โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ญี่ปุ่นเผชิญไต้ฝุ่น 10 ลูกในเดือนเดียว เป็นครั้งแรกในรอบ 60 ปี

เดลินิวส์

อัพเดต 3 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ญี่ปุ่นเผชิญไต้ฝุ่นก่อตัวแล้วอย่างน้อย 10 ลูก ในเดือนส.ค. ทำสถิติสูงสุดในรอบ 60 ปี ผู้เชี่ยวชาญชี้อิทธิพลเอลนีโญอาจเป็นปัจจัยกระตุ้น

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 30 ส.ค. ว่าสำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น ( เจเอ็มเอ ) ประกาศว่า ไต้ฝุ่นหมายเลข 23 ก่อตัวขึ้นบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกตอนเหนือ นับเป็นไต้ฝุ่นลูกที่ 10 ซึ่งก่อตัวขึ้นตั้งแต่ต้นเดือนส.ค.ที่ผ่านมา

ปรากฏการณ์ดังกล่าวถือเป็นครั้งแรกในรอบ 60 ปีที่ญี่ปุ่นเผชิญการก่อตัวของไต้ฝุ่นถึง 10 ลูกภายในเดือนเดียว โดยผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า อาจเป็นผลจากการก่อตัวของกระแสลมหมุนขนาดใหญ่บริเวณน่านน้ำทางตอนใต้ของญี่ปุ่น หรือที่เรียกว่า “มรสุมไจเออร์” ( Monsoon Gyre )

มรสุมไจเออร์เป็นการหมุนเวียนของอากาศขนาดใหญ่ในทิศทางทวนเข็มนาฬิกา ครอบคลุมพื้นที่กว้างหลายพันกิโลเมตร และมักเกิดขึ้นในช่วงฤดูร้อนทุกไม่กี่ปี ส่งผลให้สภาพอากาศเอื้อต่อการก่อตัวของไต้ฝุ่น

ทั้งนี้ ปรากฏการณ์เอลนีโญ ซึ่งทำให้อุณหภูมิผิวน้ำทะเลนอกชายฝั่งเปรูในทวีปอเมริกาใต้สูงผิดปกติ อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดมรสุมไจเออร์ครั้งนี้

ปรากฏการณ์ดังกล่าวส่งผลให้พื้นที่ก่อตัวของไต้ฝุ่นเคลื่อนตัวไปทางตะวันออก ขณะที่ไต้ฝุ่นซึ่งก่อตัวขึ้นจำนวนมากได้ปะทะกับกระแสลมมรสุมจากทางตะวันตก ทำให้การหมุนเวียนของอากาศทวีความรุนแรงและเอื้อต่อการเกิดไต้ฝุ่นมากขึ้น

แม้มรสุมไจเออร์มีแนวโน้มเกิดขึ้นน้อยลงในเดือนก.ย. แต่เงื่อนไขที่เอื้อต่อการก่อตัวของไต้ฝุ่นกำลังแรงจากอิทธิพลของเอลนีโญยังคงอยู่ จึงขอให้ประชาชนติดตามสถานการณ์และเตรียมพร้อมรับมืออย่างใกล้ชิด.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...