รัสเซียถล่มปั๊มน้ำมันในเคียฟ สวนทางทรัมป์เผยสองฝ่ายงดโจมตีพลังงาน
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 15 ก.ย. ว่านายวิตาลี คลิตช์โก นายกเทศมนตรีกรุงเคียฟ เปิดเผยว่า โดรนลำหนึ่งพุ่งโจมตีสถานีบริการน้ำมันแห่งหนึ่งในกรุงเคียฟ ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 ราย
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงหนึ่งวัน หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวว่า รัสเซียและยูเครนเห็นพ้องกันว่า จะไม่โจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของกันและกัน
รัสเซียเริ่มโจมตีสถานีบริการน้ำมันในกรุงเคียฟมากขึ้นในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ด้านทางการยูเครนระบุว่า รัสเซียโจมตีสถานีบริการน้ำมันแล้วราว 300 แห่ง ส่วนใหญ่อยู่ในหรือใกล้พื้นที่แนวหน้า ตลอดช่วง 2-3 เดือนล่าสุด
ขณะเดียวกัน กองทัพโปแลนด์ปฏิบัติการทางอากาศทางทหารพิเศษเป็นการชั่วคราว เพื่อป้องกันเหตุที่อาจเกิดขึ้น หลังรัสเซียเปิดฉากโจมตียูเครน แต่ยืนยันภายหลังว่า ไม่มีขีปนาวุธหรือโดรนรุกล้ำน่านฟ้าของประเทศ
ทั้งนี้ เหตุการณ์โดรนทางทหารรุกล้ำน่านฟ้าของยูเครนและประเทศเพื่อนบ้านรัสเซีย สร้างความกังวลว่าสงครามอาจขยายลุกลามเข้าสู่ดินแดนของประเทศที่เป็นสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต)
ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน กล่าวว่า ยูเครนพร้อมสนับสนุนข้อเสนอของสหรัฐเรื่องการหยุดโจมตีเป้าหมายด้านพลังงานระหว่างรัสเซียกับยูเครน แต่ต้องมีหลักประกันว่าสหรัฐสามารถทำให้รัสเซียยุติสงครามได้อย่างจริงจัง.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS