โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เหตุกราดยิงโรงเรียน Sandy Hook 14 ปีของคำถามว่า ‘ทำไม’ ที่ยังไร้คำตอบ และบาดแผลที่ยังทวงความรับผิดชอบไม่จบ

The Momentum

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • THE MOMENTUM

1

เช้าวันศุกร์ที่ 14 ธันวาคม 2012 ณ นิวทาวน์ เมืองเล็กๆ ที่เงียบสงบในรัฐคอนเนทิคัต สหรัฐอเมริกา ห่างจากมหานครนิวยอร์กราว 2 ชั่วโมง เมืองที่อาชญากรรมร้ายแรงที่สุดในรอบปีอาจเป็นแค่การลักทรัพย์ เช้าวันนั้น พ่อแม่ส่งลูกขึ้นรถโรงเรียนโดยไม่เคยต้องคิดว่า จะเป็นการบอกลาครั้งสุดท้าย

ก่อน 09.30 น. เล็กน้อย อดัม ลานซา (Adam Lanza) ชายวัย 20 ปี ยิงแม่ของตัวเองเสียชีวิตบนเตียงที่บ้าน จากนั้นขับรถของแม่พร้อมปืนไรเฟิลกึ่งอัตโนมัติไปยังโรงเรียนประถม Sandy Hook ที่อยู่ไม่ไกลจากละแวกบ้าน ยิงกระจกประตูหน้าที่ล็อกไว้เพื่อบุกเข้าไป แล้วเปิดฉากกราดยิงในห้องเรียนชั้น ป.1 จำนวน 2 ห้อง

ภายในเวลาไม่ถึง 5 นาที ครูใหญ่ นักจิตวิทยาโรงเรียน ครูอีก 4 คน และเด็กนักเรียน 20 คน ทั้งหมดอายุ 6-7 ขวบ เสียชีวิต ก่อนที่ลานซาจะจบชีวิตตัวเองด้วยปืนพก ขณะเสียงตำรวจใกล้เข้ามา

ในเวลานั้น เหตุกราดยิงที่โรงเรียน Sandy Hook คือเหตุกราดยิงที่ร้ายแรงเป็นอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ เป็นรองเพียงเหตุการณ์ที่มหาวิทยาลัย Virginia Tech ปี 2007 แต่สิ่งที่สั่นสะเทือนคนทั้งชาติคือข้อเท็จจริงที่ว่า เหยื่อเกือบทั้งหมดเป็นเด็กชั้น ป.1 เด็กที่บางคนยังอ่านหนังสือไม่คล่อง ยังเชื่อเรื่องซานตาคลอส และในเวลานั้น เหลืออีก 11 วันจะถึงวันคริสต์มาสเท่านั้น

2

คำถามแรกที่ทุกคนถามคือ ‘ทำไม’

ผ่านมานานกว่า 14 ปี ยังไม่มีใครตอบคำถามนี้ได้ ลานซาไม่มีความเกี่ยวข้องใดกับโรงเรียนในวันเกิดเหตุ ไม่มีความแค้นส่วนตัว ไม่ทิ้งจดหมาย ไม่มีแถลงการณ์ ผลชันสูตรไม่พบแอลกอฮอล์ สารเสพติด หรือความผิดปกติในสมอง สิ่งเดียวที่ชัดเจนคือ เขา ‘วางแผนมาอย่างดี’ เขาทุบทำลายฮาร์ดดิสก์ก่อนออกจากบ้าน เพื่อไม่ให้ใครรู้ว่าเขาสืบค้นอะไรบ้าง

แต่หลักฐานที่กู้คืนได้ในภายหลังก็เพียงพอจะประกอบภาพอันน่าขนลุก ในคอมพิวเตอร์ของลานซาเต็มไปด้วยข้อมูลเหตุสังหารหมู่ครั้งก่อนๆ ตั้งแต่เหตุการณ์สังหารหมู่ที่นอร์เวย์ในปี 2011 ไปจนถึงโรงเรียนมัธยมโคลัมไบน์ปี 1999

ข้อมูลจากการสอบสวนที่หลุดออกมาทางหนังสือพิมพ์ยิ่งตอกย้ำ ลานซารวบรวมเหตุสังหารหมู่ทั่วโลกราว 500 เหตุการณ์ลงบนกระดาษแผ่นใหญ่ราวกับตารางสถิติ แต่ละครั้งใช้อาวุธชนิดใด มีผู้เสียชีวิตกี่คน และใช้เวลาส่วนใหญ่ในห้องใต้ถุนบ้าน ซักซ้อมสิ่งที่เขากำลังจะทำ

คำตอบเดียวของคำถามว่าทำไม คือทุกอย่างถูกวางแผนเป็นอย่างดี ถูกบ่มเพาะมานานในบ้านหลังหนึ่ง กลางเมืองเล็กๆ ที่ไม่มีใครมองเห็น

3

แล้วสังคมอเมริกันมองไม่เห็นอะไรบ้าง คำตอบอยู่ในรายงานสอบสวนที่ทยอยออกมาหลังเหตุการณ์

รายงานของอัยการรัฐคอนเนทิคัตระบุว่า ลานซามีปัญหาสุขภาพจิตชัดเจน มีอุปสรรคในการเข้าสังคมและปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นมาตลอด แต่ไม่มีหลักฐานใดบ่งชี้ล่วงหน้าว่าเขาจะเป็นอันตราย

ขณะที่รายงานของหน่วยงานพิทักษ์สิทธิเด็กของรัฐให้ภาพที่ลึกและเจ็บปวดกว่านั้น ลานซาคือเด็กหนุ่มที่หลุดออกจากระบบการศึกษา หางานไม่ได้ ไม่มีเพื่อน แทบไม่ออกจากห้อง และมีความสัมพันธ์ตึงเครียดกับแม่ มนุษย์คนเดียวที่ยังเชื่อมเขาไว้กับโลกภายนอก และเป็นคนเดียวกับที่พาเขาไปสนามยิงปืน โดยเชื่อว่าจะทำให้ความสัมพันธ์แม่ลูกใกล้ชิดกันมากขึ้น

ส่วนคำถามว่าทำไมต้องเป็นโรงเรียนประถม คำอธิบายที่เป็นไปได้มากที่สุดกลับเรียบง่ายและโหดร้ายที่สุด เพราะลานซารู้ว่าจะไม่มีใครขัดขวางได้ และเหยื่อตัวเล็กๆ ไม่มีทางสู้

“หากระบบการเข้าถึงจิตแพทย์และนักจิตวิทยาทำได้ง่ายกว่านี้ และลานซาเข้าถึงได้เร็วกว่านี้ เหตุการณ์เช่นนี้อาจถูกระงับได้ล่วงหน้า” คือข้อสรุปของรายงานฉบับดังกล่าว

ทุกครั้งที่เกิดเหตุสังหารหมู่ในสหรัฐฯ จะมีรายงานสืบสวนจากหลายหน่วยงานตามมาเสมอ เปิดเผยลำดับเหตุการณ์ วิเคราะห์สาเหตุ สัมภาษณ์ผู้เกี่ยวข้อง และเสนอแนะมาตรการป้องกัน เป็นเอกสารสาธารณะ ซึ่งแม้ข้อเสนอจำนวนมากจะไม่เคยถูกแปลงเป็นกฎหมาย แต่อย่างน้อยที่สุด สังคมได้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง และ ‘รัฐ’ ล้มเหลว ณ จุดใด

4

เย็นวันเกิดเหตุ ประธานาธิบดี บารัก โอบามา (Barack Obama) แถลงที่ทำเนียบขาวทั้งน้ำตา ภาพผู้นำประเทศยกมือปาดน้ำตากลางการถ่ายทอดสด กลายเป็นหนึ่งในภาพจำที่ทรงพลังที่สุดของทศวรรษ 1 เดือนถัดมา เขาลงนามคำสั่งฝ่ายบริหารว่าด้วยอาวุธปืน 23 ฉบับ แต่กฎหมายสำคัญที่ต้องผ่านรัฐสภา รวมถึงการฟื้นคำสั่งห้ามอาวุธจู่โจม กลับไปจบลงที่ชั้นวุฒิสภา ภายใต้แรงต้านของกลุ่มล็อบบีอาวุธปืนที่โยงใยถึงนักการเมืองทุกขั้ว

Sandy Hook กลายเป็นหมุดหมายอันขมขื่นในการเมืองสหรัฐฯ เพราะถ้าเด็ก ป.1 ตาย 20 คนยังเปลี่ยนกฎหมายปืนไม่ได้ แล้วอะไรจะเปลี่ยนได้

แต่ความสูญเสียครั้งนี้ยังต้องเจอการซ้ำเติมที่โหดร้ายกว่านั้น เมื่อ อเล็กซ์ โจนส์ (Alex Jones) นักจัดรายการทฤษฎีสมคบคิดเจ้าของ Infowars ป่าวประกาศซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า เหตุการณ์ Sandy Hook เป็น ‘ละครจัดฉาก’ เด็กที่ตายไม่มีอยู่จริง และพ่อแม่ผู้สูญเสียเป็นเพียง ‘นักแสดง’ ผลคือครอบครัวเหยื่อหลายรายถูกสาวกของโจนส์คุกคาม ข่มขู่ ตามรังควานถึงหน้าบ้าน บางครอบครัวต้องย้ายที่อยู่นับสิบครั้ง เพียงเพราะพวกเขายืนยันว่าลูกของตัวเองเคยมีตัวตน

5

ทว่าสิ่งที่ทำให้ Sandy Hook แตกต่างจากโศกนาฏกรรมครั้งอื่น คือครอบครัวผู้สูญเสียไม่ยอมให้เรื่องจบลงแค่ความโศกเศร้า

พวกเขาก่อตั้งองค์กรอย่าง Sandy Hook Promise รณรงค์เรื่องสัญญาณเตือนภัยล่วงหน้าและการเข้าถึงบริการสุขภาพจิตในโรงเรียนทั่วประเทศ พวกเขาฟ้อง Remington บริษัทผู้ผลิตปืนไรเฟิลที่ใช้ก่อเหตุ ในข้อหาการตลาดที่จงใจเจาะกลุ่มชายหนุ่ม จนนำไปสู่การยอมความมูลค่า 73 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 2,413 ล้านบาท) ในปี 2022 กลายเป็นคดีแรกในประวัติศาสตร์ที่ครอบครัวเหยื่อกราดยิงเอาผิดผู้ผลิตอาวุธปืนได้สำเร็จ ทั้งที่กฎหมายสหรัฐฯ คุ้มครองอุตสาหกรรมนี้ไว้อย่างแน่นหนา

นอกจากนี้ พวกเขายังฟ้องโจนส์ในข้อหาหมิ่นประมาท จนศาลตัดสินให้ชดใช้ค่าเสียหายจำนวนมหาศาล เป็นบทลงโทษต่อคนที่หากินบนความทุกข์ร้อนของคนอื่น

วันนี้ อาคารเดิมของโรงเรียน Sandy Hook ถูกรื้อทิ้งและสร้างขึ้นใหม่ทั้งหลัง เพราะไม่มีใครทนกลับเข้าไปในอาคารเดิมได้อีก ส่วนคำถามว่า ‘ทำไม’ ยังคงไม่มีคำตอบ และอาจไม่ได้รับคำตอบนั้น

บางทีบทเรียนของ Sandy Hook อาจไม่ได้อยู่ที่คำตอบของฆาตกร หากแต่อยู่ที่คำตอบของสังคม สังคมที่เปิดรายงานสอบสวนให้สาธารณะตรวจสอบ ที่ครอบครัวเหยื่อลุกขึ้นไล่ทวงความรับผิดชอบจากทั้งบริษัทอาวุธและพ่อค้าข่าวปลอมจนสำเร็จ แม้จะเปลี่ยนกฎหมายปืนไม่ได้ก็ตาม

แต่สิ่งที่ขมขื่นยิ่งกว่าปริศนาที่ไร้คำตอบ คือคำตอบที่สังคมอเมริกันมีอยู่แล้ว และไม่เคยเปลี่ยน

เพราะหลัง Sandy Hook เหตุกราดยิงยังคงเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ขณะที่ในภาพรวม อาวุธปืนขึ้นแท่นเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของเด็กและวัยรุ่นอเมริกัน แซงหน้าอุบัติเหตุรถยนต์ไปแล้ว

ทุกครั้งที่เกิดเหตุ พิธีกรรมเดิมจะวนกลับมา ธงครึ่งเสา แถลงการณ์แสดงความเสียใจ คำสัญญาว่า ‘จะต้องไม่เกิดขึ้นอีก’ การถกเถียงเรื่องกฎหมายปืนที่จบลงตรงทางตันเดิม แล้วประเทศก็เดินหน้าต่อจนกว่าจะถึงครั้งถัดไป

ในที่สุด Sandy Hook คือกระจกที่สะท้อนว่า สังคมหนึ่งอาจมีระบบสอบสวนที่โปร่งใสที่สุด มีครอบครัวเหยื่อที่เข้มแข็งที่สุด มีประธานาธิบดีที่หลั่งน้ำตาต่อหน้าคนทั้งประเทศ แต่ตราบใดที่สังคมนั้นยังยึดถือว่าปืนคือคำตอบของความปลอดภัย และความรุนแรงคือทางออกของปัญหา เด็ก 20 คนที่นิวทาวน์ จะไม่ใช่เหยื่อกลุ่มสุดท้าย

และคำตอบว่า ‘ทำไม’ อาจอยู่ที่โครงสร้างของประเทศที่ใช้การแก้ปัญหาด้วยความรุนแรงเป็นธงนำนั่นเอง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...