โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ดับไฟใต้มันไม่ง่าย

ไทยโพสต์

อัพเดต 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ไปที่จังหวัดชายแดนภาคใต้กันหน่อยครับ

สถานการณ์หลังกองกำลังติดอาวุธ BRN โจมตีจุดตรวจบูเก๊ะซามี อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส ทำให้ทหารพรานเสียชีวิต ๕ นาย บรรยากาศไม่สู้ดีเลยครับ

มันอึดอัด อึมครึม เพราะมีแนวโน้มว่าความรุนแรงจะเกิดขึ้นอีก

การเจรจาเพื่อสันติภาพก็ถูกเลื่อนออกไปไม่มีกำหนด

ขณะที่พรรคการเมืองฝ่ายค้านเรียกร้องให้ยกเลิก กอ.รมน.ภาค ๔ ส่วนหน้า และยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่มีไว้เพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้

ลดการใช้กฎหมายพิเศษ

อ้างว่าเพื่อคืนสิทธิเสรีภาพให้ประชาชนในพื้นที่

แต่ความจริงในพื้นที่นั้น ต่างจากห้องแอร์อย่างสิ้นเชิง

คำให้สัมภาษณ์ของ พันเอกพงศกร แสงกุล รองผู้บังคับกองกำลังทหารพรานจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ผบ.กกล.ทพ.จชต.) เป็นสิ่งที่นักการเมืองควรรับฟัง แล้วนำไปไตร่ตรองว่า แนวทางที่ตัวเองเสนอนั้น มันเหมาะกับสถานการณ์หรือไม่

พันเอกพงศกร พูดไว้แบบนี้ครับ

"…ต้องยอมรับว่าเกิดจากขบวนการ BRN ซึ่งเป็นองค์กรลับ มีความใกล้เคียงกับผู้ก่อการร้ายในต่างประเทศ แต่เรายังไม่เรียกขบวนการ BRN ว่าผู้ก่อการร้าย แต่ใช้คำว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง เพราะเป้าหมายของกลุ่มดังกล่าวโดยส่วนใหญ่จะกระทบชีวิตและทรัพย์สิน และประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ ๓ จังหวัดจะได้รับผลกระทบเป็นส่วนใหญ่ และไม่สามารถทำให้เศรษฐกิจในพื้นที่เติบโตได้

ในพื้นที่ ๓ จังหวัด ต่างได้งบประมาณจากคนอีก ๗๔ จังหวัด นำมาให้ใช้ ทั้งการสร้างถนน สะพาน และอื่นๆ…"

"…ขณะที่เรื่องการผลิตแนวร่วม พบข้อมูลของสำนักข่าวกรองแห่งชาติว่ามีประมาณกว่า ๑,๘๐๐ คน ซึ่งบุคคลเหล่านี้เป็นกลุ่มบุคคลที่เราสามารถพิสูจน์ได้ ผ่านพยานวัตถุ, พยานหลักฐาน จากผลนิติวิทยาศาสตร์ หรือ DNA ที่ปรากฏในที่เกิดเหตุ และจากคำซัดทอดของพยานบุคคล

ส่วนใหญ่ขณะนี้กลุ่มคนดังกล่าว อยู่ระหว่างหลบหนีทั้งในประเทศและนอกประเทศ แต่ทั้งนี้เชื่อว่าน่าจะมีมากกว่า ๑,๘๐๐ คน

ขบวนการผลิตแนวร่วมเกิดมาตั้งแต่ต้นน้ำ คือเรื่องการศึกษา ต้องยอมรับว่าคุณภาพการศึกษาของเด็กในพื้นที่ยังไม่สูงมาก

หากจะเทียบกับสถิติเกรดเฉลี่ยกับเด็กในพื้นที่จังหวัดอื่น ดังนั้นเมื่อคุณภาพการศึกษาที่ไม่ดี อาจจะทำให้เด็กถูกยัดเยียดทำในสิ่งที่ผิด

และยังพบว่ามีโรงเรียนที่บ่มเพาะและบิดเบือนการศึกษาผ่านศาสนาเกิดขึ้นอยู่ ซึ่งการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ไม่เหมือนที่เราดำเนินการกับกัมพูชา ที่กำจัดอริราชศัตรู

แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องของคนในประเทศ ที่ต้องใช้ศาสตร์และศิลป์ในการแก้ไขปัญหา…"

ครับ…มันคือปัญหาที่เรารู้ๆ กัน แต่แนวทางแก้ไขของฝ่ายการเมืองกลับพยายามตัดแขนตัดขาดเจ้าหน้าที่รัฐ เพราะมีความเชื่อว่า หากลดความรุนแรงโดยรัฐลง BRN ก็จะลดความรุนแรงตาม

นั่นคือความคิดในห้องแอร์

แต่ของจริง เผลอเมื่้อไหร่คือ "ตาย"

BRN ในสายตามาเลเซีย หรือโลกมุสลิม ต่างไปจากมุมมองของไทยครับ

BRN เป็นองค์กรปลดปล่อยที่เป็นตัวแทนของชาติชาวมาเลย์ปัตตานี ไม่ใช่คนไทย

แม้ BRN จะเล็กมากเมื่อเทียบกับกองกำลังทางทหารของไทย แต่เขามีเป้าหมายที่จะมีสมาชิกถึง ๓ แสนคน โดยมี ๓ หมื่นคนที่ได้รับการเกณฑ์เป็นนักรบ

แต่จากการประมาณการของไทย พบว่ามีสมาชิกในกลุ่มนี้เพียงประมาณ ๑,๘๐๐ คนเท่านั้น

ในทางทหาร BRN ยังคงเป็นภัยคุกคามอยู่ แต่กำลังลดน้อยลง

ในช่วงที่รุ่งเรืองที่สุด BRN มีเครือข่ายกระจายอยู่ในหมู่บ้านประมาณ ๗๐% ของหมู่บ้านทั้งหมดในภาคใต้ของประเทศไทย

ผู้นำบางคนได้รับการฝึกฝนในอัฟกานิสถาน

กลยุทธ์ของ BRN คือ "ลอบสังหาร"

ส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ครู และพระสงฆ์ มีทั้งการวางระเบิด การโจมตีบางครั้งเป็นการโจมตีแบบไม่เลือกเป้าหมาย หลายครั้งชาวมุสลิมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ถูกลูกหลงได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต

การโจมตีของ BRN บางครั้งก็มีลักษณะของการก่อการร้าย

ในทางการเมือง BRN มีอิทธิพลมากพอที่จะนำรัฐบาลไทยมาเจรจาสันติภาพ

และได้ทำเช่นนั้นหลายครั้งแล้ว

แม้ว่าจะยังไม่มีแผนสันติภาพที่เป็นรูปธรรมที่ตกลงกันได้ แต่ในเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ BRN อ้างว่ายินดีที่จะ "ลงนาม" และเจรจากับรัฐบาลไทย ข้อเรียกร้อง เช่น การลดปฏิบัติการทางทหาร

แต่ไม่สำเร็จ เพราะไม่รู้ใครเป็นผู้นำตัวจริงของ BRN

ในโต๊ะเจรจามีแค่ "ผู้ส่งสาร" เท่านั้น

แต่ BRN เองก็ไม่ได้เป็นองค์กรที่เป็นเอกภาพอย่างสมบูรณ์ ดังที่มักเกิดขึ้นกับกลุ่มกบฏ อาจกล่าวได้ว่าความสัมพันธ์ที่สำคัญที่สุดของกลุ่มนี้คือความสัมพันธ์ภายในกลุ่มเอง ที่เป็นปัจจัยหลักทำให้การเจรจาล้มเหลว

ล่าสุดโครงสร้างแกนนำเริ่มส่งผ่านจากรุ่นเก่าสู่รุ่นใหม่

เปลี่ยนจากการใช้ศาสนาเป็นหลักมาเป็นการดึงฮอร์โมนและธรรมชาติของวัยรุ่นมาเร่งการต่อสู้

ฝ่ายความมั่้นคงมีข้อมูลว่า การก่อเหตุที่ด่านตรวจบูเก๊ะซามี อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส กลุ่มผู้ก่อเหตุจะแบ่งเป็นทหารหลักบนภูเขา และทหารบ้านที่คอยวางแผนและดูต้นทาง

จัดตั้งไว้หมู่บ้านละ ๒ คน

ส่วนท่อน้ำเลี้ยงพบว่ามาจากการเรี่ยไรและบริจาคของสมาชิก ประมาณปีละ ๒,๐๐๐ บาทต่อคน คาดว่ามีเงินบริจาคสูงถึงปีละ ๒,๐๐๐ ล้านบาท

ไม่ธรรมดาเสียแล้วละครับ

เราไม่ได้รบกับองค์กรก่อความไม่สงบที่อยู่กันตามมีตามเกิด

แต่รบกับองค์กรที่มีทุนหนุนหลัง

มีเม็ดเงินสนับสนุนหลักพันล้าน

เป้าหมายคือแยกตัวจากไทย แล้วจัดตั้งรัฐปัตตานีที่เป็นอิสระ

ก็คงเห็นภาพว่าการแก้ไขปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นมันไม่ง่าย

ฝ่ายการเมืองเสนอยกเลิกโน่นนี่นั่นให้อิสระ เพื่อแก้ปัญหาการแยกดินแดน

แบบนี้เสร็จใคร.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...