โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

'จ่าเบิร์ด' หน่วยสวาท ยิงสนั่นกลางผับเมืองตรัง คนสนิทนักการเมืองท้องถิ่นดับ 1 เจ็บ 2 ก่อนหนี

MATICHON ONLINE

อัพเดต 25 ต.ค. 2565 เวลา 05.53 น. • เผยแพร่ 25 ต.ค. 2565 เวลา 01.33 น.

‘จ่าเบิร์ด’ ตำรวจหน่วยสวาทเมืองตรัง เมาหนัก ใช้อาวุธปืน 9 มม. ยิงนักเที่ยวราตรีตาย 1 เจ็บ 2 นองเลือดคาผับดังเมืองตรังปมเขม่นหน้ากันในผับ ถีบเก้าอี้ไปโดนผู้ตาย แต่ถูกผู้ตายผลักออก ลั่นไกกว่า 10 นัดเจาะร่างพรุน นักเที่ยวหนีตายกระเจิง ขณะนี้ยังหลบหนี ตร.จัดกำลังเร่งไล่ล่าด่วน

เมื่อเวลา 01.13 น. วันที่ 25 ตุลาคม ร.ต.อ.เอกลักษณ์ ศักดิ์ชัยนันท์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองตรัง ได้รับแจ้งเหตุยิงกันมีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บอีก 2 ราย ภายในสถานบันเทิงชื่อดังใน ต.บ้านโพธิ์ อ.เมือง จ.ตรัง หลังรับแจ้งจึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับขั้น ก่อนเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมด้วย พ.ต.อ.เชื้อชาติ เยาว์ดำ ผกก.สภ.เมืองตรัง พ.ต.ท.เมธี ภิญโญประการ รอง ผกก.(สืบสวน) พ.ต.ท.อนุชัย สวยงาม รอง ผกก.(สอบสวน) กำลังชุดสืบสวน สภ.เมืองตรัง ชุดสืบสวน ภ.จว.ตรัง พิสูจน์หลักฐาน ภ.จว.ตรัง แพทย์เวร รพ.ตรัง หน่วยกู้ชีพ รพ.ตรัง และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิกุศลสถานตรัง

เมื่อไปถึงพบว่าสถานบันเทิงยังอยู่ในช่วงเวลาเปิดให้บริการ ลูกค้าจำนวนมาก รวมทั้งพนักงานในร้านต่างแตกตื่นกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น บริเวณพื้นภายในร้านใกล้กับโต๊ะพบร่าง นายจิตกร คงจันทร์ หรือ ขาว อายุ 32 ปี ชาว ต.ทุ่งค่าย อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง คนสนิทนักการเมืองท้องถิ่นและบุคคลมีชื่อเสียงของ จ.ตรัง ถูกยิงด้วยอาวุธปืน ขนาด 9 มม. เข้าที่หลังศีรษะ จำนวน 2 นัด กระสุนทะลุปาก สะบักหลังซ้าย 3 นัด ชายโครงขวา 1 นัด ต้นแขนขวา 3 นัด รวม 9 นัด นอนคว่ำหน้าเสียชีวิตจมกองเลือด

ผู้บาดเจ็บซึ่งเป็นเพื่อนผู้เสียชีวิตคือ นายเอกพจน์ เพ็ชรรัตน์ หรือ ต้อม อายุ 34 ปี ได้รับบาดเจ็บถูกกระสุนจากปืนกระบอกเดียวกันยิงเข้าที่สะโพกซ้าย 1 นัด ข้อเท้าซ้าย 1 นัด และ ผู้บาดเจ็บไม่ทราบชื่ออีก 1 ราย ถูกลูกหลงคมกระสุนเจาะเข้าข้อศอกซ้าย 1 นัด ก่อนเจ้าหน้าที่กู้ชีพกู้ภัยเร่งช่วยเหลือนำผู้บาดเจ็บส่งรักษาตัวที่ รพ.ตรัง

ตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืน ขนาด 9 มม. จำนวน 11 ปลอกตกอยู่บนพื้น หัวกระสุน จำนวน 1 หัว และลูกกระสุนปืนที่ยังไม่ได้ใช้งานอีก 1 นัด ส่วนอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุการ์ดของร้านได้แย่งจากคนร้ายไว้ได้ เป็นอาวุธปืนยี่ห้อกล็อก ขนาด 9 มม. 1 กระบอก ภายในแม็กกาซีนยังบรรจุลูกกระสุนหลงเหลืออยู่ 1 นัด เจ้าหน้าที่จึงตรวจสอบและเก็บไว้เป็นหลักฐาน ท่ามกลางบรรดาญาติผู้เสียชีวิตเดินทางมาที่เกิด

แนวทางการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่ากลุ่มผู้เสียชีวิตเดินทางมานั่งดื่มกินกันช่วงเที่ยงคืน จำนวน 3 คน ที่โต๊ะหมายเลข 20 โดยมีผู้ตาย นายเอกพจน์ (ผู้บาดเจ็บ) และ นายวุฒิชัย คงแป้น หรือ เด่น อายุ 42 ปี

ผู้ก่อเหตุคือ จ.ส.ต.ชุติพนธ์ นาคแก้ว หรือ จ่าเบิร์ด ตำแหน่ง ผบ.หมู่งานป้องกันและปราบปราม สภ.บ้านหนองเอื้อง อ.ปะเหลียน จ.ตรัง ปฏิบัติหน้าที่ช่วยราชการชุดปฏิบัติการพิเศษศรีตรัง (S.W.A.T.) ภ.จว.ตรัง มานั่งดื่มกินพร้อมกับเพื่อนซึ่งเป็นตำรวจด้วยกัน รวม 2 นาย ที่โต๊ะหมายเลข 23 โดยตำรวจทั้ง 2 นาย เป็นอดีตการ์ดของทางร้าน เพิ่งลาออกจากร้านได้ประมาณ 1 เดือน มานั่งดื่มกินกันช่วงประมาณ 3 ทุ่ม ก่อนจะก่อเหตุดังกล่าวขึ้น ทำให้การ์ดของร้านเข้าตะครุบตัวผู้ก่อเหตุ จนแย่งอาวุธปืนจากมือยิงมาได้ จากนั้นมือยิงและเพื่อนตำรวจวิ่งออกจากร้านและขับรถหลบหนีไป โดยที่ทั้งสองฝ่ายเป็นลูกค้าประจำของทางร้าน

น.ส.ณัฐ (สงวนชื่อสกุล) พนักงานเสิร์ฟของร้าน (หนึ่งในพยาน) เล่าว่า ตำรวจทั้ง 2 นายมานั่งดื่มกินและเมาหนักมาก คาดว่าดื่มกินมาจากที่อื่นแล้ว ก่อนที่มือยิงจะถีบเก้าอี้กระเด็นไปโดนผู้ตายทำให้ผู้ตายโมโห ลุกขึ้นไปผลักมือยิงออก ผู้ตายจะเดินขึ้นมาทางบันไดชั้น 2 ทำให้มือยิงชักอาวุธปืนเดินตามประกบหลังและยิงใส่จากด้านหลังในทันที หลังจากนั้นเพื่อนของผู้ตายเดินขึ้นจากโต๊ะไปช่วย ทำให้โดนยิงไปด้วย ซึ่งช่วงเกิดเหตุมีลูกค้านั่งกันประมาณ 20 โต๊ะ

นายวุฒิชัยเล่าว่า ก่อนหน้านี้ไม่มีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกับใครมาก่อน มานั่งดื่มกินกันปกติ ตอนเกิดเหตุตนเต้นอยู่ห่างจากโต๊ะ รู้อีกทีก็ได้ยินเสียงปืน เห็นผู้ก่อเหตุเดินมาไล่ยิงเพื่อนแล้ว

ขณะที่ พ.ต.อ.เชื้อชาติระบุว่า ช่วงก่อนเกิดเหตุประมาณ 4 ทุ่ม ได้สั่งการให้ตำรวจ สภ.เมืองตรัง เข้าไปตรวจสอบความเรียบร้อยตามปกติประจำทุกวัน เตรียมจะออกตรวจอีกครั้งช่วงร้านปิด ปรากฏว่าเกิดเหตุดังกล่าวก่อน ที่ผ่านมาตำรวจได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัดมาตลอด หลังจากนี้จะกำชับดูแลให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

เจ้าหน้าที่ตำรวจเชิญตัวพยานซึ่งเป็นเพื่อนผู้เสียชีวิตและพนักงานเสิร์ฟของร้านทั้งหมด จำนวน 7 ปาก ไปสอบปากคำ เบื้องต้นให้การสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกันและเป็นประโยชน์กับทางคดี ส่วนปมสาเหตุคาดว่ามาจากมีเรื่องเขม่นกันภายในร้าน แต่ยังไม่ตัดประเด็นอื่นๆ ทิ้ง ขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน ด้านตำรวจผู้ก่อเหตุยังหลบหนี กำลังตำรวจได้จัดชุดไล่ล่าตัวอย่างเร่งด่วนแล้ว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...