โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

เจาะร่าง พ.ร.บ.รับรองอัตลักษณ์ทางเพศสภาพ ปลุกสิทธิสุขภาพ 'อินเตอร์เซ็กส์-ข้ามเพศ'

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา

การขับเคลื่อนความเท่าเทียมทางเพศของสังคมไทยก้าวไปอีกขั้นหลังจากที่มีกฎหมายสมรสเท่าเทียมเกิดขึ้นแต่ในความเป็นจริงทางกฎหมาย สิทธิในการยืนยันตัวตนของผู้มีความหลากหลายทางเพศนั้น ยังคงถูกจำกัดไว้ด้วยระบบที่พิจารณาเพียง "เพศชาย" และ"เพศหญิง" ตามสรีระแต่แรกเกิดเท่านั้น "การข้ามเพศ" หรือ ผู้ที่มีเพศสภาพไม่ตรงกับคำนำหน้านามจึงเหมือนถูกเลือกปฏิบัติ เกิดปัญหาความเหลื่อมล้ำในการจ้างงานไปจนถึงข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการสาธารณสุข

ล่าสุด กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เปิดรับฟังความเห็น(ร่าง) พระราชบัญญัติการรับรองอัตลักษณ์ทางเพศสภาพ พ.ศ. …. ผ่านทางระบบกลางทางกฎหมาย ระหว่างวันที่ 11 สิงหาคม- 9 กันยายน 2569 กฎหมายที่จะมาปลดล็อกระบบทะเบียนราษฎร รวมถึงความคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและยกระดับสุขภาวะของคนไทยครั้งใหญ่

สำหรับร่างกฎหมายฉบับมีประกอบด้วย 7 หมวด จำนวน 24 มาตรา รวมบทเฉพาะกาล ในร่างกฎหมายฉบับนี้ได้ให้นิยามต่าง ๆ เอาไว้ หลายคำด้วยกัน ดังเช่น คำว่า เพศสภาพ, อัตลักษณ์ทางเพศสภาพ, คุณลักษณะทางเพศ, บุคคลอินเตอร์เซ็กส์ และ บุคคลที่ไม่นิยามตนในระบบทวิเพศ เป็นต้น

ขณะที่หากมองในมิติทางสาธารณสุขนั้น ร่างกฎหมายฉบับนี้กำหนดให้การรับรองอัตลักษณ์ทางเพศสภาพเป็นไปตาม "เจตจำนงของบุคคล" ทั้งยังสอดรับกับมาตรฐานขององค์การอนามัยโลกที่ถอดภาวะอัตลักษณ์ทางเพศออกจากการเป็น "โรคจิตเวช" ช่วยปลดล็อกให้สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติครอบคลุมการให้คำปรึกษาทางจิตวิทยา การใช้ฮอร์โมน และการผ่าตัดยืนยันเพศสภาพได้อย่างถูกต้องตามมาตรฐาน

ให้ความคุ้มครองผู้ที่มีคุณลักษณะทางเพศไม่ชัดเจนตามสรีระแต่แรกเกิด

จุดเปลี่ยนที่น่าสนใจ คือ การคุ้มครอง "บุคคลอินเตอร์เซ็กส์" (Intersex) หรือผู้ที่มีคุณลักษณะทางเพศไม่ชัดเจนตามสรีระแต่แรกเกิดโดยกฎหมายฉบับนี้กำหนดให้ระบุในสูติบัตรว่า "อินเตอร์เซ็กส์" และ ห้ามมิให้ทำการผ่าตัดหรือแทรกแซงทางเพศเด็กจนกว่าเจ้าตัวจะเติบโตและให้ความยินยอมด้วยตนเอง เว้นแต่เป็นเหตุเร่งด่วนเพื่อรักษาชีวิต

หากฝ่าฝืนจะมีโทษอาญาจำคุกตั้งแต่ 6 เดือนถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 10,000 ถึง 200,000 บาท ซึ่งเทียบเท่าความผิดฐานทำร้ายร่างกายจนได้รับอันตรายสาหัสเพื่อป้องกันบาดแผลทางร่างกายและจิตใจของเด็กในระยะยาว

ในร่างกฎหมายฉบับนี้คุ้มครองผู้ที่มีอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์สามารถยื่นขอรับรองอัตลักษณ์ทางเพศสภาพและเลือกใช้คำนำหน้านามที่ตรงกับเพศสภาพของตนเองหรือเลือกไม่ระบุคำนำหน้านามได้ ทั้งยังคุ้มครองสิทธิผู้ใช้แรงงาน รวมถึงเปิดทางให้มี "สิทธิลาเพื่อเข้าสู่กระบวนการทางการแพทย์ในการยืนยันเพศสภาพ" ซึ่งทำให้ทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนต้องปรับตัวด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล เพื่อรองรับความหลากหลายโดยไม่กระทบต่อสิทธิของผู้ทำงาน

ความท้าทายของสังคมไทย

น่าสนใจว่า ในมิติทางกฎหมายจะมุ่งยกระดับสิทธิมนุษยชนให้สอดคล้องกับพันธกรณีระหว่างประเทศและเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) แต่ในทางปฏิบัตินั้น กฎหมายฉบับนี้นับเป็นโจทย์ใหญ่ที่สังคมไทยต้องร่วมกันหาทางออกในหลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของระบบทะเบียนราษฎร การยกเลิกการระบุ "เพศ" แบบเดิมในสูติบัตร เปลี่ยนมาระบุ "คุณลักษณะทางเพศ" ร่วมกับ "เพศสภาพ" แทน

รวมถึงการเปลี่ยนเพศสภาพที่จะเกิดขึ้นใหม่นี้จะไม่กระทบต่อความสัมพันธ์ดั้งเดิม เช่น การเป็นบิดา มารดา บุตร หรือคู่สมรส รวมไปถึงการใช้พื้นที่สาธารณะและการบริหารภาครัฐในอนาคต เช่น การจัดระเบียบห้องน้ำสาธารณะ การแบ่งประเภทกีฬาในการแข่งขัน หรือการคุมขังผู้ต้องขังข้ามเพศของกรมราชทัณฑ์ เป็นสิ่งที่ต้องติดตามกันต่อไป

ร่าง พ.ร.บ.การรับรองอัตลักษณ์ทางเพศสภาพ พ.ศ. …. จึงไม่ใช่เพียงการมอบสิทธิพิเศษแก่คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งแต่เป็นการคืนสิทธิขั้นพื้นฐานในการกำหนดชีวิตตนเอง ยุติการเลือกปฏิบัติและสร้างสวัสดิการสุขภาพที่เป็นธรรมแต่ความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้จะอาศัยเพียงตัวบทกฎหมายไม่ได้ต้องควบคู่ไปกับการเปิดใจและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับความหลากหลายทางเพศให้กับคนในสังคมร่วมด้วย

อ่านรายละเอียด (ร่าง) พระราชบัญญัติการรับรองอัตลักษณ์ทางเพศสภาพ พ.ศ. ….

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...