โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

[อธิบาย] Apple A16 Bionic แรงสุดแล้วตอนนี้ มีดีอย่างไร มาทำความรู้จักกัน

Siamphone

อัพเดต 12 ก.ย 2565 เวลา 07.07 น. • เผยแพร่ 11 ก.ย 2565 เวลา 09.15 น.
[อธิบาย] Apple A16 Bionic แรงสุดแล้วตอนนี้ มีดีอย่างไร มาทำความรู้จักกัน

อีกหนึ่งไฮไลท์ของงานเปิดตัว iPhone 14 Series คือชิปเซ็ตรุ่นใหม่ที่ Apple นำเสนอ นั่นคือ Apple A16 Bionic ที่เป็นขุมพลังประมวลผลอยู่ในเฉพาะสองรุ่นเท่านั้นคือ iPhone 14 Pro กับ iPhone 14 Pro Max ส่วนอีกสองรุ่นที่เหลือ คือ iPhone 14 กับ iPhone 14 Plus จะเป็นชิปเซ็ต Apple A15 Bionic เท่านั้น ดังนั้นบทความนี้จะพาไปทำความรู้จักให้มากขึ้น ว่าขุมพลังของชิปเซ็ตตัวใหม่ มีดีอย่างไร

Apple A16 Bionic เทคโนโลยีการผลิต 4 นาโนเมตร ประกอบด้วย CPU ประสิทธิภาพสูง 2 คอร์ แต่ประหยัดพลังงานมากกว่าเดิม 20% เมื่อเทียบกับ Apple A15 Bionic, ซีพียูประหยัดพลังงาน 4 คอร์, กราฟิก 5 คอร์ และหน่วยประมวลผลปัญญาประดิษฐ์อีก 16 คอร์ คำนวณได้ 17 ล้านล้านคำสั่งต่อวินาที โดยรวมแล้วแอปเปิ้ลเคลมว่านี่คือชิปเซ็ตที่เร็วแรงที่สุดมากกว่า 40% ในอุตสาหกรรมสมาร์ทโฟนเลยทีเดียว

ตัวอย่างผลลัพธ์แสดงการทดสอบ : ขอบคุณเว็บไซต์ phonearena.com

ด้านการประมวลผลกราฟิก Apple ระบุว่าจะทำให้ทุกการใช้งานด้านมัลติมีเดียได้ผลลัพธ์อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ลื่นไหลไม่ติดขัด เช่นเดียวกับการเล่นเกม เพราะมีจำนวน 5 คอร์ ที่มีแบนด์วิทช์มากขึ้น 50%

Display Engine หน่วยประมวลผลและตัวรับคำสั่งสำคัญที่มีในชิปเซ็ตรุ่นนี้ ซึ่งเป็นหัวใจในการควบคุมการทำงานของลูกเล่น Dynamic Island นอกจากนี้การถ่ายภาพก็ยังมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ลดการหน่วง ลั่นชัตเตอร์ได้ถี่ยิ่งขึ้น เพราะจะถูกประมวลผลด้วยชุดคำสั่งถึง 4 ล้านล้านคำสั่ง ต้องบอกว่านี่เป็นอีกหนึ่งความก้าวหน้าที่สำคัญในวงการสมาร์ทโฟน คงต้องติดตามต่อไปว่าการใช้จริงจะเป็นอย่างไร รอติดตามรีวิวจากสยามโฟน ดอท คอมได้เลย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...