โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

นายกฯ เปิดสำนักงาน BOI เฉิงตู ไทยพร้อมเป็นประตูสู่อาเซียน

เดลินิวส์

อัพเดต 18 กรกฎาคม 2569 เวลา 23.17 น. • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
นายกฯ เปิดสำนักงาน BOI เฉิงตู ชวนนักลงทุนจีนขยายลงทุนมาไทย ย้ำไทยพร้อมเป็นประตูสู่อาเซียน

วันที่ 18 ก.ค. ศูนย์การประชุมนานาชาติ Tianfu International Convention Center นครเฉิงตู มณฑลเสฉวน สาธารณรัฐประชาชนจีน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานเปิดงาน Thailand-China (Sichuan) Investment and Economic Forum 2026 พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษ และร่วมพิธีเปิดฝ่ายการลงทุนประจำสถานกงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู โดยมีผู้ว่าการมณฑลเสฉวน ผู้บริหารระดับสูงของทั้งสองประเทศ นักลงทุน และผู้แทนภาคเอกชนไทย-จีน เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

นายกรัฐมนตรี เริ่มต้นทักทายสวัสดีเป็นภาษาจีน พร้อมกล่าวขอบคุณรัฐบาลจีน รัฐบาลมณฑลเสฉวน และสภาส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศแห่งประเทศจีน สาขามณฑลเสฉวน ที่ให้การสนับสนุนการจัดงานและการเปิดสำนักงานบีโอไอ เฉิงตู ซึ่งถือเป็นการปักหมุด และเป็นการส่งสัญญาณสำคัญว่า รัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับการยกระดับความสัมพันธ์ทางการค้าและการลงทุนกับจีน โดยให้ความสำคัญกับการขยายความร่วมมือในระดับท้องถิ่นมากขึ้น

นายอนุทิน กล่าวว่า มณฑลเสฉวนเป็นหนึ่งในศูนย์กลางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมที่สำคัญของจีน ขณะที่ไทยมีจุดแข็งด้านทำเลที่ตั้งซึ่งเป็นศูนย์กลางอาเซียน โครงสร้างพื้นฐานที่ได้มาตรฐาน ห่วงโซ่อุปทานที่เข้มแข็ง บุคลากรที่มีคุณภาพ ความพร้อมด้านพลังงาน โดยเฉพาะพลังงานสะอาด ตลอดจนมาตรการสนับสนุนจากรัฐบาล และสิทธิประโยชน์ที่จูงใจจากบีโอไอ

นอกจากนี้ รัฐบาลกำลังผลักดันการปฏิรูประบบราชการและปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจ เพื่อให้สามารถรองรับการเจริญเติบโต และอุตสาหกรรมแห่งอนาคตได้ ไทยจึงได้รับการลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปีที่ผ่านมา มีมูลค่าคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ มีมูลค่าสูงเป็นประวัติการณ์ ถึง 380,000 ล้านหยวน คิดเป็นเงินไทย กว่า 1 ล้านล้านบาท หรือมีอัตราส่วนที่เพิ่มขึ้นถึง 67%

ขณะที่การค้าระหว่างเสฉวนและไทยยังมีโอกาสอีกมาก ด้วยการพัฒนาเส้นทาง New International Land-Sea Trade Corridor และนโยบาย Chengdu - Chongqing Economic Circle พื้นที่แห่งนี้กำลังกลายเป็นจุดเชื่อมสำคัญของเส้นทางสายไหมทางบกที่เชื่อมจีนตะวันตกเข้ากับเอเชียใต้ เอเชียกลาง และอาเซียนโดยตรง ด้วยศักยภาพเช่นนี้ นายกรัฐมนตรีจึงนำคณะจากประเทศไทย ทั้งภาครัฐและเอกชน มาเยือนในครั้งนี้ด้วย เพื่อสร้างความร่วมมือกับมณฑลเสฉวนในด้านการค้า การลงทุน และการพัฒนาเศรษฐกิจในด้านต่าง ๆ ซึ่งจะเป็นการยกระดับความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ โดยมีจุดแข็งทั้งของไทยและเสฉวนที่จะมาเติมเต็มกัน

นายกรัฐมนตรียังได้เน้นย้ำถึงนโยบายสำคัญของรัฐบาลในการพัฒนาเศรษฐกิจไทยอย่างเป็นระบบใน 3 มิติ ได้แก่ คือ ความเร็วและการอำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจ ผ่านโครงการ Thailand FastPass ซึ่งเป็นกลไกที่จะช่วยลดระยะเวลาอนุมัติโครงการลงทุนขนาดใหญ่ลง รวมถึงการยกระดับผู้ประกอบการและบุคลากรไทย ผ่านกองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันภายใต้บีโอไอ และ การสร้างความแข็งแรงจากภายใน ผ่านการมีมาตรการเศรษฐกิจระยะสั้นเพื่อกระตุ้นกำลังซื้อ ควบคู่ไปกับการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในด้านพลังงานและการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ผลจากการดำเนินนโยบายดังกล่าวได้รับการยอมรับจากสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับโลก ทั้ง Moody’s และ S&P Global Ratings ที่ปรับมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทยดีขึ้น ขณะที่อันดับความสามารถในการแข่งขันของไทยจาก IMD ก็ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงการปฏิรูปเศรษฐกิจอย่างจริงจังของรัฐบาล และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนจากทั่วโลก

นายกรัฐมนตรีเชิญชวนนักลงทุนจีนใช้โอกาสในช่วงเวลานี้ขยายการลงทุนมายังประเทศไทย โดยยืนยันว่า ไทยพร้อมเป็นฐานการลงทุนที่มั่นคง ปลอดภัย และยั่งยืน พร้อมเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจและการค้าที่เชื่อถือได้ เพื่อสร้างการเติบโตและความสำเร็จร่วมกันในระยะยาวของทั้งสองประเทศ และกล่าวเป็นภาษาจีน “ไท่กั๋ว เจียโหยว จงกั๋ว เจียโหยว เสฉวนเจียโหยว เห่าเผิงโหย่ว เจียโหยว” ที่แปลได้ว่า “สู้ๆประเทศไทย สู้ๆประเทศจีน สู้ๆเสฉวน สู้ๆเพื่อนที่รัก”

ภายหลังเสร็จสิ้นการกล่าวปาฐกถา นายกรัฐมนตรีได้ร่วมพิธีเปิดฝ่ายการลงทุนประจำสถานกงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู (BOI Chengdu Office) และร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีแลกเปลี่ยนบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างภาคเอกชนของไทยและจีน ซึ่งจะช่วยต่อยอดความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน และอุตสาหกรรมแห่งอนาคตระหว่างทั้งสองประเทศต่อไป

ด้านนายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า บีโอไอได้ประกาศเปิดสำนักงานส่งเสริมการลงทุน ณ นครเฉิงตู อย่างเป็นทางการเพื่อเป็นกลไกสำคัญในการขยายความร่วมมือด้านการลงทุนระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน

นายนฤตม์ ระบุว่า สำนักงานที่นครเฉิงตูถือเป็นสำนักงานบีโอไอแห่งที่ 18 ของโลก และเป็นแห่งที่ 4 ในประเทศจีน เพิ่มเติมจากสำนักงานเดิมที่ตั้งอยู่ในกรุงปักกิ่ง นครเซี่ยงไฮ้ และนครกวางโจว โดยสำนักงานแห่งใหม่นี้จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการประสานงานและสนับสนุนนักลงทุนทั้งชาวไทยและชาวจีนในพื้นที่เขตภาคตะวันตกของจีนโดยเฉพาะ

สำหรับยุทธศาสตร์สำคัญในการดึงดูดการลงทุน บีโอไอจะมุ่งเน้นไปที่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง และอุตสาหกรรมสีเขียว เพื่อส่งเสริมให้เกิดการลงทุนที่เกื้อกูลกันและสร้างผลสำเร็จที่เป็นรูปธรรมให้กับทั้งสองฝั่ง

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการแบ่งปันประสบการณ์ความสำเร็จจากบริษัทเอกชนชั้นนำที่เข้าไปลงทุนจริง อาทิ เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP Group) บริษัทในกลุ่มกระทิงแดงกรุ๊ป และบริษัทรถยนต์ฉางอัน (Changan Automobile)

การจัดงานในครั้งนี้ได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากหน่วยงานพันธมิตรทั้งจากมณฑลเสฉวน เช่น สำนักงานการต่างประเทศ กรมพาณิชย์ และสภาส่งเสริมการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ (CCPIT) รวมถึงหน่วยงานฝ่ายไทย ได้แก่ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสภาธุรกิจไทย-จีน

“บีโอไอและสำนักงานเฉิงตูพร้อมทำหน้าที่เป็น จุดเชื่อมโยงสำคัญ (Connection Hub) ในการสนับสนุนและอำนวยความสะดวกให้นักลงทุน เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือระหว่างไทย มณฑลเสฉวน และประเทศจีน ให้เติบโตอย่างยั่งยืนสืบไป” นายนฤตม์ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...