ชัชชาติขีดเส้น 50 เขตส่งผลสอบแก๊งสวมสิทธิ ‘บัตรสีชมพู’ ศุกร์นี้ สั่งฟัน 4 เจ้าหน้าที่พร้อมขุดประวัติย้อนหลัง 10 ปี
วันนี้ (20 สิงหาคม) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีการย้ายเข้าทะเบียนบ้านผิดปกติของกลุ่มบุคคลต่างชาติที่ถือบัตรประจำตัวสีชมพู พร้อมสั่งการให้ทุกสำนักงานเขตรายงานผลการตรวจสอบเบื้องต้นภายในวันศุกร์นี้ (21 สิงหาคม 2569)
ชัชชาติ ระบุว่า ขบวนการดังกล่าวอาศัยช่องโหว่ในการสวมสิทธิทะเบียนบ้าน เพื่อนำไปใช้เป็นหลักฐานประกอบการทำบัตรประจำตัวโดยมิชอบ รูปแบบการกระทำผิดมีหลากหลายวิธี เช่น การนำสูติบัตรของเด็กต่างชาติที่เกิดในไทยแต่เดินทางกลับประเทศไปแล้ว มาสวมสิทธิย้ายชื่อเข้าทะเบียนบ้าน การลักลอบย้ายบุคคลจากทะเบียนบ้านกลางเข้าสู่ทะเบียนบ้านทั่วไป รวมถึงขบวนการสร้างลูกทิพย์-พ่อทิพย์
ความผิดปกตินี้ปรากฏชัดเจนที่สุดในพื้นที่ เขตดินแดง โดยพบกรณีบ้านหลังหนึ่งมีพื้นที่เพียง 40 ตารางเมตร แต่กลับมีชื่อผู้อยู่อาศัยอัดแน่นถึง 40–45 คน และจากการตรวจสอบสถิติในเขตดินแดงช่วงปี 2567 พบตัวเลขการย้ายเข้าที่ผิดปกติสูงกว่า 2,000 ราย ซึ่งเบื้องต้น กทม. ได้มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองที่เกี่ยวข้องจำนวน 4 ราย ออกจากราชการไว้ก่อนแล้ว
เพื่อเป็นการถอนรากถอนโคนขบวนการทุจริต ผู้ว่าฯ กทม. ได้สั่งการให้ตรวจสอบข้อมูลในทุกสำนักงานเขตย้อนหลังไป 10 ปี (ตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นมา) พร้อมประสานความร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการสืบสวนเชิงลึกเพื่อแกะรอยเส้นทางการเงินระหว่างกลุ่มนายหน้าและเจ้าหน้าที่รัฐ เนื่องจาก กทม. มีข้อจำกัดทางอำนาจกฎหมาย
“หากการสอบสวนย้อนหลังพบความเชื่อมโยงไปถึงผู้บริหารระดับสูง หรือแม้แต่เจ้าหน้าที่ที่เกษียณอายุราชการไปแล้ว กทม. จะดำเนินการเอาผิดอย่างเต็มที่ โดยเบื้องต้นได้เตรียมตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบเรื่องนี้โดยเฉพาะ” ชัชชาติ กล่าว
นอกจากมาตรการปราบปราม กทม. ยังเตรียมปรับโครงสร้างเพื่อป้องกันการทุจริตในระยะยาว โดยจะยกเลิกการให้อำนาจอนุมัติงานทะเบียนขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าที่เพียงคนเดียว พร้อมดึงผู้อำนวยการเขตและหัวหน้าฝ่ายเข้ามาร่วมรับผิดชอบ รวมถึงกำหนดให้มีการหมุนเวียนสับเปลี่ยนเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเพื่อลดความเสี่ยง
ส่วนกรณีตัวเลขกลุ่มต้องสงสัยที่คาดว่ามีประมาณ 3,000 รายนั้น ชัชชาติ ชี้แจงว่า ตัวเลขอาจกระจายอยู่ตามบ้านหลายหลัง โดย กทม. จะเริ่มใช้เกณฑ์คัดกรองจากบ้านที่มีผู้อยู่อาศัยตั้งแต่ 15 คนขึ้นไป ก่อนจะปรับลดเกณฑ์ลงมาเพื่อสุ่มตรวจบ้านแต่ละหลังให้ครอบคลุมและรัดกุมที่สุดต่อไป