตอบแทนทะลุ +10% ต่อปี ที่น่าสังเกตจะเห็นว่า “NAV” ของทั้ง 7 กองก็มากน้อยแตกต่างกันไป แต่ไม่ใช่ประเด็นหลักสำหรับการลงทุนใน “กองทุนรวม” เพราะท้ายสุดไม่ว่าจะลงทุนกองทุนไหนใน 7 กองนี้ ช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ผลตอบแทนที่ได้รับก็มากกว่า +10% ต่อปี ไม่แตกต่างกันนั่นเอง…ใครว่า “กองทุนรวม” ผลตอบแทน 10% ต่อปี ไม่มีอยู่จริง?