น้ำท่วมน่าน-ภาคเหนือ พิสูจน์ฝีมือรัฐบาลอนุทิน(อีกครั้ง) ผ่านหรือไม่ผ่าน!?
แม้ว่าภาวะอุทกภัยที่เกิดขึ้นถือว่าเป็น “ภัยธรรมชาติ” ที่เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงยาก รวมไปถึงการคาดเดาบางครั้งก็ทำได้ยาก แต่ขณะเดียวกันหากภัยธรรมชาติดังกล่าวเกิดขึ้นซ้ำๆ อย่างน้อยก็ต้องมีมาตรการรับมือและเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ เพื่อให้ลดความสูญเสียหรือไม่ให้เกิดความสูญเสียเป็นดีที่สุด
กรณีเหตุการณ์น้ำท่วมที่จังหวัดน่านที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน (วันที่ 20 สิงหาคม) ทำให้มีผู้เสียชีวิตรวมแล้ว 2 ราย ทรัพย์สินเสียหายจำนวนมาก ถือว่าน่าเศร้าสลด
เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม เวลา 10.00 น. มีการแถลงที่ห้องกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ อาคาร 3 ชั้น 5 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นางสาวชัชดาพร บุญพีระณัช รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์สาธารณภัย (Situation Awareness Team: SAT) กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ครั้งที่ 17/2569 เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยและการให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัย
มีการเปิดเผยว่า จากเหตุฝนตกหนักในพื้นที่ภาคเหนือ ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำล้นตลิ่ง ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดน่าน 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอปัว อำเภอท่าวังผา อำเภอภูเพียง และอำเภอสันติสุข รวม 24 ตำบล 99 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 13,132 ครัวเรือน รวม 30,313 คน และมีผู้เสียชีวิต 2 ราย อยู่ในอำเภอปัว 1 ราย และอำเภอท่าวังผา 1 ราย
ทั้งนี้ มีการระบุว่า ได้กำชับให้หน่วยงานถือปฏิบัติตามข้อสั่งการของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3) โดยหากเกิดหรือคาดว่าจะเกิดสถานการณ์อุทกภัย ให้เร่งเคลื่อนย้ายยานพาหนะหรือทรัพย์สินมีค่าที่อาจได้รับความเสียหายสูงออกจากพื้นที่ เพื่อลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น
พร้อมกันนี้ ให้ดูแลกลุ่มเปราะบางและเตรียมเคลื่อนย้ายประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงไปยังจุดปลอดภัย โดยต้องดำเนินการก่อนเกิดเหตุ รวมทั้งประสานสำนักงานชลประทาน และนายอำเภออย่างใกล้ชิด เพื่อวิเคราะห์แนวโน้มและคาดการณ์ระยะเวลาการเดินทางของมวลน้ำ ก่อนแจ้งศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติส่งข้อความ Cell Broadcast ให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงทราบล่วงหน้าและเตรียมรับมือสถานการณ์
นอกจากนี้ยังมีการเตรียมอุปกรณ์ทั้งอุปกรณ์หนัก เฮลิคอปเตอร์ และอุปกรณ์กู้ภัยอื่นๆ โดยมีการขอการสนับสนุนจากจังหวัดอื่นเข้ามาสมทบเพื่อเตรียมรับสถานการณ์
อย่างไรก็ดี แม้ว่าการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ที่มีการแถลงออกมากรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยดังกล่าวดูเหมือนไม่มีช่องโหว่ เพราะทุกอย่างเตรียมไว้อย่างรอบคอบแล้วก็ตาม
แต่ก็ยังมีเสียงท้วงติงและตั้งข้อสังเกตออกมาจาก นายเสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต และรองประธานมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญเรื่องน้ำ กล่าวถึงสถานการณ์ภาพรวมน้ำในพื้นที่จังหวัดน่านขณะนี้ว่า วันนี้ (20 สิงหาคม) ยังคงมีฝนตกอยู่ แต่ระดับน้ำที่เมืองน่านถือว่าทรงตัวและลดลงเล็กน้อย ขณะที่พื้นที่อำเภอเวียงสา ระดับน้ำยังสูง
“ทั้งที่ส่วนกลางส่ง Cell Broadcast ไปตั้งแต่ 04.00-06.00 น. แต่ก็ยังมีผู้เสียชีวิต นั่นหมายความว่า มันมีช่องว่างอะไรที่ไม่ไปถึงประชาชนหรือไม่ ซึ่งเราต้องดูว่าเหตุการณ์มันเป็นอย่างไร” นายเสรี ตั้งข้องสังเกต พร้อมเสนอให้ท้องถิ่นตั้งวอร์รูม คู่ขนานไปกับส่วนกลาง มีการประเมินความเสี่ยงได้ตลอดเวลา
ส่วนใหญ่เมื่อมีการเตือนภัยจากส่วนกลาง หรือ ส่ง Cell Broadcast เข้าไป มักได้รับเสียงสะท้อนกลับมาว่า เมื่อเตือนแล้วจะให้ประชาชนไปที่ไหน เพราะไม่ได้แจ้งพื้นที่พักพิง จึงขอชี้แจงว่า ระบบเตือนภัยจากส่วนกลางส่งไปเพื่อให้ท้องถิ่นนำไปแจ้งเตือนต่อว่า ประชาชนที่อยู่ในแต่ละหมู่บ้านควรไปยังศูนย์พักพิงจุดใด
นั่นคือจุดอ่อนที่เกิดขึ้น และยังเป็นการเกิดขึ้นซ้ำซาก ไม่ต่างจากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ที่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลาเมื่อปีก่อน มีลักษณะคล้ายกัน คือ เมื่อมีการ “แจ้งเตือน” หรือ “แจ้งอพยพ” แต่ไม่บอกว่าจะให้ประชาชนอพยพไปที่จุดไหนที่ปลอดภัย หรือมีความเสี่ยงน้อย อาจจะต่างจากกรณีของหาดใหญ่ คือ ตอนนั้นมีการแจ้งเตือน “แบบกระทันหัน” จนรับมือหนีภัยน้ำท่วมไม่ทัน จากคำว่า “เอาอยู่” นั่นแหละ
แต่กรณีที่จังหวัดน่าน คือมีการแจ้งอพยพล่วงหน้า แต่ทำให้ชาวบ้านสับสนทำอะไรไม่ถูกเพราะไม่รู้ว่าจะหนีน้ำไปไหน มีศูนย์พักพิงที่ไหนบ้าง
ภาพที่สะท้อนออกมาประมาณนี้ แม้ว่ามีการลงพื้นที่ล่องเรือเข้าไปดูสถานการณ์น้ำท่วม เช่น มีรัฐมนตรีลงไปหลายคน เช่น จากพรรคเพื่อไทย นำโดย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะ ส.ส.จากพรรคเพื่อไทย เป็นต้น
ขณะที่ “ทีมสีน้ำเงิน” นำโดย นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่คุมกรมป้องกันและบรรเทาสาธารภัย (ปภ.) ทั้งสองทีมดังกล่าวหากพิจารณาจากภาพข่าวก็มีการลงพื้นที่สั่งการกันอย่างเต็มที่ มีการพักค้างแรม “กินข้าวกล่อง” ภาพออกมาแบบร่วมทุกข์กับชาวบ้าน
แต่อีกด้านหนึ่ง มันเหมือนกับ “ต่างคนต่างทำ” แยกกันสั่งการ เพราะนี่คืองานการเมือง แยกกันหาเสียง แต่หากในแง่ของผลลัพธ์ที่ออกมาถึงไม่ได้เต็มร้อย แม้อาจจะกล่าวได้ว่าไม่ถึงขั้นล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง แต่หากพิจารณาในด้านการประสานงาน ยังไม่เป็นหนึ่งเดียว อีกทั้งสถานการณ์น้ำในช่วงวันสองวันนี้มีแนวโน้มเริ่มลดลงบ้าง ทำให้ลดวิกฤตลงไปได้บ้าง แม้ว่ายังต้องเฝ้าระวังในช่วงวันที่ 23 สิงหาคม ตามที่มีการพยากรณ์อากาศเตือนเอาไว้สำหรับปริมาณฝนกลับมาเพิ่มขึ้นอีก
เหตุการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในจังหวัดน่านและในพื้นที่ภาคเหนือที่ผ่าน มายังสะท้อนให้เห็นภาพความ “ไม่พร้อม” สำหรับการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีส่งสัญญาณจากปริมาณฝนและน้ำที่เพิ่มขึ้น แม้ว่าจะมี “ข้อความแจ้งเตือน” ล่วงหน้า แต่ปัญหาแบบเดิมก็คือ เมื่อมีการแจ้งเตือนแล้ว ชาวบ้านไม่รู้ว่าจะให้หนีไปที่ไหน ศูนย์พักพิงอยู่ที่ไหน ดังที่มีเสียงสะท้อนข้างต้น
ขณะเดียวกันยังมีเรื่อง “แย่งกันหาเสียง” จากฝ่ายการเมือง ก็ยิ่งเพิ่มความโกลาหล เพราะไม่มีศูนย์บัญชาการ ไม่มีผู้มีอำนาจสั่งการสูงสุด เจ้าหน้าที่ไม่รู้จะฟังใคร
ที่สำคัญ รัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล ไม่เคยสรุปบทเรียน ยังโชคดีที่ปริมาณน้ำมีแนวโน้มลดลง ทำให้ได้พอหายใจหายคอ แต่ก็ต้องเตรียมรับมืออีกระลอกในอีกวันสองวันนี้ แต่เท่าที่ประมาณผลงานที่ผ่านมาถือว่า “ไม่ผ่าน”!!
website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO