ภัยแล้งยุโรปวิกฤต “แม่น้ำดานูบ” แห้งจนเห็นพื้น
“แม่น้ำดานูบ” หนึ่งในแม่น้ำสายสำคัญที่สุดของยุโรป กำลังเผชิญระดับน้ำลดลงอย่างหนักจากคลื่นความร้อนและภัยแล้งรุนแรง จนพื้นท้องแม่น้ำบางส่วนโผล่พ้นน้ำ สะท้อนผลกระทบจากสภาพอากาศสุดขั้วที่ไม่ได้กระทบเพียงสิ่งแวดล้อม แต่ยังลามไปถึงระบบพลังงานและการใช้ชีวิตของผู้คน
ชาวกรุงบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี ต่างแสดงความกังวลต่อสถานการณ์ภัยแล้งที่ทวีความรุนแรง หลังระดับน้ำในแม่น้ำดานูบลดลงจนเห็นพื้นท้องแม่น้ำอย่างชัดเจน เมื่อวันที่ 4 ส.ค.ที่ผ่านมา ประชาชนจำนวนหนึ่งเดินลงไปยังพื้นที่ซึ่งปกติจมอยู่ใต้น้ำ เพื่อเรียงก้อนหินและถ่ายภาพจากกลางแม่น้ำ ซึ่งเป็นภาพที่แทบไม่เคยเกิดขึ้นในช่วงเวลาปกติ
ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่เพียงภูมิทัศน์ของแม่น้ำเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อระบบพลังงานของประเทศ เนื่องจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์พัคส์ (Paks Nuclear Power Plant) ซึ่งใช้น้ำจากแม่น้ำดานูบในการหล่อเย็นเครื่องปฏิกรณ์ ต้องทยอยหยุดการเดินเครื่องบางส่วนจากระดับน้ำที่ต่ำผิดปกติ ส่งผลให้ฮังการีเผชิญภาวะไฟฟ้าตึงตัว
รัฐบาลฮังการีจึงขอความร่วมมือให้ประชาชนและภาคธุรกิจช่วยลดการใช้ไฟฟ้า โดยมีครัวเรือนและบริษัทมากกว่า 300 แห่งเข้าร่วมมาตรการดังกล่าว ทำให้สามารถลดความต้องการใช้ไฟฟ้าและบรรเทาภาระของระบบโครงข่ายไฟฟ้าได้ในระดับหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีปีเตอร์ มายาร์ ระบุว่า สัปดาห์นี้จะเป็นช่วงเวลาสำคัญ เนื่องจากคลื่นความร้อนยังคงปกคลุมประเทศและอาจทำให้สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลง
นอกจากฮังการีแล้ว หลายพื้นที่ทั่วยุโรปยังเผชิญระดับน้ำในแม่น้ำลดลงจากอากาศร้อนและภัยแล้ง ส่งผลให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับปริมาณน้ำสำหรับการอุปโภคบริโภค การขนส่งทางน้ำ และการผลิตไฟฟ้าในหลายประเทศ
ภัยแล้งและคลื่นความร้อนที่ปกคลุมยุโรปกำลังส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ตั้งแต่ระดับน้ำในแม่น้ำที่ลดลงอย่างมาก ไปจนถึงความมั่นคงด้านพลังงานและทรัพยากรน้ำ สะท้อนให้เห็นว่าผลกระทบจากสภาพอากาศสุดขั้วกำลังทวีความรุนแรงและส่งผลต่อการดำรงชีวิตของผู้คนในหลายมิติ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง