เปิดสัญจรแล้ว! เส้นทางเกิดเหตุบึ้ม-ยิงทหารพรานดับ 5 ศพ
เปิดสัญจรแล้ว! เส้นทางเกิดเหตุบึ้ม-ยิงทหารพรานดับ 5 ศพ ตันหยงมัสเข้มด่านตรวจ ชาวบ้านยันชิน 'กฎอัยการศึก' ขณะที่ตลาดกลับมาคึกคัก
วันที่ 26 ก.ค.2569 จากกรณีเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 เวลาประมาณ 18.50 น. ที่ผ่านมา โดยกลุ่มผู้ก่อเหตุความรุนแรงได้ก่อเหตุลอบยิงและใช้วัตถุระเบิดโจมตีเจ้าหน้าที่ทหารพรานสังกัด หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 4509 บริเวณพื้นที่หมู่ที่ 7 ตำบลตันหยงมัส อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส จนเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ทหารพรานผู้กล้าต้องเสียชีวิตในที่เกิดเหตุรวม 5 นาย และมีประชาชนบริสุทธิ์ได้รับบาดเจ็บอีก 6 รายนั้น
ล่าสุดวันนี้ (26 ก.ค.69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงได้ทำการเคลียร์พื้นที่และเปิดเส้นทางบริเวณจุดเกิดเหตุให้ประชาชนสามารถใช้สัญจรไปมาได้ตามปกติแล้ว หลังจากก่อนหน้านี้ต้องปิดกั้นเส้นทางดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 22 กรกฎาคม ที่ผ่านมา เพื่อให้เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบ รวบรวมพยานหลักฐานอย่างละเอียด เพื่อป้องกันการก่อเหตุซ้ำซ้อนและเพื่อความปลอดภัยสูงสุดของพี่น้องประชาชน
แม้ว่าเส้นทางจะเปิดให้เดินทางได้ตามปกติ แต่บรรยากาศการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ยังคงเป็นไปอย่างเข้มงวด โดยกำลังเจ้าหน้าที่ทหารพรานจากหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 45 ยังคงตั้งด่านตรวจบนเส้นทางสายหลักและสายรองอย่างต่อเนื่อง มีการตรวจค้นยานพาหนะ ตรวจสอบบุคคลต้องสงสัยอย่างละเอียด เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่ ตลอดจนคุมเข้มไม่ให้กลุ่มผู้ก่อความรุนแรงฉวยโอกาสเข้ามาเคลื่อนไหวหรือก่อเหตุแทรกซ้อนได้อีก
ส่วนบรรยากาศบริเวณตลาดเทศบาลตำบลตันหยงมัส อำเภอระแงะ ในวันนี้ พบว่าประชาชนในพื้นที่เริ่มออกมาร่วมจับจ่ายซื้อของใช้อุปโภคบริโภคกันตามปกติ บรรยากาศเริ่มกลับมาคึกคักขึ้นตามลำดับ หลังจากมีกระแสข่าวการประกาศใช้กฎอัยการศึกเพิ่มเติมเพื่อควบคุมสถานการณ์
จากการสอบถามชาวบ้านในพื้นที่ต่างให้ความเห็นตรงกันว่า ไม่ได้รู้สึกวิตกกังวลหรือตื่นตระหนกกับการประกาศกฎอัยการศึกในครั้งนี้ เนื่องจากพื้นที่จังหวัดนราธิวาสมีการใช้กฎหมายดังกล่าวในการดูแลความสงบเรียบร้อยมาอย่างยาวนาน ประชาชนจึงมีความคุ้นเคยและเข้าใจถึงความจำเป็นของฝ่ายความมั่นคงเป็นอย่างดี พร้อมทั้งยังคงดำเนินชีวิตประจำวันไปตามปกติภายใต้การดูแลความปลอดภัยอย่างใกล้ชิดของเจ้าหน้าที่