โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ใครจะคิด ลูกแค่บอกครูว่าไม่สบาย สุดท้ายอาการทรุดหนักเข้า ICU

TNews

อัพเดต 21 ก.ค. เวลา 04.30 น. • เผยแพร่ 20 ก.ค. เวลา 16.08 น.

กลายเป็นเรื่องที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ หลังคุณแม่รายหนึ่งโพสต์เล่าเหตุการณ์สุดสะเทือนใจผ่านเฟซบุ๊ก "La'Litphat Prawong" ถ่ายทอดเรื่องราวของลูกชายวัย 10 ปี นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่เพียงแจ้งครูว่า "ไม่สบาย" ก่อนอาการทรุดหนักจนหมดสติ และขณะนี้ยังคงรักษาตัวอยู่ในห้อง ICU โดยแพทย์ระบุว่าสมองได้รับความเสียหายอย่างรุนแรงจากภาวะขาดออกซิเจน

คุณแม่เล่าว่า "ลูกแค่บอกครูว่าไม่สบาย"… ไม่มีพ่อแม่คนไหนคิดว่า นั่นจะเป็นประโยคสุดท้ายที่ยังได้คุยกับลูก วันนี้ ฉันขอใช้พื้นที่เล็ก ๆ นี้ เล่าเรื่องของลูกชาย เพื่อหวังว่าจะไม่มีครอบครัวไหนต้องเผชิญเหตุการณ์เช่นเดียวกับเรา เช้าวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 เวลาประมาณ 08.00 น. ระหว่างเข้าแถว ลูกชายของฉัน ซึ่งเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ได้แจ้งครูว่ามีอาการปวดคอ ปวดท้องและปวดหัว โรงเรียนได้โทรแจ้งให้ฉันมารับลูกกลับบ้าน ฉันรีบออกจากบ้านและใช้เวลาประมาณ 20 นาทีเดินทางไปถึงโรงเรียน

เมื่อฉันเปิดประตูห้องพยาบาลเข้าไป ภาพที่เห็นคือ ลูกชายของฉันนอนหมดสติ ตัวเขียว และไม่ตอบสนองอีกแล้ว ลูกถูกรีบนำส่งโรงพยาบาลที่อยู่ฝั่งตรงข้ามโรงเรียน ก่อนถูกส่งต่อไปยังโรงพยาบาลศิริราช แพทย์แจ้งว่าลูกมีภาวะขาดออกซิเจนเป็นเวลานาน หัวใจหยุดเป็นเวลาร่วม 10 นาที ส่งผลให้สมองได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง และวันนี้ลูกยังคงนอนอยู่ในห้อง ICU โดยแพทย์ได้แจ้งให้ครอบครัวเตรียมใจ

จนถึงวันนี้ ฉันยังคงตั้งคำถามกับตัวเองทุกวันว่า…ระหว่างที่ฉันกำลังรีบเดินทางไปหาลูก เกิดอะไรขึ้นกับลูกบ้าง?

ทีมแพทย์ได้ขอภาพจากกล้องวงจรปิดของโรงเรียน เพื่อนำไปประกอบการประเมินว่า ก่อนที่ลูกจะหมดสติ มีอาการผิดปกติหรือสัญญาณเตือนทางการแพทย์ใดเกิดขึ้นหรือไม่ ซึ่งอาจเป็นข้อมูลสำคัญต่อการรักษาและการค้นหาสาเหตุ อย่างไรก็ตาม ครอบครัวรู้สึกว่ายังไม่ได้รับความร่วมมือในการเข้าถึงข้อมูลดังกล่าว ทำให้เรายังคงมีคำถามที่ยังหาคำตอบไม่ได้ ฉันไม่ได้เขียนเรื่องนี้เพื่อกล่าวโทษใคร แต่ฉันอยากขอให้เหตุการณ์ของลูก เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ทุกโรงเรียนในประเทศไทยกลับมาทบทวนมาตรฐานการดูแลเด็กเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

เด็กที่ป่วยและถูกส่งเข้าห้องพยาบาล ควรได้รับการเฝ้าสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด เพราะเพียงไม่กี่นาที อาการอาจเปลี่ยนจาก "ไม่สบาย" กลายเป็น "วิกฤต" ทุกโรงเรียนควรมีระบบรับมือเหตุฉุกเฉินที่ชัดเจน บุคลากรที่พร้อมช่วยเหลือ และความร่วมมืออย่างเต็มที่ในการเปิดเผยข้อมูลที่จำเป็นต่อการรักษาและการตรวจสอบข้อเท็จจริง ฉันไม่สามารถย้อนเวลากลับไปช่วยลูกได้ แต่ฉันหวังว่า เรื่องของลูก จะช่วยปกป้องลูกของคนอื่น หากเรื่องนี้ไปถึงผู้บริหารโรงเรียน ครู ผู้ปกครอง สื่อมวลชน หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ฉันขอเพียงอย่างเดียว…ช่วยกันผลักดันให้โรงเรียนทุกแห่งมีมาตรฐานความปลอดภัยที่สูงขึ้น เพื่อไม่ให้ครอบครัวใดต้องเผชิญความสูญเสียแบบที่ครอบครัวของฉันกำลังเผชิญอยู่ในวันนี้

หลังโพสต์เผยแพร่ออกไป มีผู้คนเข้ามาแสดงความคิดเห็นและส่งกำลังใจจำนวนมาก หลายคนเสนอให้ทุกโรงเรียนมีพยาบาลวิชาชีพหรือบุคลากรด้านเวชศาสตร์ฉุกเฉินประจำโรงเรียน เพื่อประเมินอาการและทำ CPR ได้อย่างทันท่วงที ขณะที่บางส่วนตั้งคำถามว่า เหตุใดโรงเรียนจึงไม่รีบนำเด็กส่งห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้ทันที

นอกจากนี้ ยังมีผู้สอบถามว่าก่อนเกิดเหตุเด็กมีอาการผิดปกติหรือไม่ ซึ่งคุณแม่ตอบว่า "น้องไม่มีอาการอะไรเลยค่ะ ปกติทุกอย่าง แข็งแรง"

ทั้งนี้ ชาวโซเชียลจำนวนมากต่างร่วมส่งกำลังใจ ขอให้เกิดปาฏิหาริย์ และหวังให้เด็กชายฟื้นกลับมาอยู่กับครอบครัวโดยเร็ว พร้อมเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนร่วมกันยกระดับมาตรการดูแลความปลอดภัยและการรับมือเหตุฉุกเฉินในโรงเรียน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้กับครอบครัวอื่นอีกในอนาคต

ขอบคุณเฟซบุ๊ก La'Litphat Prawong

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...