โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

น้ำท่วมน่าน-ภาคเหนือ พิสูจน์ฝีมือรัฐบาลอนุทิน(อีกครั้ง) ผ่านหรือไม่ผ่าน!?

Manager Online

เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

แม้ว่าภาวะอุทกภัยที่เกิดขึ้นถือว่าเป็น “ภัยธรรมชาติ” ที่เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงยาก รวมไปถึงการคาดเดาบางครั้งก็ทำได้ยาก แต่ขณะเดียวกันหากภัยธรรมชาติดังกล่าวเกิดขึ้นซ้ำๆ อย่างน้อยก็ต้องมีมาตรการรับมือและเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ เพื่อให้ลดความสูญเสียหรือไม่ให้เกิดความสูญเสียเป็นดีที่สุด

กรณีเหตุการณ์น้ำท่วมที่จังหวัดน่านที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน (วันที่ 20 สิงหาคม) ทำให้มีผู้เสียชีวิตรวมแล้ว 2 ราย ทรัพย์สินเสียหายจำนวนมาก ถือว่าน่าเศร้าสลด

เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม เวลา 10.00 น. มีการแถลงที่ห้องกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ อาคาร 3 ชั้น 5 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นางสาวชัชดาพร บุญพีระณัช รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์สาธารณภัย (Situation Awareness Team: SAT) กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ครั้งที่ 17/2569 เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยและการให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัย

มีการเปิดเผยว่า จากเหตุฝนตกหนักในพื้นที่ภาคเหนือ ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำล้นตลิ่ง ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดน่าน 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอปัว อำเภอท่าวังผา อำเภอภูเพียง และอำเภอสันติสุข รวม 24 ตำบล 99 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 13,132 ครัวเรือน รวม 30,313 คน และมีผู้เสียชีวิต 2 ราย อยู่ในอำเภอปัว 1 ราย และอำเภอท่าวังผา 1 ราย

ทั้งนี้ มีการระบุว่า ได้กำชับให้หน่วยงานถือปฏิบัติตามข้อสั่งการของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3) โดยหากเกิดหรือคาดว่าจะเกิดสถานการณ์อุทกภัย ให้เร่งเคลื่อนย้ายยานพาหนะหรือทรัพย์สินมีค่าที่อาจได้รับความเสียหายสูงออกจากพื้นที่ เพื่อลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น

พร้อมกันนี้ ให้ดูแลกลุ่มเปราะบางและเตรียมเคลื่อนย้ายประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงไปยังจุดปลอดภัย โดยต้องดำเนินการก่อนเกิดเหตุ รวมทั้งประสานสำนักงานชลประทาน และนายอำเภออย่างใกล้ชิด เพื่อวิเคราะห์แนวโน้มและคาดการณ์ระยะเวลาการเดินทางของมวลน้ำ ก่อนแจ้งศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติส่งข้อความ Cell Broadcast ให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงทราบล่วงหน้าและเตรียมรับมือสถานการณ์

นอกจากนี้ยังมีการเตรียมอุปกรณ์ทั้งอุปกรณ์หนัก เฮลิคอปเตอร์ และอุปกรณ์กู้ภัยอื่นๆ โดยมีการขอการสนับสนุนจากจังหวัดอื่นเข้ามาสมทบเพื่อเตรียมรับสถานการณ์

อย่างไรก็ดี แม้ว่าการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ที่มีการแถลงออกมากรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยดังกล่าวดูเหมือนไม่มีช่องโหว่ เพราะทุกอย่างเตรียมไว้อย่างรอบคอบแล้วก็ตาม

แต่ก็ยังมีเสียงท้วงติงและตั้งข้อสังเกตออกมาจาก นายเสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต และรองประธานมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญเรื่องน้ำ กล่าวถึงสถานการณ์ภาพรวมน้ำในพื้นที่จังหวัดน่านขณะนี้ว่า วันนี้ (20 สิงหาคม) ยังคงมีฝนตกอยู่ แต่ระดับน้ำที่เมืองน่านถือว่าทรงตัวและลดลงเล็กน้อย ขณะที่พื้นที่อำเภอเวียงสา ระดับน้ำยังสูง

“ทั้งที่ส่วนกลางส่ง Cell Broadcast ไปตั้งแต่ 04.00-06.00 น. แต่ก็ยังมีผู้เสียชีวิต นั่นหมายความว่า มันมีช่องว่างอะไรที่ไม่ไปถึงประชาชนหรือไม่ ซึ่งเราต้องดูว่าเหตุการณ์มันเป็นอย่างไร” นายเสรี ตั้งข้องสังเกต พร้อมเสนอให้ท้องถิ่นตั้งวอร์รูม คู่ขนานไปกับส่วนกลาง มีการประเมินความเสี่ยงได้ตลอดเวลา

ส่วนใหญ่เมื่อมีการเตือนภัยจากส่วนกลาง หรือ ส่ง Cell Broadcast เข้าไป มักได้รับเสียงสะท้อนกลับมาว่า เมื่อเตือนแล้วจะให้ประชาชนไปที่ไหน เพราะไม่ได้แจ้งพื้นที่พักพิง จึงขอชี้แจงว่า ระบบเตือนภัยจากส่วนกลางส่งไปเพื่อให้ท้องถิ่นนำไปแจ้งเตือนต่อว่า ประชาชนที่อยู่ในแต่ละหมู่บ้านควรไปยังศูนย์พักพิงจุดใด

นั่นคือจุดอ่อนที่เกิดขึ้น และยังเป็นการเกิดขึ้นซ้ำซาก ไม่ต่างจากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ที่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลาเมื่อปีก่อน มีลักษณะคล้ายกัน คือ เมื่อมีการ “แจ้งเตือน” หรือ “แจ้งอพยพ” แต่ไม่บอกว่าจะให้ประชาชนอพยพไปที่จุดไหนที่ปลอดภัย หรือมีความเสี่ยงน้อย อาจจะต่างจากกรณีของหาดใหญ่ คือ ตอนนั้นมีการแจ้งเตือน “แบบกระทันหัน” จนรับมือหนีภัยน้ำท่วมไม่ทัน จากคำว่า “เอาอยู่” นั่นแหละ

แต่กรณีที่จังหวัดน่าน คือมีการแจ้งอพยพล่วงหน้า แต่ทำให้ชาวบ้านสับสนทำอะไรไม่ถูกเพราะไม่รู้ว่าจะหนีน้ำไปไหน มีศูนย์พักพิงที่ไหนบ้าง

ภาพที่สะท้อนออกมาประมาณนี้ แม้ว่ามีการลงพื้นที่ล่องเรือเข้าไปดูสถานการณ์น้ำท่วม เช่น มีรัฐมนตรีลงไปหลายคน เช่น จากพรรคเพื่อไทย นำโดย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะ ส.ส.จากพรรคเพื่อไทย เป็นต้น

ขณะที่ “ทีมสีน้ำเงิน” นำโดย นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่คุมกรมป้องกันและบรรเทาสาธารภัย (ปภ.) ทั้งสองทีมดังกล่าวหากพิจารณาจากภาพข่าวก็มีการลงพื้นที่สั่งการกันอย่างเต็มที่ มีการพักค้างแรม “กินข้าวกล่อง” ภาพออกมาแบบร่วมทุกข์กับชาวบ้าน

แต่อีกด้านหนึ่ง มันเหมือนกับ “ต่างคนต่างทำ” แยกกันสั่งการ เพราะนี่คืองานการเมือง แยกกันหาเสียง แต่หากในแง่ของผลลัพธ์ที่ออกมาถึงไม่ได้เต็มร้อย แม้อาจจะกล่าวได้ว่าไม่ถึงขั้นล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง แต่หากพิจารณาในด้านการประสานงาน ยังไม่เป็นหนึ่งเดียว อีกทั้งสถานการณ์น้ำในช่วงวันสองวันนี้มีแนวโน้มเริ่มลดลงบ้าง ทำให้ลดวิกฤตลงไปได้บ้าง แม้ว่ายังต้องเฝ้าระวังในช่วงวันที่ 23 สิงหาคม ตามที่มีการพยากรณ์อากาศเตือนเอาไว้สำหรับปริมาณฝนกลับมาเพิ่มขึ้นอีก

เหตุการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในจังหวัดน่านและในพื้นที่ภาคเหนือที่ผ่าน มายังสะท้อนให้เห็นภาพความ “ไม่พร้อม” สำหรับการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีส่งสัญญาณจากปริมาณฝนและน้ำที่เพิ่มขึ้น แม้ว่าจะมี “ข้อความแจ้งเตือน” ล่วงหน้า แต่ปัญหาแบบเดิมก็คือ เมื่อมีการแจ้งเตือนแล้ว ชาวบ้านไม่รู้ว่าจะให้หนีไปที่ไหน ศูนย์พักพิงอยู่ที่ไหน ดังที่มีเสียงสะท้อนข้างต้น

ขณะเดียวกันยังมีเรื่อง “แย่งกันหาเสียง” จากฝ่ายการเมือง ก็ยิ่งเพิ่มความโกลาหล เพราะไม่มีศูนย์บัญชาการ ไม่มีผู้มีอำนาจสั่งการสูงสุด เจ้าหน้าที่ไม่รู้จะฟังใคร

ที่สำคัญ รัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล ไม่เคยสรุปบทเรียน ยังโชคดีที่ปริมาณน้ำมีแนวโน้มลดลง ทำให้ได้พอหายใจหายคอ แต่ก็ต้องเตรียมรับมืออีกระลอกในอีกวันสองวันนี้ แต่เท่าที่ประมาณผลงานที่ผ่านมาถือว่า “ไม่ผ่าน”!!

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...