ปกป้องใครแน่?? "พรรคประชาชน" พร้อมชงร่างกม. Anti-SLAPP อ้างหยุดฟ้องปิดปาก แยกโทษอาญาคดีหมิ่นฯ เป็นแค่ปรับทางแพ่ง!
วันนี้ ( 19 กรกฎาคม) เพจพรรคประชาชน ระบุได้จัดงานเสวนา ‘สิทธิของเรา อย่าให้ใครฟ้องปิดปาก’ โดยมีกลุ่ม สส. ประกอบด้วย ชลธาร ทรัพย์ไพบูลย์เลิศ , อนุสรณ์ แก้ววิเชียร ร่วมนำเสนอหลักการแก้ไขกฎหมาย Strategic Lawsuit Against Public Participation: SLAP โดยเนื้อหาของการเสวนา พูดถึงการฟ้องร้องคดีหมิ่นประมาท ที่สส.พรรคประชาชน เรียกว่าการฟ้องปิดปาก ว่า เป็นกฎหมายที่เกิดจากความขัดกันและการสร้างสมดุลของสิทธิ อย่างสิทธิในการแสดงความคิดเห็น และสิทธิในชื่อเสียงของบุคคลอื่น ซึ่งประเทศไทยไม่สามารถสร้างสมดุลในการรักษาทั้งสองสิทธิดังกล่าวได้ โดยเป็นโจทย์สำคัญว่า ประเทศไทยจะรักษาสมดุลของสิทธิระหว่างเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น กับความมั่นคงของรัฐ ความปลอดภัยสาธารณะ และชื่อเสียงของบุคคล อย่างไร
สำหรับสิทธิในชื่อเสียงของบุคคลนั้น ประเทศไทยก็มีกฎหมายหมิ่นประมาท ซึ่งเป็นเครื่องมือในการสร้างสมดุลของสิทธิดังกล่าว แต่ว่าประเทศไทยมีกฎหมายหมิ่นประมาทที่มีโทษทางอาญา ซึ่งเป็นการจำกัดเสรีภาพในการแสดงออก ไม่ควรมีใครต้องติดคุกเพียงเพราะแสดงความคิดเห็นภายใต้กรอบเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ และในประเทศไทยยังมีกฎหมายอีกหลายมาตราที่ทำให้ประชาชนที่แสดงความคิดเห็นโดยชอบธรรมจะต้องติดคุก นอกจากนี้ยังมีการขัดกันระหว่างเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น กับสิทธิทางศาล หรือเรียกว่าสิทธิในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม เป็นสิ่งที่สามารถสะท้อนได้ว่าประเทศไทยยังจัดการกับเรื่อง SLAPP ได้ไม่ดีพอ เพราะกระบวนการทางศาลของไทยนั้นมีข้อยุ่งยาก ต้องใช้เวลาและทรัพย์สินในการต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรมจึงเป็นโจทย์สำคัญว่า จะต้องทำอย่างไรให้สามารถสร้างสมดุลของสิทธิทั้งสองด้านได้ ทั้งนี้ สส.พรรคประชาชน อ้างว่า กฎหมายฉบับนี้ไม่เหมือนกับกฎหมายหมิ่นประมาท เพราะเรื่องของผลประโยชน์สาธารณะ การแสดงออกหรือการแสดงความคิดเห็นที่เป็นไปเพื่อผลประโยชน์สาธารณะเท่านั้น จึงจะได้รับความคุ้มครองจากกฎหมายฉบับดังกล่าว สำหรับร่างของพรรคประชาชน จะเป็นการสร้างสมดุลของสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและชื่อเสียงของบุคคล สิ่งที่พรรคประชาชนเสนอแก้ไขคือประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และประมวลกฎหมายอาญา โดยเสนอให้นำโทษทางอาญาออกจากความผิดฐานหมิ่นประมาท และให้เป็นโทษทางพินัย หรือการปรับทางแพ่ง รวมถึงเสนอแก้ไขความผิดฐานดูหมิ่นทางอาญาและดูหมิ่นซึ่งหน้า ตลอดจนการหมิ่นประมาททางแพ่ง หรือการเรียกร้องค่าเสียหายเป็นตัวเงิน เพื่อใช้เป็นเครื่องมือขู่และฟ้องปิดปากให้หยุดแสดงความคิดเห็น พรรคประชาชนเสนอให้สามารถยื่นคำร้องได้ในชั้นตำรวจ อัยการ และศาล โดยในชั้นตำรวจ ซึ่งปกติคดีอาญาสามารถเลือกได้ว่าจะแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนหรือยื่นฟ้องโดยตรง ในบางกรณีผู้ร้องจะเลือกแจ้งความ พรรคประชาชนจึงเปิดสิทธิให้ผู้ถูกกล่าวหาสามารถยื่นคำร้องว่าคดีที่ถูกแจ้งความนั้นเป็น SLAPP หลังจากนั้นตำรวจจะมีหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐานเบื้องต้น แล้วส่งความเห็นไปยังอัยการ หากอัยการเห็นด้วยว่าเป็น SLAPP ก็มีอำนาจยุติคดีได้ และผู้ถูกกล่าวหาสามารถยื่นคำร้องต่อพนักงานอัยการ เพื่อให้ตรวจเนื้อหาของคดีว่าเป็น SLAPP หรือไม่ หากอัยการเห็นว่าเป็น SLAPP ก็มีอำนาจยุติคดีได้เช่นเดียวกัน ในชั้นศาลก็เช่นเดียวกัน หากศาลเห็นว่าเป็น SLAPP ก็สามารถยุติคดีได้ และหากใครเป็นผู้ฟ้อง SLAPP ศาลมีดุลยพินิจให้จ่ายค่าเสียหายไม่น้อยกว่าสองเท่าของความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง และไม่สามารถนำคดีดังกล่าวมาฟ้องได้อีก ขณะที่ กฎหมายปัจจุบันในเรื่องหมิ่นประมาท ผู้ฟ้องไม่ได้สนใจว่าจะเป็นเรื่องจริงหรือไม่ สิ่งที่สนใจคือการที่ตนได้รับความเสียหายก็ถือว่าเป็นความผิด “สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงความไม่สมดุลของศาลในประเทศไทยในการคุ้มครองสิทธิ ซึ่งส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนทุกคน”