โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ดีเจมะตูม เล่านาทีสูญเสีย ยายนงค์ 2 วันแรกเหมือนตายทั้งเป็น

INN News

เผยแพร่ 14 ก.ย 2565 เวลา 04.49 น. • INN News

ดีเจมะตูมเล่านาทีสูญเสียยายนงค์2 วันแรกเหมือนตายทั้งเป็นรับทุกวันนี้ยังมีร้องไห้อยู่!!!

ดีเจและพิธีกรฝีปากกล้ามะตูมเตชินท์ที่วันนี้จะขอควงคุณแม่หญิงเบญญาภามาเปิดใจครั้งแรกกลังสูญเสียคุณยายนงค์กับความรักความผูกพันและสิ่งติดค้างที่ไม่เคยพูดที่ไหนมาก่อนพร้อมเผยลางสังหรณ์และประโยคสุดท้ายก่อนคุณยายจากไปผ่านทางรายการคุยแซ่บshow ทางช่องone31 ที่มีธัญญ่าธัญญาเรศและเป็กกี้ศรีธัญญาเป็นพิธีกรดำเนินรายการ

ทุกวันนี้มะตูมยังร้องไห้อยู่เลยเหรอ?

ดีเจมะตูม: มีบ้างครับเป็นเรื่องปกติครับตูมว่าทุกคนนี่เป็นการสูญเสียครั้งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของตูมเพราะว่าตูมยังไม่เคยผ่านการสูญเสียญาติผู้ใหญ่ที่แบบคุกคลีและเลี้ยงดูเรามาเลยนี่เป็นคนแรก

ผ่านมาเท่าไหร่แล้ว?

ดีเจมะตูม: 1 เดือนกับ1 วันคุณยายไปวันที่12 สิงหาคม

มะตูมร้องไห้หนักมากแต่แม่หญิงไม่เสียน้ำตาเลย?

แม่หญิง: มันจุกด้วยหน้าที่ในการรับผิดชอบณวันนั้นมันเยอะเราไม่มีเวลาแม้กระทั่งร้องไห้

มีแอบร้องไห้เวลาอยู่คนเดียวไหม?

แม่หญิง: ไม่ถึงกับร้องไห้แค่สั่นๆซึมๆเวลารู้สึกซึมๆเราก็จะเงยหน้าขึ้นแล้วก็ดึงเข้าไปต้องไม่ให้ใครเห็นน้ำตาเรา

เคยเห็นแม่ร้องไห้เรื่องอื่นๆบ้างไหม?

ดีเจมะตูม: น้อยครับส่วนใหญ่ร้องไห้เพราะตูมทำนี่แหละเมื่อก่อนตอนเด็กๆแต่ตั้งแต่โตมาก็น้อยมากแม่กลายเป็นเข้มแข็งกว่าตูมมากๆแต่ตูมยังไม่ได้

ถ้าย้อนไปตอนที่คุณยายเสียคือคุณยายป่วยเป็นลูคีเมียทราบนานหรือยัง?

ดีเจมะตูม: ตูมทราบไม่ถึง24 ชม.ก่อนยายจากไปส่วนคุณแม่ทราบล่วงหน้า1-2 วันไม่มีใครรู้เลยว่าคุณยายไม่สบายเรามานั่งคุยกันด้วยซ้ำว่าหรือบางทียายอาจไม่รู้ด้วยซ้ำแต่ว่าคุณยายจะตรวจสุขภาพประจำปีอยู่แล้วเพราะเป็นอสม.เขาจะบังคับตรวจอยู่แล้วคุณยายจะบอกพวกเราว่าไม่มีอะไร

แม่หญิง: เลือดปกติหัวใจปกติความดันปกติเขาก็จะพูดอย่างนี้ตลอด

เวลาตรวจเลือดคุณยายต้องรู้แต่ไม่บอกใครหรือเปล่า?

แม่หญิง: ไม่แน่ใจว่าท่านรู้หรือไม่รู้เพราะว่าคุณหมอบอกมันเป็นแบบเฉียบพลันก็เลยไม่ทราบว่ายังไงณวันที่เกิดเหตุแม่โทรมาหาเราตี5 ตอนนั้นยังไม่ได้รับเพราะเวลาที่นี่กับที่อเมริกามันต่างกันเราจะโทรสัก7 โมงเช้าของที่นี่แม่ก็บอกว่านี่ไม่ค่อยมีแรงเลยทานน้ำแล้วน้ำหกรดตัวเขาก็ถามว่าเป็นตั้งแต่เมื่อไหร่เจาบอกว่าเป็นตั้งแต่ตี5 ที่เขาโทรมาหาหนูนั่นแหละเราก็ถามต่อเขาบอกลุกขาก็ไม่มีแรงอยากเข้าห้องน้ำก็ไปไม่ได้เราก็ถามว่าจริงหรือเปล่าเราก็บอกแม่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาขอดูหน้าหน่อยเขาหยิบถือมันไม่มีแรงเขาก็เลยวางไว้กับหมอนแล้วนอนคุยเราบอกแม่นี่ล้อเล่นหรือเปล่าแม่แกล้งป่วยใช่ไหมอยากให้ลูกกลับเร็วใช่ไหมเขาก็เลยบอกคงงั้นมั้งเขาก็พูดแบบนี้พูดปกติมือยังยกได้อยู่แต่ขานี่ไม่ได้

หลังจากนั้นไปโรงพยาบาลแล้วเกิดอะไรขึ้น?

ดีเจมะตูม: พอยายไปโรงพยาบาลยายบอกแม่ว่าอย่าบอกตูม

แม่หญิง: วันที่เราส่งรถไปรับเขาเราพยายามจะส่งจากกรุงเทพไปรับเขาอยู่ที่สวนใช่ไหมถ้าส่งจากกรุงเทพไปมันก็ช้าเราก็เลยต้องหาญาติที่อยู่สุพรรณก็โทรไปหาน้าสาวคนหนึ่งบอกว่าช่วยไปดูยายหน่อยไม่ต้องพูดอะไรนะเอาไปโรงพยาบาลอย่างเดียวเขาก็ไปตามนั้นณตอนนั้นเราก็คอลกับยายอยู่ตลอดเวลาแกบอกอย่าพูดมากเลยเหนื่อยกำลังจะไปละเราก็ถามว่าจะลงบันไดยังไงเขาบอกไม่เป็นไรพอดีเรียกคนสวนมาให้อุ้มลงไปน้าก็ขับไปส่งโรงพยาบาลที่กรุงเทพก็โทรกันตลอดทางจนยายบอกว่าไม่ไหวแล้วถามอะไรเยอะแยะเหนื่อยแล้วนอนละคือเข้าโรงพยาบาลตอนเช้าประมาณ10 โมงพอตอนเย็นยายสั่งว่าอย่าบอกมะตูมนะเดี๋ยวมะตูมจะทิ้งงานมาหาเราก็เลยยังไม่บอกพอผ่านไปหนึ่งคืนคุณหมอบอกคุณยายอย่างนี้ๆให้น้ำเกลือแล้วเราก็โอเคคงจะนอนพักผ่อนวันรุ่งขึ้นมีการตรวจนู้นตรวจนี่เราก็เลยเดี๋ยวกลัวลูกด่า

ดีเจมะตูม: คือถ้าตูมมารู้ทีหลังตูมโกรธแน่ๆ

แม่หญิง: เขาก็โกรธเพราะเราบอกเขาอีกวันหนึ่งเลยเพราะอเมริกาเราต้องนอนแล้ว

ดีเจมะตูม: คือเวลามันไม่ตรงกันตูมแบบทำไมทิ้งไว้นานทำไมตูมเพิ่งรู้ว่ายายเข้าโรงพยาบาลแม่ไลน์มาบอกตูมตูมก็โทรหายายเลยโทรนานมากกว่าจะติดแล้วยายก็รับสายยังใช้โทรศัพท์กันอยู่เลยยายบอกไม่เป็นไรสบายไม่เป็นไรลูกไม่ต้องมาเดี๋ยวออกแล้ววันแรกยังคุยกับตูมแบบนี้อยู่แต่ตูมสังเกตคือเสียงเหนื่อยไม่อยากคุยเยอะเดี๋ยวออกแล้วเดี๋ยวโทรหาตูมบอกแม่แม่ใหญ่ไม่น่าเป็นห่วงนะเขาคุยกับตูมปกติเลย

นานไหมกว่าจะรู้ว่าคุณยายเป็นลูคีเมีย?

ดีเจมะตูม: วันที่11 คือคุณยายเข้าโรงพยาบาลวันที่9 เสีย12 คุณหมอบอกจากการตรวจเลือดน่าจะมีแนวโน้มไปทางลูคีเมียเพราะเม็ดเลือดขาวมันแตกเยอะหลังจากนั้นคุณแม่โทรหาตูมทันทีบอกว่าตูมไปหายาย

แม่หญิง: ตอนนั้นมันดึกที่นี่แล้วประมาณตี1 ก็โทรถามตูมทำอะไรเขาบอกทำงานอยู่เราก็เลยบอกว่าไปโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้แล้วก็ไม่ได้คุยกันเขาก็ไปจัดการ

ดีเจมะตูม: ตูมก็ไปเห็นคุณยายนอนอยู่ในห้อฃกักเชื้อเป็นห้องกระจกใสๆมีหน้ากากอ๊อกซิเจนแล้วเหมือนมีการเจาะเท้าเพราะมือเขาถูกมัดเพราะยายชอบกระตุกสายน้ำเกลือเห็นภาพนั้นร้องไห้เลยแบบตกใจเพราะเมื่อวานตูมคุยกับยายการสื่อสารทางโทรศัพท์ปกติแต่วันนี้ที่เราเห็นต่อหน้าคือคนป่วยหนักตูมเดินเข้าไปพอเขาเห็นจากที่ยายหลับอยู่ลืมตาขึ้นมาแล้วตะโกนว่ามาแล้สเหรอลูกหล่อๆจังเลยคือตูมแต่งหน้าเพราะไปถ่ายงานมาไปถ่ายงานๆไล่ให้ตูมไปทำงานแต่ตอนนี้นคุณยายน่าจะเจอฤทธิ์มอฟีนคุณยายจะพูดเยอะมากตูมก็เลยแบบหยุดพูดนะแม่ใหญ่ฟังนะพรุ่งนี้วันแม่แล้วแม่ไม่อยู่แต่ตูมอยู่นะเดี๋ยวพรุ่งนี้มาเปลี่ยนเป็นห้องพิเศษแล้วเอาลูกเอาหลานมารดน้ำดำหัวที่โรงพยาบาลเลยเดี๋ยวจัดงานวันแม่ให้ที่นี่ปีนี้ไม่เป็นไรพักผ่อนอย่างนี้แล้วกันเขาบอกได้ๆพยักหน้า

มะตูมมารู้ว่าคุณยายเป็นลูคีเมียตอนไหน?

ดีเจมะตูม: หลังจากที่ตูมเจอยายเสร็จปุ๊บตูมไมาอยากคุยกับคุณยายเยอะตูมเลยออกมาคุยกับคุณหมอว่าคุณยายเป็นยังไงบ้างคุณหมอบอกให้ตูมทำใจตูมตกใจมากทำใจอะไรครับผมต้องการย้ายห้องคุณยายคุณมะตูมทำใจก่อนนะคุณยายน่าจะมีแนวโน้มเป็นลูคีเมียระยะท้ายแล้วแล้วหมอไม่แนะนำให้รับการรักษาคีโมเพราะอายุคุณยายเยอะมากการทำคีโมคือเซลล์ทุกอย่างในร่างกายถ้าเกิดคุณยายหัวใจล้มเหลวจะไม่ขออนุญาตปั๊มหัวใจด้วยเพราะคุณยายอายุเยอะถ้าปั๊มคือกระดูกหักแน่นอนพูดง่ายๆภาษาชาวบ้านเหมือนเราไปนั่งเพื่อบอกว่ายายกำลังจะตายแล้วนะแล้วไม่มีทางรักษาตูมรู้สึกว่าทำไมเป็นตูมคนสุดท้ายที่รู้ทุกคนก้มหน้าทราบหมดแล้วยอมรับสภาพแล้วแต่ตูมกับช็อกตอนตี1 ตูมโทรไปว่าแม่แบบ

แม่หญิง: ทำไมแม่เซ็นเอกสารกันแบบนี้

ดีเจมะตูม: ทำไมถึงทำแบบนี้กับยายไม่ให้โอกาสเขามีชีวิตเหรอแต่พอตูมมาฟังหมอตูมเลยเข้าใจหมอว่านี่คือการทำให้เขาไปอย่างสบายที่สุดก็คือการปล่อยให้เขาไปแบบธรรมชาติแอร์ภัณฑิลาทำพวงมาลัยต้องสวยที่สุดนะวันแม่ปีนี้ยายกูเข้าโรงพยาบาลกูต้องการดูแลยายให้ยายรู้ว่ากูอยู่เคียงข้างเขาใครจะรู้ว่าตอนเช้าตูมต้องเอาพวงมาลัยไปให้ที่วัดแทนมันไวมากสำหรับตูม

ตูมโทรบอกแม่ตอนไหน?

ดีเจมะตูม: แม่รู้เป็นคนแรกคุณยายไปตอนเช้าคุณยายตื่นมา7 โมงครึ่งขอทานข้าวเขาไม่ได้กินข้าวมา2 วันเขาให้อาหารทางสายน้ำเกลือเพราะว่าเขาป่วยแต่อยู่ๆเขามีแรงฮึบเฮือกสุดท้ายกินข้าวจนหมดแล้วบอกพยาบาล

แม่หญิง: คุณหมอเขาจะอัดเป็นข้อความส่งมาด้วยเนี่ยคุณยายขอทานข้าวนะแล้วคุณยายบอกเนี่ยจะต้องไปถ่ายงานเป็นห่วงงานมากเดี๋ยวจะไปถ่ายงานกับหลานยังมีเสียงมาด้วย

ดีเจมะตูม: ทำให้คุณยายเขารอตูมมารับเพราะรู้ว่าจะมาเปลี่ยนห้องบอกว่ากินข้าวเสร็จเดี๋ยวหลานมารับนะแต่เหนื่อยขอนอนรอหลานก็เป็นการนอนแบบไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลย

ตอนที่คุณยายไปช่วงเวลานั้นมะตูมอยู่ด้วยไหม?

ดีเจมะตูม: คุณแม่เป็นคนโทร

แม่หญิง: คุณหมอจะส่งข้อความมาว่าคุณยายทานข้าวเสร็จแล้วทีนี้ก็หลับไปเลยนะคะ

ดีเจมะตูม: คือตูมกึ่งหลับกึ่งตื่นแม่โทรมาหาตูมตอนประมาณ09:30 น. คุณยายไปตอนประมาณ09:18 น. แม่โทรมาเรียกชื่อเฉยๆตูมรู้เลยแล้วก็ล้มเลยตูมรู้ว่าคำว่าตูมมันไม่ใช่ความหวังแต่มันคือฝันสลายวันนั้นแย่มากตูมเตะกระจกเย็บ8 เข็มเลยทุกวันนี้ยังถามตัวเองว่าทำไมถึงปล่อยตัวเองหนักขนาดนั้นไม่ได้กินข้าวเหมือนยายตายแล้วเราตายไปด้วยเลยกับเขามันหนักมากจริงๆ

มะตูมเหมือนหลอกตัวเองตลอดเวลาว่ายายยังอยู่?

ดีเจมะตูม: ยังอยู่มันไม่ใช่เรื่องจริงสิตูมเพิ่งซื้อบ้านตูมหลอนแบบขอให้อยู่ๆยายฟื้นขึ้นมามันไม่เอาสัจธรรมมันไม่เอาความเป็นจริงชีวิตมันอยู่กัยการที่เรายึดติดรู้แหละว่าวันหนึ่งจะต้องจากไปแตาต้องไม่ใช่วันแม่แห่งชาติและต้องไม่ใช่วันที่เราซื้อบ้านให้เจาอยู่สิ

ยายได้มาที่บ้านหลังใหม่หรือยัง?

ดีเจมะตูม: มาครั้งเดียวคือวันที่ถ่ายคลิปเซอร์ไพรส์แม่แล้วอีกวันตามไปส่งแม่ไปสนามบิน

แม่หญิง: 20 กว่าปีเขาไม่เคยไปส่งที่สนามบินตอนแรกบอกไม่ต้องลงนะเขาบอกขอลงไปด้วยก็มีไหว้สวัสดีก็บอกจะมาทำไมมันเป็นเวลานอนเนี่ยเขาบอกว่าขอไปส่งสักครั้งเขาพูดว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้หนูอาจไม่กลับมาหรือหนูมาอาจจะไม่เจอแม่หรือแม่อาจจะไม่อยู่เราก็บอกแม่พูดอะไรเนี่ยตอนขึ้นเครื่องกลับมาร้องไห้คนเดียวไม่กินข้าวไม่นอน

ดีเจมะตูม: แม่อยู่อเมริกาพี่กับน้องอยู่เยอรมันทุกคนอยู่บนเครื่องหมดวินาทีที่ยายเสียทุกคนต้องเดินทางกลับมันทำให้คืนแรกเป็นตูมคนเดียว

ตูมมีลางสังหรณ์?

ดีเจมะตูม: 5 วันก่อนคุณยายไปตูมไปทานข้าวตูมจะไปกินข้าวกับยายทุกๆอาทิตย์อยู่แล้วมันจะมีร้านที่ยายชอบและตูมไปกินตั้งแต่เด็กมีเมนูที่ยายชอบมากทุกครั้งที่กินยายจะให้ห่อกลับ2 ชุดเพื่อจะเก็บไว้กินวันรุ่งขึ้นแล้ววันนั้นไปกินข้าวมื้อสุดท้ายกับยายยายไม่ทานเยอะเขากินนิดๆหน่อยๆเขาเหมือนนั่งกดโทรศัพท์คุยกับแม่พอทานเสร็จปุ๊บตูมถามยายว่าเอากี่ชุดเขาบอกไม่เอากินมาเยอะพอแล้วตูมก็บอกเอาไปแช่ได้ไงแม่วันนี้ยังไม่ต้องกินกินพรุ่งนี้เขาบอกไม่เอาพอแล้วกินเยอะแล้ว

ตอนนั้นเรารู้สึกอะไรไหม?

ดีเจมะตูม: ไม่รู้สึกหลายๆคนตั้งคำถามว่ายายเป็นถึงลูคีเมียแล้วจากไปกะทันหันไม่มีใครรู้เลยเหรออย่างที่ทุกคนเห็นยายดูสุขภาพแข็งแรงจริงๆคือเรามองไม่ออกจริงๆว่าข้างในยายรู้สึกยังไงเพราะว่าการถ่ายทำคลิปทุกอย่างวันที่26 กรกฎาคมก่อนที่คุณยายจะจากไป2 อาทิตย์เรายังไปถ่ายรายการด้วยกันเล่นร้องเพลงทุกอย่างยายตูมดูแข็งแรงมาหจริงๆมันเลยทำให้ตูมรับไม่ได่กับการที่ยายไปไวขนาดนี้

วันที่เริ่มพิธีคุณแม่หญิงกลับมาไม่ทันรดน้ำ?

แม่หญิง: คืนแรกค่ะมาตอนกลางคืนซึ่งงานจบแล้ว

ณตอนนั้นตูมจัดการทุกอย่างคนเดียว?

ดีเจมะตูม: ตูมไม่มีประสบการณ์การจัดงานศพให้ใครเลยแล้วไม่อยากทำด้วยนะคะแต่พอมันได้ทำจริงๆตูมโทรหาใครก็ไม่รู้เต็มไปหมดตูมหันไปอีกทีคือแอร์ยกดอกไม้มาทั้งสวนแล้วพี่อั้มเอาเครื่องสำอางมาพี่มดเป็นเจ้าภาพตูมโขคดีที่ตูมพอมีเพื่อนพี่น้องที่พอมีประสบการณ์ตรงนี้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเราสำหรับเราการตัดงาน7 วันนี้มันเป็น7 วันที่เหมือนตูมถูกบังคับให้โตเลยนี่คือการเป็นผู้นำจริงๆแล้ว

มะตูมไม่ทานข้าว2 วัน?

ดีเจมะตูม: 2 คืนแรกมันเหมือนเราตายทั้งเป็นใครมาเราจำอะไรไม่ได้เลยเราได้แต่ร้องไห้ตูมเห็นพวงมาลัยที่ตูมจะเอามาไหว้เขาวันแม่แล้วตูมเอามาคล้องมือเขาตอนรดน้ำทำไมมันถึงเป็นแบบนี้แล้วบ้านเราเรากำลังจะมีคอนเทนต์ด้วยกันอีก2 เดือนจะวันเกิดยายแล้วจะได้ไปร้องเพลงกับน้าโย่งแล้วแล้วตูมกำลังจะออกรถให้ใหม่คือตูมมีแพลนกับเขาเยอะมากทำให้2 วันแรกตูมหลุดไปกับทุกอย่าง

ยายมาเตือนสติ?

ดีเจมะตูม: เตือนสติแรงมากคือแขกมาในงานตูมหลังหลบอยู่หลังโลงแล้วร้องไห้ทำอะไรไม่ถูกจนตูมลุกขึ้นมากำลังจะเปิดประตูออกซึ่งเป็นประตูข้างโลงด้วยความรีบของเราเราเตะประตูออกไปเราไม่รู้ว่าประตูมันล็อกอยู่คิดว่ามันเปิดอยู่ก็เลยใช้เท้าเตะไปก่อนกระจกแตกเสียบไปที่นิ้วเย็บ8 เข็มเห็นกระดูกเลยโชคดีที่วันนั้นดีเจต้นหอมอยู่เขาก็เลยตูมแล้วเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคือ5 นาทีก่อนพระสวดตูมก็เลยรีบกำนิ้วตัวเองเอาทิชชู้ซับเอาถุงพลาสติกคลุมไว้เลือดก็ไหลนั่งฟังพระสวดให้จบแล้วไปเย็บขอบคุณพี่ต้นหอมด้วยที่อาสาพาไป

ซึ่งมะตูมเชื่อว่าเป็นยายที่มาเตือนสติ?

ดีเจมะตูม: หลังวันนั้นตูมไม่ฟูมฟายเลยตูมกินข้าวเลยตูมได้สัจธรรมเลยเหมือนยายบอกเลยว่าเจ็บไหมเจ็บใช่ไหมนี่ไงคนที่ต้องมีชีวิตอยู่ยังเจ็บปวดอยู่จะมาร้องไห้ฟูมฟายเหมือนคนที่เขาจากไปแล้วได่ยังไงเรายังต้องเป็นคนนำอยู่แล้วแม่ล่ะแล้วพี่น้องแล้วแบกล่ะตั้งแต่วันนั้นตูมดีขึ้นมากเลยผ่านงานมาได้เพราะการเจ็บต้องนี้เลยหลายคนบอกว่าทำไมตูมจัดงานยายดอกไม้ขนาดนั้นตูมมองว่ายายเสียสละเลือกที่จะเก็บว่าตัวเองป่วยเป็นอะไรเพื่อไม่ให้ลูกหลานต้องเป็นภาระแล้วต้องรักษาเขาเพราะฉะนั้นเนี่ยแค่นี้มันน้อยไปด้วยซ้ำที่ตูมทำให้เขาตูมควรทำให้ยายได้มากกว่านี้

มีเรื่องที่ติดค้างกับคุณยาย?

ดีเจมะตูม: ช่วงสุดท้ายของชีวิตคุณยายตูมว่าตูมทำหน้าที่ได้เท่าที่หลานคนหนึ่งจะทำได้ดีที่สุดแล้วแต่ถ้าถามว่าติดค้างอะไรไหมคือตูมตั้งใจจะซื้อรถคันใหม่ให้คุณยายเพราะว่าคุณยายเคยพูดว่าขับมา30 ปีแล้วรถก็เก่าคนก็แก่เขาจะพูดอย่างนี้กับตูมตลอดจนตูมตั้งใจว่าจะเซอร์ไพรส์วันเกิดซื้อรถคันใหม่ให้ยายขับขึ้นลงสุพรรณนี่คือสิ่งที่ตูมยังไม่ได้ทำ

แม่หญิง: ของแม่หญิงคือเงินเราจะน้อยกว่าเขาเพราะว่าคุณยายชอบมานั่งตรงริมน้ำตรงบ้านสวนเขาบอกว่าตรงนี้น่าจะมีแพลอยน้ำสักหน่อยแล้วก็มีหลังคาเราเลยบอกว่าโอเคเดี๋ยวกลับจากอเมริกาทำให้แล้วอีกอันคือสวนหน้าบ้านซึ่งทำไปแล้วเหลือแค่แพยังไม่ได้ทำ

อยากบอกอะไรคุณยาย?

ดีเจมะตูม: ไม่ต้องห่วงอะไรการที่ตูมกับแม่มาที่นี่ก็ต้องการให้ยายรู้ว่าเราสองคนเข้มแข็งมากขึ้นแล้วการบอกคนที่จากไปเราไม่รู้ว่าเขารับรู้ไหมแต่อยากบอกคนดูตอนนี้ว่าตูมเอาเรื่องของครอบครัวตัวเองมาตูมอยากให้ทุกคนดูแล้วได้อะไรกลับไปอยากให้เป็นวิทยาทานอยากให้ทุกคนใช้เวลาทุกวินาทีให้คุ้มค่าที่สุดกับคนที่คุณรักเพราะเราไม่รู้ว่าพรุ่งนี้มันจะมาหรือเปล่า

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันจันทร์-วันศุกร์เวลา13.15-14.15 น. ทางช่องone31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่Youtube Channel : Orange Mama

คลิปสัมภาษณ์มะตูมและแม่

https://youtu.be/-U1626-8F9E

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube :https://www.youtube.com/channel/UCmL7sBjm02WNURAOxGzq25w

TikTok :https://www.tiktok.com/@inn_news

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...