โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

หมูเถื่อนเกลื่อนเมืองแก้ไม่จบ “ซีพีเอฟ” หวั่นโรค ASF เข้าไทย

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 23 ส.ค. 2565 เวลา 16.00 น. • เผยแพร่ 24 ส.ค. 2565 เวลา 03.25 น.

ปัญหาลักลอบนำเข้าหมูเถื่อนยังไม่ลดลง แห่ขายกันตามหน้าเว็บออนไลน์ในราคาแค่ กก.ละ 135-145 บาท “ขาใหญ่” ส่งสัญญาณขอชะลอการลักลอบนำเข้าเอง หลังนำเข้ามาจนล้นห้องเย็นขายไม่ทัน ด้านกรมศุลกากรยืนยันไม่มีสำแดงเท็จ 8 เดือนจับได้ 8 คดี ส่วนยักษ์ใหญ่ “CPF-เบทาโกร” ห่วงนำโรค ASF เข้าประเทศ

หลังจากที่ “ประชาชาติธุรกิจ” ลงข่าวต่อเนื่องทั้งในออนไลน์ และในหนังสือพิมพ์ ฉบับวันพฤหัสบดีที่ 18-วันอาทิตย์ที่ 21 สิงหาคม 2565 ลงข่าว “หมูเถื่อนทะลัก 135 บาท/กก. ร้านอาหาร-หมูกระทะแห่ซื้อ” และฉบับวันจันทร์ที่ 22-วันพุธที่ 24 สิงหาคม 2565 “จี้รัฐจัดการต้นทางหมูเถื่อน เปิดขาย ‘ทั้งตัว’” ไปแล้วนั้นปรากฏ สถานการณ์ก็ยังไม่ดีขึ้น ในท้องตลาดยังคงมีการเปิดขายหมูเถื่อนกันเป็นปกติ

หมูเถื่อนยังระบาดหนัก

รายงานข่าวจากวงการสุกรเข้ามาว่า ขณะนี้ได้มีการส่ง “สัญญาณ” ให้มีการ “ชะลอ” การลักลอบนำเข้าหมูเถื่อนจากต่างประเทศ ซึ่งเชื่อกันว่ามีการลักลอบนำเข้าเป็นจำนวนหลายร้อยตู้คอนเทนเนอร์ต่อเดือน โดยการส่งสัญญาณดังกล่าวเป็นผลมาจาก

  • 1) หมูเถื่อนมีการขายกันอย่างโจ๋งครึ่ม ทำให้หลายฝ่ายเริ่มจับตากระบวนการลักลอบนำเข้าหมูเถื่อน
  • 2) มีการขายผ่านทางออนไลน์อย่างแพร่หลายแบบไม่เกรงกลัวกฎหมาย
  • 3) ในช่วงระหว่างเดือนกรกฎาคม-สิงหาคมที่ผ่านมา มีปริมาณหมูเถื่อนลักลอบนำเข้าสูงผิดปกติ ส่งผลให้หมูเถื่อนที่นำไปฝากเก็บไว้ในห้องเย็น “ล้นทะลัก” รอการกระจายออกไปทั่วประเทศ

“จนกระทั่งถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีใครเข้าไปทลายขบวนการลักลอบนำเข้าหมูเถื่อน หน่วยงานรัฐบาลที่มีหน้าที่รับผิดชอบต่างก็โยนกันไปโยนกันมา ท่ามกลางข้อเท็จจริงที่ว่า หมูเถื่อนลักลอบนำเข้าจะต้องมีปริมาณมหาศาลหรือมากกว่าการออกข่าวว่า จับได้แล้วเป็นแสน กก. เพราะไม่เช่นนั้นหมูเถื่อนจะมากดราคาหมูภายในประเทศที่ขาดแคลนจากการระบาดของโรค ASF ไม่ให้พุ่งเกินไปกว่า กก.ละ 300 บาทได้อย่างไร

นอกจากนี้ยังเกิดปรากฏการณ์ มี นายหน้า หรือ โบรกเกอร์ นำหมูเถื่อนออกไปเร่ขายให้ฝ่ายจัดซื้อของบริษัทที่ใช้หมูเป็นจำนวนมาก รวมไปถึง ช็อปขายหมูขนาดใหญ่ด้วย โดยเสนอราคาถูกกว่าเขียงตลาดสดอยู่ที่ 160-180 บาท/กก. ขณะที่เขียงหมูตามตลาดสดที่รับหมูจากฟาร์มในประเทศมาเชือดราคาจะอยู่ที่ประมาณ 200 บาทเศษ/กก.” แหล่งข่าวกล่าว

ล่าสุดได้สอบถามไปยังฟาร์มหมูขนาดใหญ่ครบวงจรในต่างจังหวัดที่มีช็อปขายหมูของตัวเองปรากฏ ยอดขายหมูของฟาร์มเหล่านี้ได้ลดลงกว่า 30% เนื่องจากลูกค้าร้านหมูกระทะและร้านขายอาหารที่มีแฟรนไชส์ที่เคยเป็นลูกค้าประจำส่วนใหญ่ได้หันไปซื้อหมูเถื่อนที่มีราคาถูกกว่า แถมยังมีการหั่นสไลซ์บริการใส่กล่องโฟมส่งขายด่วนทั่วประเทศด้วย

8 เดือนจับหมูเถื่อนได้แค่ 8 คดี

ด้านแหล่งข่าวจากกรมปศุสัตว์กล่าวว่า ขณะนี้ อธิบดีกรมปศุสัตว์ (นายสัตว์แพทย์สรวิศ ธานีโต) สั่งการให้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบและแก้ไขปัญหาหมูเถื่อน โดยให้ดำเนินการตรวจสอบ 2 ส่วน คือ การสุ่มตรวจสอบห้องเย็นที่ขึ้นทะเบียนกับกรมปศุสัตว์ กับการตรวจสอบตามที่ได้รับแจ้งเบาะแสและมีหลักฐานมากพอที่จะขอ “หมายศาล” เพื่อเข้าตรวจสอบ

โดยมีหน่วยงานกรมปศุสัตว์ 58 หน่วยทั่วประเทศ ซึ่งมี “สารวัตรตรวจสอบ” เป็นหัวหน้าคณะ และหากเคสใดเป็นเคสที่มีความอ่อนไหวสูง เช่น มีพื้นที่ติดต่อพรมแดนกับ 5 จังหวัด (หนองคาย-มุกดาหาร-นครพนม-อุบลราชธานี -สุรินทร์) ก็จะมีการใช้ “ชุดเฉพาะกิจ” เข้าไปเสริมเพื่อป้องกันข้อครหาเรื่องความโปร่งใสและให้ดำเนินการตาม พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์

“ส่วนที่มีข้อวิพากษ์วิจารณ์กันในวงการผู้เลี้ยงหมูว่า มีผู้อยู่เบื้องหลังทำให้กระบวนการตรวจสอบล่าช้านั้น ขอยืนยันว่า ไม่มี เพราะอธิบดีกรมปศุสัตว์กำชับเรื่องนี้มาอย่างเข้มงวดมาก แต่กระบวนการตรวจสอบโดยเฉพาะแบบที่ได้รับการแจ้งเบาะแสมานั้น จะมีขั้นตอนและต้องใช้เวลาและจำเป็นต้องจัดแบ่งทีมเจ้าหน้าที่ รวมถึงประสานงานกับหน่วยงานอื่น เช่น เจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าไปร่วมด้วย เพราะบางจุดมีเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ 2-5 คนเท่านั้น การเข้าไปเพียงลำพังก็จะมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยเจ้าหน้าที่ด้วย ต้องดำเนินการอย่างรัดกุม

ทั้งนี้ เจ้าของคลังอาจจะไม่ใช่ผู้กระทำผิด เพราะเป็นผู้รับจ้างฝากเก็บ ดังนั้นเมื่อตรวจสอบพบเหตุผิดปกติก็ต้องตรวจสอบต่อไปว่า คลังนั้นรับฝากเก็บจากใคร มีเอกสารตรวจสอบความปลอดภัยสินค้าถูกต้องหรือไม่ ก่อนที่จะมีการดำเนินคดีตามกฎหมายเพื่อเอาผิดกับผู้ที่ลักลอบ ส่วนซากหมูที่ไม่มีใบรับรองด้านความปลอดภัยจะทำลายทิ้งด้วยการเผาหรือฝัง หากมีปริมาณมาก ๆ”

สำหรับผลการตรวจสอบล่าสุด เดือน ม.ค.-18 ส.ค. 2565 ปรากฏ มีการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดไปแล้ว 8 คดี จับกุมและยึดซากสุกรรวม 108,734 กก. มูลค่า 20.5 ล้านบาท ส่วนผลการตรวจสอบ 2562-2565 รวม 15 คดี ยึดซากสุกรของกลาง 112,279 กก. มูลค่า 21 ล้านบาท โดยมีการตรวจสอบตามพื้นที่ตะเข็บชายแดนและท่าอากาศยาน 1,172 ครั้ง ยึดซากสุกร 92,116 กิโลกรัม มูลค่าของกลาง 54.7 ล้านบาท

กรมศุลฯปัดไม่มีสำแดงเท็จ

นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวว่า กรมมีนโยบายในการเฝ้าระวังและเข้มงวดตรวจสอบสินค้าที่ลักลอบนำเข้ามาอยู่แล้ว โดยเฉพาะของใช้เพื่อการบริโภค อย่างการนำเข้า “หมู” ยิ่งต้องให้ความสำคัญ เนื่องจากมีผลต่อการแพร่ระบาดของโรคระบาดอหิวาต์หมู ASF ในขณะนี้ จากปกติที่ประเทศไทยจะเป็นผู้ส่งออกหมู “ส่วนใหญ่แล้วเราไม่ได้นำเข้า”

อย่างไรก็ตาม ในปีนี้มีการระบาดของโรค ASF ทำให้ซัพพลายหมูในประเทศหายไป กรมเองก็ได้มีการคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าว่าจะต้องมีการลักลอบนำเข้าหมูเถื่อน ล่าสุดในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา กรมตรวจพบการลักลอบนำเข้าหมูเถื่อนเพียงเดือนเดียวถึง 2 ครั้ง รวมปริมาณหมูกว่า 5 ตัน โดยตรวจจับได้ที่ด่านศุลกากรหนองคาย

“ตามปกติในแต่ละปี เราจะตรวจพบการลักลอบนำเข้าหมูเถื่อนเฉลี่ยปีละ 2-3 ครั้งเท่านั้น แต่นี่เฉพาะเดือนกรกฎาคมเพียงเดือนเดียวตรวจพบกว่า 2 เคส ซึ่งเป็นสัญญาณให้ต้องเฝ้าระวังและเข้มงวดในการตรวจสอบเพิ่มมากกว่าเดิม เนื่องจากราคาหมูในประเทศอยู่ในระดับที่น่ากระทำผิดกฎหมาย และกรมศุลกากรได้ร่วมมือกับกรมปศุสัตว์ในการเข้มงวดตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง เพราะหน้าด่านศุลกากรมีการตั้งด่านตรวจจับพืชและจับสัตว์ เรามีการทำงานร่วมกันอยู่แล้ว” นายพชรกล่าว

ส่วนที่มีรายงานข่าวว่า เกิดกระบวนการลักลอบนำเข้าหมูเถื่อนด้วยการสำแดงเท็จนั้น “ผมยืนยันว่าไม่ใช่เรื่องจริง” เนื่องจากตู้ขนเนื้อนำเข้าต้องเป็นตู้เย็น การนำตู้เข้ามา กรมศุลกากรสามารถทราบได้อยู่แล้วว่าของเหล่านั้นเป็นของใช้บริโภคล้วน ดังนั้นด่านจับพืชและจับสัตว์ก็จะร่วมกันตรวจสอบ จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะมีการสำแดงเท็จ

ห่วง ASF ติดหมูเถื่อนระบาดในประเทศ

นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF กล่าวถึงการลักลอบนำเข้าหมูเถื่อนเข้ามาในประเทศไทย จนทำให้มีหมูเถื่อนขายเกลื่อนทั่วเมืองขณะนี้ และยังมีราคาขายที่ถูกมาก ถือเป็นเรื่องน่ากังวลอย่างยิ่งเพราะนอกจากปริมาณหมูที่เพิ่มมากขึ้น และเข้ามาแทนที่การซื้อขายในราคาที่ถูกแล้ว สิ่งที่น่ากังวลเป็นอย่างยิ่งก็คือ การนำเชื้อโรคเข้ามาด้วย เพราะประเทศไทยอยู่ตรงกลางของกลุ่มประเทศอาเซียน เรียกได้ว่าเป็นฮับของโลจิสติกส์ จึงทำให้นำสินค้าต่าง ๆ ลักลอบผ่านเข้ามาได้ง่าย

“ถ้าเราไม่ป้องกันประเทศให้ดี เชื้อโรคอาจจะเข้ามาทุกทิศทาง ยกตัวอย่าง ประเทศออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ มีการติดป้ายประกาศชัดเจนว่า ห้ามนำเนื้อสัตว์ทุกชนิดเข้าประเทศ ไม่ว่าจะแปรรูปแล้วก็ตาม เพราะเขาทราบดีว่า การกำจัดเชื้อโรคเป็นเรื่องค่อนข้างยาก แต่ประเทศไทยเราเป็นประเทศเปิด จึงง่ายต่อการลักลอบนำเข้ามา อย่าลืมว่าเกษตรกรผู้เลี้ยงหมูเองก็เพิ่งบาดเจ็บจากการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกันในสุกร (African Swine Fever : ASF) ที่มาจากยุโรป แค่โรคนี้โรคเดียวก็ถือว่าแย่แล้ว เพราะรัฐบาลต้องหางบประมาณมาเยียวยาเกษตรกรรายย่อยที่ได้รับความเสียหาย เพื่อให้กลับมาเลี้ยงหมูใหม่ เท่าที่ทราบตอนนี้เริ่มกลับมาเลี้ยงหมูประมาณ 1 ล้านตัวแล้ว เรามีบทเรียนเรื่องนี้มาตลอดว่าจะสร้างความเสียหายขนาดไหน”

ส่วนผลกระทบจากการลักลอบขายหมูเถื่อนราคาถูก ๆ ที่จะเกิดขึ้นกับบริษัทใหญ่ ๆ ที่ทำธุรกิจเกี่ยวข้องกับเนื้อหมู หรือแม้แต่ CPF เองก็ตาม เนื่องจาก CPF มีฟาร์มเลี้ยงหมูในระบบประมาณ 10-20% ส่วนที่เหลือเป็นหมูของเกษตรกรเครือข่าย คิดว่าตอนนี้ยังไม่ได้รับผลกระทบมาก เรื่องการค้าขายเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่สิ่งที่กังวลมากกว่าคือ การนำเชื้อโรคเข้ามาในไทย เพราะเชื้อโรคส่วนใหญ่ต้นตอมาจากยุโรปและการเข้ามาของหมูเถื่อนส่วนใหญ่มาจากยุโรปด้วย “ผมคิดว่าถ้าหากหมูเถื่อนติดเชื้อโรคเข้ามาด้วยจะส่งผลกระทบอย่างมหาศาลมากกว่า” นายประสิทธิ์กล่าว

ส่วนนายวสิษฐ แต้ไพสิฐพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เบทาโกรมุ่งเน้นมอบผลิตภัณฑ์คุณภาพที่มากกว่าและความปลอดภัยที่สูงกว่าในราคาที่เป็นธรรมอย่างต่อเนื่อง บริษัทมีการติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งเฝ้าระวังและยกระดับมาตรการด้านความปลอดภัยทางชีวภาพในระดับสูงสุด ทั้งของบริษัทและของคู่ค้าอย่างเข้มงวด

ที่ผ่านมา “เบทาโกร” ได้ให้ความสำคัญเรื่องการสร้างมั่นคงทางด้านอาหาร (food security) เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการบริโภคในประเทศไทย “อยากฝากให้ภาครัฐดูแลผู้ประกอบการในธุรกิจหมูให้สามารถกลับมาฟื้นฟูการผลิตได้รวดเร็ว โดยรัฐบาลควรมีแนวทางในการป้องกันและจัดการปัญหาการลักลอบนำเข้าสินค้าปศุสัตว์ผิดกฎหมายให้เป็นรูปธรรมด้วย”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...