CPR–AED เรื่องใกล้ตัวที่ควรรู้! แพทย์ มช. เตือน คนแข็งแรงก็ “หัวใจหยุดเต้น” ได้
“คนรอบตัวไม่มีใครเป็นโรคหัวใจ ไม่จำเป็นต้องเรียนรู้เรื่อง CPR–AED”
ใครคิดแบบนี้ เปลี่ยนความคิดด่วนค่ะ!
ล่าสุด นพ.วุฒิพงศ์ ศรีชัวชม อาจารย์พิเศษ ภาควิชาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน คณะแพทยศาสตร์ มช. และแพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิน ศูนย์ศรีพัฒน์ คณะแพทยศาสตร์ มช. ให้ข้อมูลว่า “ภาวะหัวใจหยุดเต้น” เกิดขึ้นได้กับคนทุกวัย ไม่เฉพาะผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีโรคหัวใจ แม้คนที่ดูแข็งแรงก็สามารถเกิดภาวะนี้ได้จากหลายสาเหตุ ทั้งโรคหัวใจ หัวใจเต้นผิดจังหวะ โรคทางพันธุกรรม รวมถึงการสำลัก จมน้ำ ไฟฟ้าช็อต เสียเลือดรุนแรง ลิ่มเลือดอุดตันในปอด ยาเกินขนาด สารพิษ และความผิดปกติของเกลือแร่ในร่างกาย
หัวใจหยุดเต้น ต่างจาก “หัวใจวาย” อย่างไร?
ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน คือ ภาวะที่หัวใจหยุดสูบฉีดเลือด ทำให้สมองและอวัยวะสำคัญขาดเลือดและออกซิเจน ผู้ป่วยจะหมดสติอย่างรวดเร็ว และหากไม่ได้รับการช่วยเหลือ อาจเสียชีวิตภายในไม่กี่นาที
ส่วนคำว่า “หัวใจวาย” เป็นภาษาพูดที่ไม่จำเพาะ อาจหมายถึงโรคหรือภาวะทางหัวใจหลายชนิด และไม่ได้หมายความว่าหัวใจหยุดเต้นเสมอไป
ใครมีความเสี่ยง?
ผู้ที่มีโรคหัวใจ โดยเฉพาะโรคหลอดเลือดหัวใจ กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด หรือภาวะหัวใจล้มเหลว มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น แต่คนที่ไม่เคยมีประวัติโรคหัวใจก็เกิดได้ เพราะโรคบางชนิดอาจยังไม่แสดงอาการ
ความผิดปกติของระบบไฟฟ้าหัวใจ เช่น Brugada syndrome สามารถทำให้เกิดหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดรุนแรง หมดสติ หรือหัวใจหยุดเต้นกะทันหันได้ และเป็นหนึ่งในโรคที่สัมพันธ์กับการเสียชีวิตกะทันหันขณะพักหรือนอนหลับ ซึ่งคนไทยมักรู้จักในบริบทของ “ไหลตาย”
สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม
บางรายอาจไม่มีอาการเตือน แต่บางคนอาจมี
• เจ็บหรือแน่นหน้าอก
• หายใจเหนื่อยผิดปกติ
• ใจสั่นร่วมกับหน้ามืดหรือเป็นลม
• เหนื่อยง่ายหรือออกกำลังกายได้น้อยลง
• หมดสติขณะออกกำลังกาย
• มีประวัติครอบครัวเสียชีวิตกะทันหันตั้งแต่อายุน้อย
หากมีอาการรุนแรง เช่น เจ็บหน้าอกรุนแรง หายใจลำบากมาก หรือหมดสติ ควรโทร 1669 และไม่ควรขับรถไปโรงพยาบาลเอง
พบคนหมดสติ จะรู้ได้อย่างไรว่าหัวใจหยุดเต้น?
จำง่าย ๆ ว่า “ไม่ตอบสนอง + ไม่หายใจตามปกติ = สงสัยหัวใจหยุดเต้น”
หากพบคนล้มลง ให้ตรวจความปลอดภัย เรียกและแตะไหล่ หากไม่ตอบสนองและไม่หายใจปกติ หรือมีเพียงการหายใจเฮือก ๆ (Agonal breathing) ให้สงสัยหัวใจหยุดเต้นและช่วยชีวิตทันที
ผู้ป่วยบางรายอาจเกร็งหรือกระตุกคล้ายชักในช่วงแรก หากหลังจากนั้นยังไม่รู้สึกตัวและไม่หายใจปกติ ต้องนึกถึงภาวะหัวใจหยุดเต้นด้วย
ช่วยอย่างไร?
1️. โทร 1669
2️. เริ่ม CPR กดหน้าอกทันที
3️. นำ AED มาใช้โดยเร็วที่สุด
4️. ทำตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่และเครื่อง AED
หากอยู่คนเดียว ให้โทร 1669 เปิดลำโพง แล้วเริ่มกดหน้าอกทันที หากมีหลายคน ให้แบ่งหน้าที่กัน คนหนึ่งโทร 1669 อีกคนหา AED และอีกคนเริ่ม CPR
CPR สำหรับผู้ใหญ่
กดหน้าอกบริเวณกึ่งกลางหน้าอก ด้วยความเร็ว 100–120 ครั้ง/นาที ลึกอย่างน้อย 5 ชม. แต่ไม่เกิน 6 ชม. ปล่อยให้หน้าอกคืนตัวเต็มที่ และหลีกเลี่ยงการหยุดกดโดยไม่จำเป็น
แม้ไม่เคยเรียน CPR ก็สามารถช่วยได้ โดยเจ้าหน้าที่ 1669 สามารถแนะนำขั้นตอนผ่านโทรศัพท์ได้
AED ประชาชนทั่วไปใช้ได้หรือไม่?
ใช้ได้ เพราะ AED ถูกออกแบบมาให้ประชาชนทั่วไปใช้งาน เครื่องจะวิเคราะห์จังหวะหัวใจและสั่งให้ช็อกเฉพาะเมื่อจำเป็น
จำง่าย ๆ “เปิด – แปะ – วิเคราะห์ – ช็อก”
เปิดเครื่อง ทำตามคำแนะนำ แปะแผ่นนำไฟฟ้าตามตำแหน่งที่กำหนด ไม่สัมผัสตัวผู้ป่วยขณะเครื่องวิเคราะห์ และหากเครื่องสั่งให้ช็อก ให้ช็อกแล้วกลับมากดหน้าอกต่อทันที
ทำไมต้องช่วยให้เร็ว?
เมื่อหัวใจหยุดเต้น สมองและอวัยวะสำคัญจะขาดเลือดและออกซิเจน ความเสียหายจะเพิ่มขึ้นตามเวลาที่ผ่านไป ยิ่งเริ่ม CPR และใช้ AED เร็วเท่าไร ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสรอดชีวิตและลดความเสียหายของสมองได้มากขึ้น
หัวใจหยุดเต้นอาจเกิดขึ้นได้กับทุกคน และอาจเกิดขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว แต่ทุกคนสามารถช่วยชีวิตได้ ถ้าพบคนหมดสติและไม่หายใจตามปกติ อย่ารอให้แน่ใจ 100%
โทร 1669 → เริ่ม CPR → ใช้ AED ให้เร็วที่สุด
เพราะทุกนาทีมีความหมาย และการช่วยเหลือจากคนรอบข้าง อาจเป็นโอกาสสำคัญของการรอดชีวิตนะคะ