โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

ไทย-ภูฏาน จับมือถ่ายทอดเทคโนโลยีหมอเฉพาะทาง เสริมระบบสุขภาพยั่งยืน

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 11 ส.ค. เวลา 05.26 น. • เผยแพร่ 11 ส.ค. เวลา 11.54 น.

11 สิงหาคม 2569 ที่ ราชอาณาจักรภูฏาน นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ อธิบดีกรมการแพทย์ พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขและกรมการแพทย์ เข้าร่วมโครงการหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ไทย-ภูฏานด้านการแพทย์และสาธารณสุข ระหว่างวันที่ 10-13 สิงหาคม 2569

นายพัฒนา เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายสำคัญเพื่อหารือทิศทางความร่วมมือด้านการแพทย์ระดับนโยบาย และผลักดันการจัดทำความร่วมมือระหว่างสองประเทศเพื่อกระชับความสัมพันธ์เชิงหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ให้แน่นแฟ้น รวมถึงส่งเสริมการแลกเปลี่ยนบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งจะช่วยยกระดับทักษะและมาตรฐานการให้บริการสุขภาพของภูฏานเป็นการตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะผู้นำด้านการแพทย์และสาธารณสุขในภูมิภาค

โดยวันนี้ได้ประชุมหารือทวิภาคีกับ HE. Mr. Lyonpo Tandin Wangchus (ลียงโป แทนดิน วังชุก) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขแห่งราชอาณาจักรภูฏาน เกี่ยวกับความร่วมมือด้านโรคระบบทางเดินอาหารและตับ ซึ่งทั้งสองประเทศได้ร่วมมือทางวิชาการมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน โดยเฉพาะการพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขในการใช้เทคโนโลยีการส่องกล้องขั้นสูงเพื่อรักษาโรคระบบทางเดินอาหารและตับ

เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2567 ได้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือทางวิชาการและการแลกเปลี่ยนบุคลากรกับ Khesar Gyalpo University of Medical Sciences of Bhutan สาขาการตรวจรักษาระบบทางเดินอาหารด้วยการส่องกล้อง โดยคณะแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์จากโรงพยาบาลราชวิถี

นายพัฒนา กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ได้หารือกับ H.E. Mr. Lyonchhen Dasho Tshering Tobgay (ลียงเชน ดาโช เชอริง โตบเกย์) นายกรัฐมนตรีราชอาณาจักรภูฏาน โดยได้ชื่นชมนโยบายความสุขมวลรวมประชาชาติในการพัฒนาประเทศของราชอาณาจักรภูฏาน ที่สอดคล้องกับนโยบาย MOPH PLUS+ ของกระทรวงสาธารณสุขไทย ภายใต้แนวคิด "สุขภาพดีทุกช่วงวัย สร้างเศรษฐกิจไทย ด้วยนวัตกรรมและภูมิปัญญา"

พัฒนาทักษะทางคลินิกเฉพาะทางของบุคลากรทางการแพทย์

รวมถึงการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศทั้งในมิติด้านสาธารณสุข การค้าระหว่างประเทศ การพัฒนาบุคลากร และความร่วมมือด้านวิชาการแพทย์ พร้อมทั้งเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการพัฒนาศักยภาพทางการแพทย์เฉพาะทางเพื่อความมั่นคงด้านสุขภาพ ระหว่างกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขไทย กับหน่วยบริการทางการแพทย์แห่งชาติภูฏาน และโรงพยาบาลศูนย์ส่งต่อแห่งชาติ จิกเม ดอร์จี วังชุก ราชอาณาจักรภูฏาน เพื่อเพิ่มพูนความเชี่ยวชาญทางการแพทย์เฉพาะทาง ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และสนับสนุนความมั่นคงด้านสุขภาพของภูฏานในระยะยาว

นพ.สมฤกษ์ กล่าวว่า ประเทศไทยและภูฏานมีความสัมพันธ์ในด้านสาธารณสุขมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาเกือบ 60 ปี มีการทำงานร่วมกันในภารกิจสำคัญหลายด้าน เช่น ศัลยกรรมกระดูกและข้อ การปลูกถ่ายไต การบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด การดูแลรักษาโรคหัวใจและหลอดเลือด และศัลยกรรมระบบทางเดินอาหาร การลงนามในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอันแน่วแน่ของสองประเทศในการขยายขอบเขตความร่วมมือ ตลอดจนการพัฒนาทักษะทางคลินิกเฉพาะทางของบุคลากรทางการแพทย์

ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขไทย โดยกรมการแพทย์ พร้อมที่จะประสานงานร่วมกับสถาบันวิชาการและเครือข่ายทางคลินิก เพื่อให้การสนับสนุนแก่โรงพยาบาลศูนย์ส่งต่อแห่งชาติ จิกเม ดอร์จี วังชุก และหน่วยบริการทางการแพทย์แห่งชาติภูฏาน เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ ซึ่งจะมีส่วนสำคัญในการสร้างความมั่นคงด้านสุขภาพในระยะยาว ตลอดจนการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืนของประเทศภูฏานต่อไป

ความร่วมมือมีระยะเวลา 5 ปี

ด้าน นพ.ณัฐพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมถึงขอบเขตการดำเนินงานภายใต้ความร่วมมือในครั้งนี้ ว่า มีระยะเวลา 5 ปี ประกอบด้วย

1.การพัฒนาศักยภาพทางการแพทย์เฉพาะทางและความเชี่ยวชาญทางคลินิกในสาขาต่างๆ โดยเน้นหนักบริการด้านการปลูกถ่ายไต

2.ความร่วมมือในการวิจัยทางการแพทย์และสาธารณสุข

3.การแลกเปลี่ยนความรู้ เทคโนโลยี และแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ

4.จัดกิจกรรมร่วมกันที่มีส่วนช่วยสร้างความมั่นคงทางสุขภาพและความยืดหยุ่นในระดับทวิภาคี

5.แสวงหาความร่วมมือที่เป็นไปได้ในการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ป่วยส่วนบุคคลชาวภูฏานในการเข้าถึงโรงพยาบาลระดับตติยภูมิในประเทศไทย ภายใต้กฎหมายและระเบียบข้อบังคับของไทยที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...