โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"นก" รับมืออากาศร้อนอย่างไร? เปิดกลไกธรรมชาติสู้คลื่นร้อน ที่หลายคนอาจไม่เคยรู้!

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว
ท่ามกลางคลื่นความร้อนที่แผ่ปกคลุมหลายประเทศในยุโรป จนสร้างสถิติอุณหภูมิสูงสุดในหลายพื้นที่ ไม่เพียงแต่มนุษย์ที่ต้องหาวิธีคลายร้อน แต่สัตว์อย่าง

ขณะที่หลายประเทศในยุโรปเผชิญคลื่นความร้อนรุนแรงจนทำลายสถิติในช่วงปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ไม่เพียงแต่มนุษย์ที่ได้รับผลกระทบ แต่สัตว์ป่าหลายชนิด โดยเฉพาะนก ก็ต้องเผชิญกับอุณหภูมิที่สูงขึ้นเช่นกัน

ด้าน “สตีเฟน มอสส์” นักเขียนและผู้เชี่ยวชาญด้านนก อธิบายว่า นกไม่สามารถขับเหงื่อเพื่อระบายความร้อนได้เหมือนมนุษย์ จึงต้องอาศัยวิธีการตามธรรมชาติหลายรูปแบบเพื่อรักษาอุณหภูมิของร่างกายไม่ให้สูงเกินไป

วิธีหนึ่งที่นกใช้คือ การหลบอยู่ในร่มเงาของต้นไม้ พุ่มไม้ หรือแนวพุ่มไม้ เพื่อลดการรับความร้อนจากแสงแดดโดยตรง นอกจากนี้ นกยังสามารถกางปีกออกเพื่อให้อากาศไหลเวียนผ่านลำตัว ช่วยระบายความร้อน และอ้าปากเพื่อระบายความร้อนในลักษณะเดียวกับสุนัขที่หอบเมื่ออากาศร้อน

อีกกลไกสำคัญคือ การเพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปยังอวัยวะที่ไม่มีขนปกคลุม เช่น จะงอยปาก ขา และเท้า ซึ่งช่วยถ่ายเทความร้อนออกจากร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การอาบน้ำก็เป็นอีกวิธีที่ช่วยให้นกคลายร้อนได้ โดยนกจะลงแช่น้ำหรือดื่มน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติ เช่น บ่อน้ำ ลำธาร หรือแหล่งน้ำที่มนุษย์จัดเตรียมไว้ เช่น อ่างอาบน้ำนก อย่างไรก็ตาม การรวมตัวกันตามแหล่งน้ำเพื่อดื่มและอาบน้ำ ทำให้นกมีความเสี่ยงถูกผู้ล่า เช่น เหยี่ยวนกกระจอก หรือแมว เข้าจู่โจมได้ง่ายขึ้น

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ช่วงฤดูร้อนที่มีกลางวันยาวนานยังช่วยให้นกสามารถปรับพฤติกรรม โดยพักในช่วงที่อากาศร้อนจัดระหว่างวัน และออกหาอาหารในช่วงรุ่งเช้าหรือพลบค่ำ ซึ่งมีอุณหภูมิต่ำกว่า

แม้นกจะมีวิวัฒนาการช่วยรับมือกับสภาพอากาศร้อน แต่หากคลื่นความร้อนยืดเยื้อเป็นเวลานาน ก็ยังส่งผลให้เกิดความเครียดและกระทบต่อการดำรงชีวิตได้ โดยเฉพาะนกที่หากินบนพื้นดิน เช่น นกแบล็กเบิร์ดและนกทรัช ซึ่งอาจหาอาหารได้ยากขึ้น เพราะสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง เช่น ไส้เดือน จะมุดลึกลงไปในดินที่แข็งและแห้งจากอากาศร้อน ทำให้แหล่งอาหารตามธรรมชาติลดลง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...