โอกาส-ความท้าทาย หลังพระบรมธาตุเจดีย์นครศรีฯ ขึ้นทะเบียนมรดกโลก
การถูกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ของวัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร จ.นครศรีธรรมราช อาจไม่ใช่คำตอบสุดท้าย เพราะสิ่งที่ยากกว่า คือ ธำรงไว้ซึ่งความเป็น "มรดกโลก" การสร้างสมดุลระหว่างการท่องเที่ยว ความคาดหวัง และทะนุบำรุงรักษาพระบรมธาตุเจดีย์ให้ทรงคุณค่า จึงเป็นทั้งโอกาส และความท้าทาย
วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร ในวันที่ถูกขึ้นทะเบียนมรดกโลกแล้ว
ก่อนวันอาสาฬหบูชา และวันเข้าพรรษา ซึ่งจะเป็นวันหยุดยาว ที่วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร คลาคล่ำไปด้วยพุทธศาสนิกชน และนักท่องเที่ยว ที่เดินทางมาทำบุญสักการะพระบรมธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราช บางคนบอกว่า เคยมากราบสักการะแล้ว แต่อยากกลับมาใหม่ หลังทราบว่า ที่นี่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ส่วนบางคนที่เดินทางมาจากกรุงเทพมหานคร หรือต่างจังหวัด ก็ตั้งใจมาสักการะพระบรมธาตุเจดีย์สักครั้งในชีวิต
"นั่งรถไฟจาก กทม. มาตั้งแต่เมื่อเย็นวาน เพิ่งลงจากรถไฟเมื่อเข้าก็มาที่วัดเลย มาครั้งแรกในชีวิต อาจจะเป็นบุญที่เราได้มาทำบุญที่นี่ และดีใจมากที่รู้ว่าวัดพระธาตุได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกแล้ว" นางจันทร์เพ็ญ โสตถิพันธุ์ ชาว กทม.กล่าว
เสียงสะท้อนผู้ประกอบการรากหญ้า
แม้บรรยากาศภายในวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จะมีผู้คนหมุนเวียนมาทำบุญมากขึ้น แต่บรรยากาศการค้าขาย บริเวณถนนราชดำเนินหน้าวัด โดยเฉพาะร้านค้าเล็ก ๆ ชาวบ้านบอกว่า การค้าขายยังไม่ดีมากนัก
อย่างนางลำดวน แผ่เต็ม แม่ค้าขายกล้วยทอดใกล้หน้าประตูวัด บอกว่า ขายกล้วยทอดหน้าวัดมานานกว่า 20 ปีแล้ว ซึ่งในสมัยก่อนมีพ่อค้าแม่ค้ามากกว่านี้ แต่หลังการระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 และเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ในช่วงนี้ ทำให้คนมีรายได้ไม่มาก จึงค้าขายได้น้อย พ่อค้าแม่ค้าหลายคนจึงเลิกขายไป และแม้ว่าในตอนนี้จะอยู่ในช่วงก่อนเข้าพรรษา แต่ก็แทบไม่มีลูกค้าเลย
"ปกติเข้าพรรษาจะมีคนมาก แต่ตอนนี้ไม่มีคนเอาเสียเลย ปกติรถบัสจะเต็มไปหมด ทั้งที่จอดรถข้างในวัด และข้างถนนด้านนอก ตอนนี้ไม่มีเลย ดูเอาเอง เงียบขนาดไหน หลังประกาศเป็นมรดกโลกแล้ว ก็ไม่คาดหวังอะไรเลย เพราะว่าเศรษฐกิจแบบนี้แย่มาก ตอนนี้ก็ยังกังวลว่า ถ้าเขาขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกแล้ว จะยังขายของข้างรั้ววัดได้ไหม ถ้าเขาไม่ให้ขาย ก็จะเลิกขายของแล้วเหมือนกัน" นางลำดวน กล่าว
ก็ไม่ได้หวังมาก เพราะส่วนใหญ่คนที่มาทำบุญ ก็จะเตรียมเครื่องสังฆภัณฑ์กันมาเอง หรือมาซื้อภายในวัด ส่วนร้านค้าข้างนอกก็ขายได้ไม่มาก นี้เราเองก็ต้องบริหารต้นทุน เพราะสินค้าแต่ละอย่าง เช่น ธูป เทียน เครื่องสังฆภัณฑ์ต่างๆ ก็ต้องซื้อมาทั้งลัง และกว่าจะขายได้หมดก็อาศัยเวลาเป็นเดือน
น.ส.ธีติมา วรรธนาคม เจ้าของร้านสังฆภัณฑ์ อ.เมืองนครศรีธรรมราช กล่าวว่า การพัฒนาการท่องเที่ยว ที่ยังต้องบูรณาการทุกภาคส่วน
นายณัฐวรรธน์ อมรวานิชย์ ประธานชมรมธุรกิจโรงแรมนครศรีธรรมราช เห็นว่า สาเหตุสำคัญเพราะในช่วงที่ผ่านมา ภาคส่วนต่าง ๆ ยังต่างคน ต่างเดิน
แม้ปัจจุบันตัวเมืองนครศรีธรรมราช จะมีวัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร เป็นแกนกลาง มีวัดน้อยใหญ่ล้อมรอบ มีศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราชที่เก่าเเก่ ซึ่งมีประชาชนมากราบไหว้ และรอบ ๆ ตัวเมือง ที่มีทั้งกำแพงเก่า และสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่สำคัญ รวมถึงยังเป็นเมืองที่มีความหลากหลายของผู้คนต่างความเชื่อ มีศิลปะการแสดงที่เป็นเอกลักษณ์และยังอุดมไปด้วยอาหารประจำถิ่น แต่ในจำนวนห้องพักที่รองรับได้มากกว่า 8,000-9,000 ห้องต่อคืน ในวันธรรมดามีคนเข้าพักแค่ประมาณร้อยละ 30 เพราะ อ.เมืองนครศรีธรรมราช มักกลายเป็นเมืองทางผ่าน หรือเมืองแวะพัก
"ที่ผ่านมาเราต้องยอมรับว่า เรายังมีข้อบกพร่อง ยังมีสิ่งที่ต้องปรับปรุง โดยเฉพาะการร่วมกันระหว่างภาครัฐ เอกชน และชาวบ้านคนในพื้นที่ ยังขาดการประสานที่ดี ไม่ไปในทิศทางเดียวกัน วันนี้เมื่อเราได้มรดกโลกมา เราก็ต้องมานั่งจับเข่าคุยกันว่า เราจะร่วมมือกันอย่างไร พัฒนาไปทิศทางไหน และต้องอธิบายให้ชาวบ้านได้เข้าใจว่า การได้มรดกโลกแล้ว หากทุกคนช่วยกัน ทุกคนก็จะได้ประโยชน์ ไม่ใช่คนใดคนหนึ่งที่ได้ประโยชน์" นายณัฐวรรธน์ กล่าวย้ำ
ขณะที่ น.ส.เดือนเพ็ญ ศรีเพชร ประธานหอการค้าจังหวัดนครศรีธรรมราช ระบุ ภาคบริการ โรงแรมที่พัก ก็ได้มีการเตรียมความพร้อมของตัวเองมาระยะหนึ่งแล้ว มีการเพิ่มจำนวนห้องพักที่มีคุณภาพมากขึ้น คนที่อยู่ในเขตเมือง และรอบ ๆ พระธาตุก็ได้รับการทำความเข้าใจ ว่า หลังการขึ้นทะเบียนมรดกโลกแล้ว เราต้องทำตัวอย่างไรเพื่อให้เป็นเจ้าบ้านที่ดี
การท่องเที่ยว ดันเที่ยวบินตรงระหว่างประเทศ
ปัจจุบันใน จ.นครศรีธรรมราช มีตัวเลขนักท่องเที่ยวไม่ต่ำกว่า 4,200,000 คนต่อปี ซึ่งการขึ้นทะเบียนมรดกโลกที่จะทำให้วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร กลายเป็นหมุดหมายในแผนที่ของนักเดินทางทั่วโลก ทำให้นายมนตรี มานะต่อ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จ.นครศรีธรรมราช เชื่อว่า จะเป็นประตูโอกาสสู่ระดับสากล และสร้างมูลค่าการตลาดท่องเที่ยวในอนาคต
"ตอนนี้ ททท. มีแผนส่งเสริมการท่องเที่ยว ทั้งการจัดกิจกรรมเที่ยว 12 เดือนเยือนพระธาตุ ถิ่นมรดกโลก และกิจกรรม 12 ปริศนาธรรม 12 แห่งท่องเที่ยวเมืองคอน เพื่อเอาใจสายมู สายความเชื่อ ความศรัทธา และในอนาคต จะมีการผลักดันให้มีสายการบินตรงระหว่างประเทศ และในประเทศเพิ่มมากขึ้น รวมถึงการทำตลาดเชื่อมเมืองท่องเที่ยวกับประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวียโดยตรง จึงเชื่อว่า จะมีนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศและทั่วโลกมาเยือนนครศรีธรรมราชเพิ่มขึ้น" นายมนตรี กล่าว
สร้างความสมดุลระหว่างการท่องเที่ยว และการรักษารากให้มั่น
หลังจากนี้ ทางจังหวัดก็อาจเป็นเจ้าภาพหลักในการดูแลวัดพระธาตุ ทางกรมศิลป์เองก็จะเข้ามาช่วยด้วย ในเรื่องของการอนุรักษ์ ในเรื่องของการบูรณะ การรักษาให้มั่นคงสืบไป การก่อสร้างอาคารใหม่ ๆ ก็ต้องควบคุมให้เหมาะสม และไม่ลดทอนคุณค่าต่างขององค์พระบรมธาตุ แผนการจัดการในอนาคตก็จะคุยกัน เพราะถึงแม้จะเป็นมรดกโลกแล้ว คุณค่าของการเป็นโบราณสถานก็ยังต้องคงอยู่
นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า การสร้างสมดุลระหว่างการท่องเที่ยว ความคาดหวังของผู้คน และการสร้างความรู้สึกร่วมในการเป็นเจ้าของ จึงเป็นการบ้านที่ต้องคิดต่อ และเป็นโจทย์ที่ท้าทาย สำหรับคนไทย ซึ่งวันนี้มีสมบัติอันล้ำค่าอีก 1 แห่ง ที่กำลังถูกรู้จักมากขึ้นจากคนทั้งโลก
อ่านข่าว :
"วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร" นครศรีธรรมราช ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก
ประชาชนร่วมตักบาตรทำบุญฉลองสมโภช “พระบรมธาตุเจดีย์” ขึ้นทะเบียนมรดกโลก