โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

"หนุ่มจยย." โต้กลับ คนขับรถเมล์ เล่าอีกมุม ยันเอาเรื่องถึงที่สุด

WeR NEWS

เผยแพร่ 23 ก.ย 2565 เวลา 07.21 น.

เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 23 ก.ย.65 ที่เส้นด้าย พหลโยธิน 11 คริส โปตระนันทน์ หนึ่งในผู้ก่อตั้งเส้นด้าย แถลงข่าวเป็นคนกลาง ในการเผชิญหน้าระหว่าง นายหนึ่ง (นามสมมุติ) คนขับรถจักรยานยนต์ และ นายอภิสิทธิ์ (ขอสงวนนามสกุล) คนขับรถเมล์สาย 3 หลังจากมีเหตุทะเลาะวิวาทกัน จนกลายเป็นคลิปดังในโซเชียลมีเดีย

สำหรับบรรยากาศในการเจรจาพูดคุยกัน ทั้งสองฝ่ายไม่สามารถจับมือและตกลงกันได้ด้วยดี เนื่องจากยังมีบางประเด็นที่นายหนึ่งยังคงคาใจอยู่ ขณะที่นายอภิสิทธิ์เองได้ขอโทษอีกฝ่าย โดยยกมือไหว้ญาติผู้ใหญ่ของอีกฝ่ายก่อนที่จะเดินทางกลับ

ด้าน นายหนึ่ง กล่าวว่า เหตุการณ์ตอนนั้นตนเพิ่งจะส่งลูกค้าเสร็จที่สถานีกลางบางซื่อ เพราะตนทำอาชีพไรเดอร์ เมื่อส่งลูกค้าถึงจุดหมายแล้ว จึงจำเป็นต้องเช็กข้อมูลในแอพฯ แต่ในขณะเดียวกันรถเมล์สายดังกล่าวได้ขับรถมาแล้วบีบแตรใส่ตนด้วยความหัวร้อน ก่อนจะหันมาด่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย ตนจึงเก็บโทรศัพท์และขับรถจักรยานยนต์ตามต่อ ก่อนยอมรับว่าพูดไปด้วยความโมโหว่า “เอาแม่งเลยไหม”

นายหนึ่ง กล่าวต่อว่า ซึ่งตลอดทางกว่าจะมาถึงจุดเกิดเหตุ คือ บริเวณที่กลับรถช่วงถนนกำแพงเพชร 2 ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร คนขับรถเมล์พยายามที่จะท้าทายให้ตนขึ้นไปบนรถเมล์ และพยายามจะจอดรถตรงป้ายรถเมล์เพื่อเปิดประตูลงมาบ้าง รวมถึงยังชูนิ้วกลางให้ตน ทั้งคนขับและกระเป๋ารถเมล์ ตอนนั้นยอมรับว่ายิ่งโมโหมาก

นายหนึ่ง กล่าวอีกว่า และคิดว่าหากต้องมีเรื่องเพียงแค่จะต่อยกันแบบลูกผู้ชายเท่านั้น ไม่คิดว่าในช่วงที่เลี้ยวซ้ายผ่านตึกแดงมา และมาถึงในช่วงจุดกลับรถตรงที่เกิดเหตุ จะเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงขึ้น โดยจังหวะนั้นตนมีออเดอร์พอดี จึงขับออกมาเลนขวา เพื่อกลับรถไปรับลูกค้า

นายหนึ่ง กล่าวว่า ตอนแรกคิดว่าเรื่องจบแล้ว เพราะรถเมล์ต้องเลี้ยวซ้ายเข้าอู่ แต่ปรากฏว่า จู่ ๆ รถเมล์ได้ฉีกขวาออกมาตาม และเจตนาขับรถเหยียบรถจักรยานยนต์ของตนอย่างแรง ทำให้รถของตนติดอยู่ที่ล้อของรถเมล์คันใหญ่ และขาของตนก็ติดอยู่ที่รถจักรยานยนต์ ทำให้ไม่สามารถทรงตัวได้ เมื่อจังหวะที่ตนกำลังจะลุกขึ้นยืน คนขับรถเมล์ก็ปรี่เข้ามาต่อย และทำร้ายร่างกายตนเหมือนในคลิป

ผมยืนยันว่าจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด ไม่มีการไกล่เกลี่ยหรือพูดคุยแต่อย่างใด โดยเฉพาะกรณีที่คนขับขับรถเหยียบรถจักรยานยนต์ของผม ทำให้ได้รับความเสียหาย (แตกทั้งคัน) และผมก็เกือบเอาชีวิตไม่รอด เพราะติดอยู่กับตัวรถช่วงใต้รถเมล์ ซึ่งผมก็เป็นคนรูปร่างอ้วนด้วย แถมยังถูกทำร้ายนานกว่า 5 นาทีโดยที่ยังไม่ทันตั้งตัว แต่โชคดีที่ร่างกายไม่ได้เป็นอะไรมาก เพียงแต่มีอาการเจ็บที่ปาก เพราะปากแตก และร่างกายมีรอยฟกช้ำ

ทั้งนี้ หลังจากได้ฟังคู่กรณีเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดแล้ว ก็ไม่สามารถจับมือ และจบกันด้วยดีได้ในเมื่ออีกฝ่ายยังเล่าเรื่องโกหกอยู่ เพราะเมื่อวาน ที่สน.บางซื่อ เขายอมรับว่าเจตนาขับรถเหยียบตน แต่พอมาตอนนี้บอกไม่มีเจตนา ตนจึงไม่อยากพูดอะไรแล้ว ดังนั้นขั้นตอนหลังจากนี้ปล่อยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...