โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เบสเซนต์ทุ่ม 9.5 แสนล้านอุ้มบอนด์ยาว กดบิทคอยน์หลุด 8 หมื่นดอลล่าร์

Manager Online

เผยแพร่ 56 นาทีที่แล้ว • MGR Online

ตลาดคริปโตเผชิญแรงสั่นอีกระลอก หลังบิทคอยน์แตะ 80,000 ดอลลาร์ได้เพียงชั่วอึดใจ ก่อนถูกเทขายร่วงลงมาอยู่ที่ 78,835 ดอลลาร์ในพริบตา ต้นตอไม่ได้อยู่ในโลกบล็อกเชน แต่มาจากเกมการเงินระดับชาติของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ที่เตรียมดึงเงินสะสมในบัญชี TGA มูลค่าเฉียด 9.5 แสนล้านดอลลาร์ ออกมาอัดฉีดซื้อคืนพันธบัตรระยะยาว ภายใต้ยุทธศาสตร์ที่ สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังตั้งชื่อเก๋ไก๋ว่า "Treasury Twist" ทว่านักเศรษฐศาสตร์และสถาบันการเงินชั้นนำกลับมองต่าง ชี้ตรงกันว่านี่คือมาตรการกดขี่ทางการเงินที่ซุกความเสี่ยงเงินเฟ้อและดอลลาร์อ่อนค่าไว้ใต้พรม ขณะที่เม็ดเงินจริงยังไม่เคยไหลออกมาแม้แต่ดอลลาร์เดียว ทุกสายตาจึงจับจ้องไปที่วันที่ 9 กันยายน วันที่คำแถลงจะถูกแปลงเป็นตัวเลขจริง

ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลเปิดสัปดาห์มาด้วยฉากดราม่าที่คุ้นเคย บิทคอยน์พุ่งทะยานแตะระดับ 80,000 ดอลลาร์ในวันจันทร์ที่ 24 สิงหาคม 2569 ก่อนจะถูกแรงเทขายกระชากร่วงลงมาภายในเวลาไม่กี่วินาที เหลือซื้อขายอยู่แถว 78,835 ดอลลาร์ นี่ไม่ใช่ครั้งแรก สัปดาห์ก่อนหน้าก็เกิดภาพซ้ำแบบเดียวกัน ราคาขึ้นไปแตะระดับจิตวิทยาแล้วร่วงลงมาแบบไม่ทันตั้งตัว สะท้อนว่าตลาดคริปโตตอนนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยปัจจัยพื้นฐานของเครือข่าย แต่แขวนอยู่กับชะตากรรมของตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ เพียงเส้นเดียว

ต้นตอของแรงสั่นสะเทือนครั้งนี้คือความเคลื่อนไหวของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ที่ปล่อยให้เงินในบัญชี Treasury General Account หรือ TGA ซึ่งเปรียบเสมือนบัญชีกระแสรายวันของรัฐบาลที่ฝากไว้กับเฟด โป่งพองขึ้นจนน่าตกใจ ข้อมูลล่าสุดระบุยอดคงเหลือพุ่งแตะ 9.35 แสนล้านดอลลาร์ ณ วันที่ 20 สิงหาคม และแหล่งข่าวระดับสูงยืนยันกับ CNBC ว่ารัฐบาลกำลังเล็งใช้เม็ดเงินก้อนนี้เป็นกระสุนขยายวงเงินซื้อคืนพันธบัตรระยะยาว

หนึ่งวันก่อนหน้านั้น กระทรวงการคลังเพิ่งประกาศเพิ่มวงเงินซื้อคืนพันธบัตรเป็นสองเท่าตัว จากรอบละ 2,000 ล้านดอลลาร์ เป็นอย่างน้อย 4,000 ล้านดอลลาร์ โดยปฏิบัติการแรกจะเริ่มวันที่ 9 กันยายน กลไกนี้ถูกใจนักเทรดเป็นพิเศษ เพราะเงินจาก TGA ที่ไหลเข้าระบบจะไม่ไปพองงบดุลเฟด แต่จะแทรกตัวตรงเข้าสู่ทุนสำรองของธนาคารพาณิชย์ทันที เท่ากับเป็นการอัดสภาพคล่องรอบใหม่ให้ตลาด และสภาพคล่องนี้เองคือเชื้อไฟที่ปลุกราคาบิทคอยน์ให้พุ่งตลอดทั้งเดือนที่ผ่านมา ซึ่งก็คือ ตลาดคริปโตกำลังเก็งกำไรล่วงหน้าบนเงินที่ยังไม่ได้ถูกโอนออกมาจริงสักบาทเดียว

ฟากตลาดพันธบัตรเองก็ปั่นป่วนไม่แพ้กัน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 30 ปี ทุบสถิติสูงสุดในรอบเกือบ 20 ปี ขึ้นไปแตะ 5.31% เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม ก่อนจะร่วงลงมาที่ 5.19% ภายในสองวันหลังข่าวซื้อคืนพันธบัตรหลุดออกมา แต่ตลาดก็ลบภาพการฟื้นตัวทิ้งทั้งหมดอย่างรวดเร็ว ดีดกลับขึ้นไป 5.27% ในวันที่ 21 สิงหาคม ก่อนจะอ่อนตัวลงอีกรอบมาอยู่ที่ 5.21% ในสัปดาห์ถัดมา คู่ขนานกับพันธบัตรอายุ 10 ปีที่ลดลงเหลือ 4.69% ความผันผวนแบบนี้บอกอะไรบางอย่างชัดเจน นั่นคือตลาดยังไม่เชื่อสนิทใจว่าแผนของเบสเซนต์จะได้ผลจริง

เบสเซนต์ตั้งชื่อมาตรการนี้ว่า "Treasury Twist" ชวนให้นึกถึง Operation Twist ปี 2504 ที่เคยใช้บิดโครงสร้างหนี้เพื่อกดผลตอบแทนระยะยาวลง แต่ครั้งนี้บรรดากูรูการเงินไม่ได้ซื้อภาพลักษณ์สวยหรูนั้นง่าย ๆ Citadel Securities สถาบันการเงินระดับหัวแถวออกมาเตือนตรงไปตรงมาว่า นี่คือมาตรการกดขี่ทางการเงิน หรือ Financial Repression ที่แฝงความเสี่ยงบั่นทอนค่าเงินดอลลาร์และจุดชนวนเงินเฟ้อรอบใหม่ ที่สำคัญกว่านั้นคือ ปัญหาขาดดุลงบประมาณซึ่งเป็นรากเหง้าที่แท้จริงของการพุ่งขึ้นของผลตอบแทนพันธบัตร กลับไม่ถูกแตะต้องแม้แต่น้อย รัฐบาลเลือกจะรักษาอาการมากกว่ารักษาโรค

ขณะที่ ปีเตอร์ ชิฟฟ์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จาก Euro Pacific Asset Management ซึ่งเตือนความเปราะบางของตลาดพันธบัตรมาต่อเนื่อง ฟันธงว่าแผนนี้จะบั่นทอนอายุเฉลี่ยของหนี้สาธารณะให้สั้นลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพิ่มความเสี่ยงให้ประเทศต้องเผชิญวัฏจักรดอกเบี้ยระยะสั้นขาขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาระบุตรง ๆ ว่านี่คือสูตรสำเร็จของมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณขนาดมหึมาที่พรางตัวมาในคราบนโยบายบริหารหนี้ และจะจบลงที่เงินเฟ้อควบคุมไม่อยู่ ก่อนทิ้งคำถามท้าทายนักลงทุนว่า มีทองคำเก็บไว้แล้วหรือยัง

ขณะที่ เบนจามิน ชาบอต อดีตนักเศรษฐศาสตร์เฟดสาขาชิคาโก มองเจาะลึกไปอีกชั้นว่า การดึงเงิน TGA มาซื้อพันธบัตรอาจไม่ใช่ประเด็นหลัก เพราะเงินก้อนนี้มีภาระผูกพันอยู่แล้ว คำถามที่แท้จริงที่ตลาดควรจับตาคือ เมื่อกระสุนรอบนี้หมดลง กระทรวงการคลังจะหาเงินสดจากที่ไหนมาเติมกลับเข้า TGA ต่างหาก นั่นคือจุดที่จะบอกว่าเกมนี้ยั่งยืนจริงหรือเป็นแค่การซื้อเวลา

ฟากที่มองบวกอย่าง ทอม ลี จาก Fundstrat กลับเห็นต่าง โดยชี้ว่าการปรับกลยุทธ์ของคลังสหรัฐฯ ครั้งนี้เป็นปัจจัยหนุนสินทรัพย์ที่นักลงทุนถือครองระยะยาวเกิน 7 ปี ไม่ว่าจะเป็นหุ้น คริปโต ทองคำ หรืออสังหาริมทรัพย์ แต่ต้องไม่ลืมว่ามุมมองนี้มาจากฝั่งที่ได้ประโยชน์โดยตรงจากสภาพคล่องที่ไหลเข้าตลาดสินทรัพย์เสี่ยง

ประเด็นที่ต้องย้ำคือ ทั้งหมดนี้ยังเป็นเพียงการเก็งกำไรล่วงหน้า กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ยังไม่ได้เบิกจ่ายเงินจากบัญชี TGA ออกมาแม้แต่ดอลลาร์เดียว ตลาดกำลังพนันกับคำแถลงนโยบาย ไม่ใช่กับตัวเลขที่เกิดขึ้นจริง วันที่ 9 กันยายนจึงเป็นเส้นตายสำคัญที่จะพิสูจน์ว่า "Treasury Twist" คือทางออกที่ต่อลมหายใจให้ตลาดจริง หรือเป็นเพียงภาพลวงตาที่สร้างความหวังลม ๆ แล้ง ๆ ก่อนจะเชือดเฉือนนักลงทุนที่แห่เข้าไปเก็งกำไรก่อนเวลาอันควร

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...