โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สหรัฐสั่ง 30 มหาวิทยาลัยทบทวนสัมพันธ์ต่างชาติ โดยเฉพาะความร่วมมือกับจีน

เดลินิวส์

อัพเดต 18 สิงหาคม 2569 เวลา 22.56 น. • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
รัฐบาลสหรัฐสั่งมหาวิทยาลัย 30 แห่ง ตรวจสอบความร่วมมือกับหน่วยงานต่างชาติที่ถูกมองว่าเป็นภัยต่อความมั่นคง รวมถึงองค์กรของจีน พร้อมเตือนอาจกระทบสิทธิรับเงินทุนวิจัยจากรัฐบาลกลาง หากไม่ดำเนินการตามคำสั่ง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 18 ส.ค. ว่าแหล่งข่าวระดับสูงในรัฐบาลวอชิงตันเปิดเผยกับสื่อหลายแห่ง ว่ากระทรวงกลาโหมสหรัฐมีคำสั่งไปยังมหาวิทยาลัย 30 แห่ง ให้ตรวจสอบความร่วมมือด้านการวิจัย การเงิน และวิชาการกับหน่วยงานต่างชาติที่ถูกมองว่า เป็นภัยต่อความมั่นคง รวมถึงสถาบันและองค์กรของจีนที่เกี่ยวข้องกับอดีตสถาบันขงจื๊อ

กระทรวงกลาโหมสหรัฐเตือนว่า หากมหาวิทยาลัยแห่งใดไม่ปฏิบัติตาม อาจส่งผลกระทบต่อคุณสมบัติในการรับเงินทุนสนับสนุนการวิจัยจากรัฐบาลกลางในอนาคต

มาตรการดังกล่าวถือเป็นความพยายามล่าสุดของรัฐบาลวอชิงตัน ในการควบคุมความร่วมมือทางวิชาการกับจีน และขยายแนวคิดด้านความมั่นคงในลักษณะเดียวกับยุคสงครามเย็นเข้าสู่แวดวงวิทยาศาสตร์

ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยที่ได้รับแจ้งต้องตรวจสอบความร่วมมือกับต่างประเทศอย่าง “เร่งด่วนและครอบคลุม” เพื่อยกระดับความปลอดภัยด้านการวิจัย และป้องกันการถ่ายโอนเทคโนโลยีโดยไม่ได้รับอนุญาต การโจรกรรมทรัพย์สินทางปัญญา และการแสวงประโยชน์จากฝ่ายที่เป็นปฏิปักษ์

การตรวจสอบครอบคลุมความร่วมมือกับสถาบันต่างชาติที่อยู่ในบัญชีตามมาตรา 1286 ของกฎหมายว่าด้วยการจัดสรรงบประมาณด้านกลาโหมสหรัฐ ประจำปีงบประมาณ 2562 รวมถึงองค์กรที่เกี่ยวข้องกับสถาบันขงจื๊อซึ่งเปลี่ยนชื่อหรือรูปแบบการดำเนินงาน

มหาวิทยาลัยที่เกี่ยวข้องต้องรายงานผลการตรวจสอบและมาตรการที่ดำเนินการ กลับมายังกระทรวงกลาโหมสหรัฐ ภายในวันที่ 31 ส.ค.นี้

แม้กระทรวงกลาโหมสหรัฐไม่เปิดเผยรายชื่อมหาวิทยาลัยทั้ง 30 แห่ง แต่สื่อของสหรัฐรายงานว่ามหาวิทยาลัยที่ถูกตรวจสอบรวมถึงมหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (เอ็มไอที) และมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย วิทยาเขตเบิร์กลีย์และซานดิเอโก.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...