โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

SECOM รุก Silver Economy ชู ‘Smart Security Care'ขานรับสังคมสูงวัย

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยในอัตราที่รวดเร็วจนน่าจับตามอง จากข้อมูลของธนาคารโลก หรือ World Bank เผยว่า ประเทศไทยใช้เวลาเพียง 18 ปีในการเปลี่ยนผ่านจาก “สังคมสูงวัย” (Aging Society) สู่ “สังคมสูงอายุอย่างสมบูรณ์” (Aged Society) ซึ่งเร็วกว่า ญี่ปุ่นที่ใช้เวลากว่า 24 ปี และคาดว่าประเทศไทยจะก้าวสู่ “สังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอด” (Super-Aged Society) ภายในปี 2033 การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อทั้งระบบเศรษฐกิจ สาธารณสุข และรูปแบบการอยู่อาศัย ทำให้ “Silver Economy” กลายเป็นหนึ่งในโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ที่มีศักยภาพ และเป็นโอกาสสำคัญสำหรับภาคธุรกิจในการพัฒนานวัตกรรมเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้สูงอายุ

บริษัทรักษาความปลอดภัย ไทย ซีคอม จำกัด (SECOM) ผู้นำด้านระบบรักษาความปลอดภัยคุณภาพญี่ปุ่น จึงพร้อมเดินหน้ารุกตลาด Silver Economy อย่างเต็มรูปแบบ โดยมุ่งเปลี่ยนความท้าทายของสังคมสูงวัยสู่โอกาสทางธุรกิจ ผ่านการนำเสนอเทคโนโลยี “AgeTech (Ageing Technology)” พร้อมชูระบบรักษาความปลอดภัยสำหรับผู้สูงอายุ “SECOM Smart Security Care” เพื่อยกระดับความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในประเทศไทย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

เล่น 'กีฬาหนัก- HYROX' ปลอดภัย ต้องเช็ก 'หัวใจ-กล้ามเนื้อ-ข้อต่อ'

เสนอ 3 กลไก ‘Wellness Economy’ ดันเวลเนสไทยสู่เป้าหมายมูลค่าแสนล้าน

"AgeTech” กลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่

นายเอกรัฐ วิภาณุรัตน์ กรรมการ บริษัท รักษาความปลอดภัย ไทยซีคอม จำกัด กล่าวว่า "AgeTech” จะเป็นหนึ่งในกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ โดย SECOM ได้นำความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีความปลอดภัยมาผสานกับนวัตกรรมอัจฉริยะ เพื่อพัฒนาโซลูชัน ‘SECOM Smart Security Care’ รองรับทั้งกลุ่ม Silver Market และครอบครัวยุคใหม่ที่ต้องดูแลผู้สูงอายุจากระยะไกล

ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นที่ตั้งของบริษัทแม่ของซีคอม ประเทศไทย(Thai Secom) กำลังเผชิญกับการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอด (Super-aged Society) อย่างเต็มรูปแบบ และด้วยศักยภาพในฐานะผู้นำอุตสาหกรรมความปลอดภัยที่ได้รับความไว้วางใจสูงสุดจากยอดสัญญาบริการความปลอดภัยในที่พักอาศัยกว่า 1.62 ล้านสัญญา ส่งผลให้ซีคอม ในประเทศญี่ปุ่น มียอดการติดตั้งระบบความปลอดภัยในครัวเรือนที่มีผู้สูงอายุวัย 65 ปีขึ้นไป เติบโตขึ้นกว่าเท่าตัวนับตั้งแต่ปี 2017 ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญดังกล่าว ถือเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาโปรเจกต์ล่าสุดของไทยซีคอม

สำหรับ “SECOM Smart Security Care” เป็นโซลูชันที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การดูแลผู้สูงอายุอย่างครบวงจร โดยผสานการทำงานของเทคโนโลยี IoT และอุปกรณ์อัจฉริยะ อาทิ ระบบเซนเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหว (Motion Sensor) ที่ช่วยวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้ชีวิตโดยไม่รบกวนความเป็นส่วนตัว รวมถึง “กล่องยาอัจฉริยะ” (Medicine Box) ที่สามารถแจ้งเตือนไปยังสมาร์ตโฟนของผู้ดูแลเมื่อผู้สูงอายุลืมรับประทานยา พร้อมกันนี้ยังมีปุ่มแจ้งเหตุฉุกเฉิน (Panic Button) ที่เชื่อมต่อโดยตรงไปยังศูนย์ควบคุม SECOM (SECOM Control Center) ซึ่งมีเจ้าหน้าที่คอยเฝ้าระวังและประสานงานกับหน่วยแพทย์ฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง ช่วยเสริมความมั่นใจให้แก่ทั้งผู้สูงอายุและครอบครัว

ทั้งนี้ แนวทางการดำเนินงานดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายภาครัฐ อาทิ แผนผู้สูงอายุแห่งชาติ ระยะที่ 3 (พ.ศ. 2566–2580) การพัฒนาระบบดูแลระยะยาว (Long-Term Care) และการผลักดัน Smart Healthcare เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชากรสูงวัยอย่างยั่งยืน และSECOM มุ่งมั่นนำความเชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยระดับสากล มาผสานกับนวัตกรรมเทคโนโลยีเพื่อผู้สูงวัย เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนประเทศไทยให้พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างประชากร โดย‘SECOM Smart Security Care’ จะเป็นมากกว่าโซลูชันด้านความปลอดภัย แต่เป็นรากฐานของความอุ่นใจ ที่ช่วยให้ผู้สูงอายุสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัย และมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...