โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรือโบราณ 1,300 ปี! กรมศิลปากรเร่งพัฒนา “พนมสุรินทร์” เชื่อมโยงทวารวดี–ตะวันออกกลาง

คมชัดลึกออนไลน์

อัพเดต 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 36 นาทีที่แล้ว

ย้อนรอยความรุ่งเรืองของการค้าทางทะเลในดินแดนไทย เมื่อ กรมศิลปากร เดินหน้าขับเคลื่อน “แหล่งเรือโบราณพนมสุรินทร์” ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร ให้ก้าวสู่การเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านโบราณคดีพื้นที่ชุ่มน้ำและประวัติศาสตร์การพาณิชนาวีข้ามสมุทรที่สำคัญของภูมิภาค พร้อมต่อยอดสู่แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมแห่งใหม่ในอนาคต

นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้สำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี จัดสัมมนาทางวิชาการเรื่อง “ความก้าวหน้าการดำเนินงานแหล่งเรือโบราณพนมสุรินทร์” เพื่อเผยแพร่ความรู้ ผลการศึกษา และความคืบหน้าการดำเนินงานเกี่ยวกับแหล่งโบราณคดีแห่งนี้ ตลอดจนสร้างความเข้าใจถึงคุณค่าของหลักฐานที่ค้นพบ และแนวทางการอนุรักษ์อย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ

เปิดปริศนา “เรือพนมสุรินทร์” อายุเกิน 1,000 ปี

จุดเริ่มต้นของการค้นพบเกิดขึ้นเมื่อกรมศิลปากรเข้าสำรวจและขุดค้นทางโบราณคดีตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556 หลังพบซากเรือโบราณในพื้นที่บ่อเลี้ยงกุ้ง หมู่ที่ 6 ตำบลพันท้ายนรสิงห์ ซึ่งเป็นที่ดินของนายพนมและนางสุรินทร์ ศรีงามดี

การค้นพบครั้งนี้ถือเป็นหลักฐานทางโบราณคดีที่มีความสำคัญทั้งในระดับชาติและระดับนานาชาติ เนื่องจากซากเรือจมอยู่ในพื้นที่ชุ่มน้ำใกล้ชายฝั่งทะเล ทำให้ตะกอนโคลนช่วยปกป้องวัตถุโบราณจำนวนมากเอาไว้ ส่งผลให้หลักฐานหลายส่วนมีสภาพค่อนข้างสมบูรณ์ แม้จะผ่านกาลเวลามานานกว่า 1,000 ปี

ผลการศึกษาทางโบราณคดีจากกองโบราณคดีใต้น้ำและสำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี พบว่า เรือโบราณพนมสุรินทร์มีอายุประมาณ 1,200–1,300 ปี หรือราวพุทธศตวรรษที่ 13–14 ซึ่งอยู่ในช่วงร่วมสมัยกับวัฒนธรรมทวารวดีในพื้นที่ภาคกลางของประเทศไทย

เทคนิคต่อเรือเชื่อมโยงโลกอาหรับ

หนึ่งในประเด็นที่สร้างความน่าสนใจอย่างมาก คือเทคนิคการสร้างเรือ โดยเรือโบราณพนมสุรินทร์ต่อขึ้นด้วยวิธี Sewn-plank technique หรือเทคนิคการผูกเย็บไม้เปลือกเรือเข้าด้วยกัน ซึ่งเป็นรูปแบบการต่อเรือที่พบการใช้งานอย่างแพร่หลายในบริเวณตะวันออกกลางและแถบทะเลอาหรับ

ขณะเดียวกัน การวิเคราะห์ไม้ส่วนต่างๆ ของเรือพบทั้งไม้สัก ไม้ตาล ไม้เคี่ยม ไม้เต็ง และไม้ตะเคียนราก ซึ่งมีถิ่นกำเนิดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จึงมีข้อสันนิษฐานเบื้องต้นว่า เรืออาจถูกต่อขึ้นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือผ่านการซ่อมแซมครั้งใหญ่ในภูมิภาคนี้ โดยใช้เทคนิคการต่อเรือที่ได้รับความนิยมในแถบทะเลอาหรับ

หลักฐานดังกล่าวจึงเปิดมุมมองใหม่ต่อ ประวัติศาสตร์การค้าทางทะเลของไทย และชี้ให้เห็นว่า ดินแดนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายการเดินเรือและการค้าระยะไกลมาตั้งแต่ช่วงต้นประวัติศาสตร์

เจอทั้งภาชนะจากตะวันออกกลาง เครื่องเคลือบจีน และจารึกโบราณ

ความน่าตื่นตาตื่นใจไม่ได้มีเพียงตัวเรือ เพราะภายในเรือและพื้นที่โดยรอบยังพบวัตถุหลักฐานจำนวนมาก ทั้งสินค้า อาหาร ตลอดจนเครื่องมือเครื่องใช้ของคนเรือ

หนึ่งในหลักฐานสำคัญคือ ไหทรงตอปิโด ซึ่งมีแหล่งผลิตในตะวันออกกลางและพบคราบน้ำมันดินอยู่ภายใน รวมถึงหม้อมีสันแบบอินเดียที่พบการใช้งานอย่างแพร่หลายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากนี้ยังพบเครื่องเคลือบจากแหล่งผลิตในประเทศจีนอีกด้วย

ที่น่าสนใจเป็นพิเศษคือการค้นพบ จารึกอักษรเปอร์เซียและอักษรจีน บนผิวภาชนะดินเผา ซึ่งได้รับการอ่านและแปลแล้ว หลักฐานเหล่านี้ช่วยสะท้อนภาพของการติดต่อแลกเปลี่ยนระหว่างผู้คนจากหลากหลายภูมิภาคในช่วงเวลาที่ผ่านมา

นอกจากนี้ยังพบเมล็ดพืชนานาชนิด ซึ่งมีแหล่งกำเนิดทั้งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อินเดีย และตะวันออกกลาง รวมถึงกระดูกปลา กระดูกสัตว์บก กระดูกสัตว์ปีก เขา และงาสัตว์

อีกหนึ่งโบราณวัตถุที่น่าสนใจ คือประติมากรรมรูปบุคคลขนาดเล็ก ลักษณะคล้ายนักบวชนั่งชันเข่า สลักจากเขาหรืองาสัตว์ โดยสันนิษฐานในเบื้องต้นว่าอาจเป็นรูปเคารพที่คนเรือนำติดตัวมา สะท้อนให้เห็นถึง ความเชื่อและวิถีชีวิตของผู้คนในโลกการเดินเรือเมื่อกว่าพันปีก่อน

หลักฐานสำคัญเชื่อมโยง “ทวารวดี” กับโลกการค้าข้ามสมุทร

จากหลักฐานทั้งหมด แหล่งเรือโบราณพนมสุรินทร์จึงมีความสำคัญต่อการศึกษาพัฒนาการของสังคมในภาคกลางของประเทศไทย เพราะเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ที่สะท้อนการติดต่อค้าขายทางเรือกับแหล่งวัฒนธรรมที่อยู่ห่างไกล

นักโบราณคดีสันนิษฐานว่าเรือโบราณพนมสุรินทร์อาจมีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญกับ เมืองโบราณทวารวดีนครปฐม ซึ่งอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง และอาจเป็นหนึ่งในปัจจัยที่สะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากช่วงก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายเข้าสู่สมัยแรกเริ่มประวัติศาสตร์ของพื้นที่ภาคกลาง

จึงไม่ใช่เพียง “ซากเรือเก่า” ที่จมอยู่ใต้ผืนดินและตะกอน แต่เป็นเสมือน หน้าต่างบานสำคัญที่เปิดให้เห็นประวัติศาสตร์การค้าทางทะเลของเอเชียเมื่อกว่าพันปีก่อน

กรมศิลปากรเดินหน้ารักษามรดกใต้ผืนน้ำ

สำหรับปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 กรมศิลปากรได้จัดสรรงบประมาณอย่างต่อเนื่องให้สำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี ดำเนินการศึกษาวิเคราะห์โบราณวัตถุที่ค้นพบ ขณะที่กลุ่มวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จะดำเนินการอนุรักษ์โบราณวัตถุจากพื้นที่ชุ่มน้ำตามหลักวิชาการ

นอกจากนี้ยังมีการซ่อมแซมบ่อเดิมที่ใช้แช่ไม้ทับกระดูกงูและเสากระโดงเรือ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการอนุรักษ์ ส่วนในระยะที่ 2 สำนักสถาปัตยกรรมได้รับมอบหมายให้ออกแบบบ่ออนุรักษ์แห่งใหม่ เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วม เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และรองรับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่

ขณะที่แผนระยะยาวจะเดินหน้าขุดค้นพื้นที่ตัวเรือส่วนที่เหลือทางทิศตะวันตก รวมถึงอนุรักษ์ส่วนของเรือที่ยังจมอยู่ในน้ำตามหลักวิชาการ พร้อมวางแผนจัดสร้างอาคารจัดแสดงโบราณวัตถุที่ผ่านการอนุรักษ์ เพื่อเปิดให้ประชาชนเข้าชมอย่างเป็นทางการในอนาคต

“เรือโบราณพนมสุรินทร์” และโบราณวัตถุหลายพันชิ้นที่ค้นพบ จึงถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่มีคุณค่าอย่างยิ่งทั้งต่อประเทศไทยและวงการโบราณคดีนานาชาติ การศึกษาวิจัย การอนุรักษ์ และการบริหารจัดการแหล่งโบราณคดีแห่งนี้ จึงไม่เพียงเป็นการรักษาหลักฐานจากอดีต แต่ยังเป็นการต่อยอด ทุนทางวัฒนธรรมไทย สู่แหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่สามารถสร้างประโยชน์ให้แก่สังคมได้อย่างยั่งยืน

สรุปข่าวคมชัดลึก

กรมศิลปากรเดินหน้าพัฒนา “แหล่งเรือโบราณพนมสุรินทร์” จ.สมุทรสาคร หลังค้นพบซากเรืออายุราว 1,200–1,300 ปี พร้อมหลักฐานจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อินเดีย ตะวันออกกลาง และจีน ทั้งภาชนะโบราณ เมล็ดพืช จารึกอักษรเปอร์เซีย–จีน และประติมากรรมรูปเคารพ สะท้อนเครือข่ายการค้าทางทะเลข้ามสมุทรในอดีต และความเชื่อมโยงกับโลกวัฒนธรรมทวารวดี เตรียมต่อยอดสู่แหล่งเรียนรู้โบราณคดีพื้นที่ชุ่มน้ำและแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมสำคัญของสมุทรสาครในอนาคต

#เรือโบราณพนมสุรินทร์ #โบราณคดีไทย #กรมศิลปากร #ทวารวดี #ประวัติศาสตร์การค้าทางทะเล #มรดกทางวัฒนธรรม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...