“ศุภชัย” โต้เดือดนักวิชาการ ปมท้าให้ร้อง กกต. ยันกฎหมายให้อำนาจ กกต. สอบฮั้ว สว. ได้เอง
นายศุภชัย ใจสมุทร ประธานคณะทำงานด้านกฎหมาย สส. พรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความถึงนักวิชาการที่กล่าวท้าทาย ให้ร้องเรียน กกต กรณี "ฮั๊ว สว.ส้ม" โดยยืนยัยว่า กกต.ยกเรื่องขึ้นสอบสวนได้เอง โดยยกคำวิชาการ เป็น"อำนาจแห่งตำแหน่ง" มีรายละเอียดดังนี้
.
ความจริงแล้วต่อให้ไม่มีผู้ร้อง กกต. ก็มีอำนาจตามกฎหมายแล้ว กล่าวคือกกต. มีอำนาจเริ่มสืบสวนหรือไต่สวนได้เอง แม้ไม่มีผู้ร้องเรียน หากมีเหตุอันควรสงสัยหรือมีข้อมูลปรากฏว่าการเลือกตั้งอาจไม่เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม
.
ฐานกฎหมายที่สำคัญคือ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2560 มาตรา 41 ซึ่งบัญญัติไว้โดยสรุปว่า
.
“เมื่อมีเหตุอันควรสงสัยหรือความปรากฏต่อคณะกรรมการไม่ว่าโดยทางใด ไม่ว่าจะมีผู้แจ้งหรือผู้กล่าวหาหรือไม่… คณะกรรมการมีหน้าที่ต้องดำเนินการให้มีการสืบสวนหรือไต่สวนเพื่อแสวงหาข้อเท็จจริงและหลักฐานโดยพลัน”
.
สาระสำคัญของมาตรานี้คือ
.
1. ไม่จำเป็นต้องมีผู้ร้อง
◦ กกต. อาจทราบเรื่องจากข่าวสาร สื่อมวลชน หน่วยงานของรัฐ รายงานของเจ้าหน้าที่ หรือข้อมูลอื่นใดก็ได้
◦ หากเห็นว่ามี “เหตุอันควรสงสัย” และมีข้อมูลเพียงพอ ก็มีหน้าที่ต้องเริ่มสืบสวนหรือไต่สวนเอง
.
1. เป็นหน้าที่ ไม่ใช่เพียงดุลพินิจ
◦ กฎหมายใช้คำว่า “มีหน้าที่ต้องดำเนินการ” แสดงว่าหากมีเหตุอันควรสงสัย กกต. ไม่ควรเพิกเฉย
.
ใช่ครับ และหลักการนี้ได้รับการยืนยันทั้งจากตัวบทกฎหมายและแนวปฏิบัติของ กกต.
.
ดังนั้น กกต. มีอำนาจเริ่มดำเนินการได้เอง (Ex Officio Power)
.
ตามมาตรา 41 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2560
.
ข้อความ “ไม่ว่าจะมีผู้แจ้งหรือผู้กล่าวหาหรือไม่” เป็นถ้อยคำที่สำคัญมาก เพราะหมายความว่า กกต. ไม่จำเป็นต้องรอคำร้องจากบุคคลใด
.
ไหนๆก็กล่าวถึงนักวิชาการ
.
คำ Ex officio power เป็นภาษาละติน แปลตรงตัวว่า “โดยอำนาจแห่งตำแหน่ง” หรือ “โดยอำนาจหน้าที่ของตนเอง”
.
ในทางกฎหมาย หมายถึง อำนาจที่กฎหมายให้องค์กรหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐดำเนินการได้เอง โดยไม่จำเป็นต้องมีผู้ร้อง ผู้กล่าวหา หรือผู้เสียหายมายื่นคำร้องก่อน
.
ดังนั้นหากกกต. เห็นว่ากรณีการนัดชุมนุมของ กลุ่ม สว.ประชาชนหรือ สว.สีส้มเพื่อฮั้วเอ้ยไม่ใช่โกง(ตามที่ท่านเรียก) กกต ก็ย่อมมีอำนาจตามกฎหมายนี้สืบสวน ไต่สวนดูว่าผู้สมัคร 300 คนที่ว่าชุมนุมกันใครเป็นคนจ่ายค่าจัดเลี้ยงค่าเช่าห้องประชุม เดินทางกันมาควักตังค์ซื้อตั๋วเครื่องบินเองหรือมีคนจ่ายตังค์ให้ พักที่ไหน ใครจ่าย มารถคันเดียวกัน มาหลายคนหรือต่างคนต่างขับ มีคนจ่ายค่าน้ำมันให้หรือไม่ ฯลฯ แบบบที่ท่านกล่าวหากลุ่มอื่นนั่นแหละ
.
และกกต. ก็สามารถสืบสวนไต่สวน ไปได้ว่า ท่านสว.กลุ่มท่านเช่น ท่านเทวฤทธิ์ หรือท่านอาจารย์นันทนา ได้รับการเลือกมาเป็น สว.มาตั้งแต่ระดับอำเภอจนถึงมาระดับประเทศนั้นมีกระบวนการ ฮั้ว(โกง) หรือไม่นั้น ผมก็ขอเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้งรีบ ดำเนินการตามมาตรา 41 เสียโดยเร็วพลันตามคำเรียกร้อง
.
หรืออยากให้มีการร้อง ก็ยินดีจัดให้นะครับ หลักฐานเพียบ!