โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ตะลึง! พบโครงกระดูกมนุษย์เกือบครึ่งร้อยถูกโยนทิ้งลงบ่อน้ำแห้ง คาดเป็นเหยื่อโรคระบาดยุคโรมัน

เดลินิวส์

อัพเดต 14 ส.ค. เวลา 18.49 น. • เผยแพร่ 14 ส.ค. เวลา 16.49 น. • เดลินิวส์
นักโบราณคดีค้นพบโครงกระดูกมนุษย์ 43 ร่างซ้อนทับกันในบ่อน้ำโบราณยุคโรมันที่ประเทศโครเอเชีย คาดเป็นเหยื่อโรคระบาดครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์

วันนี้ (14 ส.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานการวิเคราะห์โครงกระดูกมนุษย์กว่า 40 ร่างที่มีการเก็บกู้ขึ้นมาจากบ่อน้ำลึกในเมืองโอซิเยก ประเทศโครเอเชีย ซึ่งคาดว่าอาจเป็นร่างของผู้เสียชีวิตจาก "โรคระบาดใหญ่แห่งซิเปรียน" ซึ่งเป็นโรคระบาดครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ที่เคยคร่าชีวิตผู้คนและสั่นคลอนจักรวรรดิโรมันในช่วงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 3

"เราพบบ่อน้ำยุคโรมันจำนวนมากที่ถูกขุดขึ้นในสมัยโบราณ" มาริโอ โนวัค นักชีวโบราณคดีจากสถาบันการวิจัยทางโบราณคดีในกรุงซาเกร็บ ประเทศโครเอเชีย เผยกับสำนักข่าว Live Science "โดยพื้นฐานแล้ว พวกเขาใช้บ่อน้ำที่แห้งขอดไปแล้วเหล่านี้เป็นที่สำหรับโยนศพลงไป ไม่ว่าจะเป็นคนที่เสียชีวิตจากการสู้รบหรือโรคระบาด"

โนวัคได้นำเสนอผลการวิจัยใหม่เกี่ยวกับการฝังศพปริศนานี้เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม ในงานประชุมสมาคมบรรพชีวินวิทยาแห่งยุโรปครั้งที่ 25 ณ กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี อย่างไรก็ตาม ผลงานนี้ยังไม่ได้ตีพิมพ์เผยแพร่และยังไม่ได้ผ่านการตรวจสอบและรับรองข้อมูลทางวิชาการโดยผู้เชี่ยวชาญ

หลุมศพดังกล่าวถูกค้นพบเมื่อปี 2551 ใกล้กับสุสานยุคโรมันในเมืองโอซิเยก ซึ่งก่อตั้งโดยจักรพรรดิฮาเดรียนเมื่อปี 676 ในยุคดังกล่าว เมืองนี้เป็นส่วนหนึ่งของแคว้นพันโนเนียและมีชื่อว่า มูร์ซา มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์เนื่องจากเป็นที่ตั้งของกองทหารโรมันที่ช่วยปกป้องแม่น้ำดานูบและชายแดนของจักรวรรดิ แต่พื้นที่ส่วนใหญ่ของเมืองโบราณแห่งนี้ยังคงจมอยู่ใต้ดินใต้เมืองโอซิเยกในปัจจุบัน

ก่อนหน้านี้ โนวัคและทีมงานเคยพบบ่อน้ำ 2 แห่งที่เต็มไปด้วยโครงกระดูกชายหนุ่มซึ่งมีบาดแผลฉกรรจ์รุนแรงในช่วงเวลาที่เสียชีวิต นำไปสู่ข้อสรุปว่ากลุ่มชายจากนานาชาติเหล่านี้อาจเกี่ยวข้องกับการสู้รบที่เรียกว่า ยุทธการแห่งมูร์ซาในปี 803

แต่โครงกระดูกที่นำมาวิเคราะห์ล่าสุดกลับมีความแตกต่างอย่างสิ้นเชิง พวกเขาพบร่างของผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 43 รายภายในบ่อน้ำ ซึ่งมีทั้งผู้ใหญ่และเด็ก ทั้งเพศชายและหญิง และไม่มีร่องรอยบาดแผลรุนแรงใดๆ บนกระดูกเลย

"ผมบอกได้เลยว่านี่คือร่างของพลเรือนทั่วไป ซึ่งไม่มีอะไรเหมือนกับหลุมศพหมู่สองแห่งก่อนหน้าที่เกี่ยวข้องกับการสู้รบเลย" โนวัคกล่าว "สมมติฐานหลักของเราในตอนนี้คือ คนเหล่านี้น่าจะเป็นเหยื่อของโรคระบาด"

บันทึกทางประวัติศาสตร์ในภูมิภาคยุโรประบุถึงโรคระบาดครั้งใหญ่ในช่วงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 3 นั่นคือ "โรคระบาดใหญ่แห่งซิเปรียน" ซึ่งเริ่มระบาดในกลุ่มทหารโรมันริมแม่น้ำดานูบ และส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากในหลายพื้นที่ของจักรวรรดิโรมัน แม้ปัจจุบันผู้เชี่ยวชาญจะยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่คาดว่า โรคร้ายนี้อาจเป็นไข้เลือดออกโบราณหรือไข้ทรพิษ (ฝีดาษ)

โนวัคระบุเพิ่มเติมว่า โครงกระดูกเหล่านี้ยังแสดงร่องรอยของโรคที่ไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต เช่น โรคข้อเสื่อมบริเวณกระดูกสันหลัง ฟันผุ รวมถึงร่องรอยที่อาจเป็นวัณโรคและโรคลักปิดลักเปิด

จนถึงตอนนี้ กระดูกเหล่านี้ยังไม่ได้เผยสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัด แต่ในอนาคตอันใกล้นี้ ผลการวิเคราะห์ดีเอ็นเอจะช่วยยืนยันได้ว่า ร่างเหล่านี้เป็นของชาวบ้านในพื้นที่ที่ถูกนำมาฝังอย่างเร่งด่วน หรือเป็นร่างของทหารโรมันที่ถูกเกณฑ์มาจากทั่วจักรวรรดิกันแน่

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

ที่มา : livescience.com

เครดิตภาพ : Slavica Filipović, Archaeological Museum Osijek

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...