โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

โครงการสาธารณูปโภค-อสังหาฯ ฟื้นตัว กลุ่มลวด เคเบิล ท่อ โลหะรับอานิสงส์ปี'66

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 06 ต.ค. 2565 เวลา 05.59 น. • เผยแพร่ 05 ต.ค. 2565 เวลา 10.29 น.

“เมสเซ่ ดุสเซลดอร์ฟ เอเชีย” เผยแนวโน้มปี 2566 กลุ่มลวด เคเบิล ท่อ ท่อร้อยสาย อุตสาหกรรมหล่อโลหะ และโลหะการ ดีมานด์พุ่งหลังโครงการสาธารณูปโภค และอสังหาริมทรัพย์ฟื้นตัว 200 บริษัท 28 ประเทศทั่วโลก รวมตัวจัดมหกรรมครั้งใหญ่ ด้านโครงสร้างพื้นฐานใหญ่สุดในอาเซียน “Wire & Tube Southeast Asia 2022-GIFA & METEC Southeast Asia 2022” สนอง 30 กลุ่มอุตสาหกรรม

วันที่ 5 ตุลาคม 2565 นายเกอร์นอท ริงลิ่ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมสเซ่ ดุสเซลดอร์ฟ เอเชีย กล่าวว่า ภาพรวมการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของเอเชียและอาเซียนเริ่มเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น โดยเฉพาะภาคการผลิต กลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน และการก่อสร้างประเภทต่าง ๆ ซึ่งในไตรมาส 4/2565 และปี 2566 คาดว่าจะเริ่มเห็นการขยับตัวที่ดีเมื่อเทียบกับในช่วงไตรมาส 1-3 ปี 2565 ที่ผ่านมา

การฟื้นตัวดังกล่าวยังนำมาซึ่งความต้องการในด้านงานประเภทชิ้นส่วน โลหะ อุปกรณ์เพื่อการก่อสร้าง รวมถึงเป็นอานิสงส์สำคัญที่ทำให้ผู้ดำเนินธุรกิจหลายรายพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อรองรับกับความต้องการและการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจ เช่น ด้านความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม กลุ่มเทคโนโลยีอัจฉริยะ การจัดการข้อมูล และอื่น ๆ อีกหลายประเภท

ดังนั้น เมื่อมีความต้องการใช้ทรัพยากรเหล่านี้ในช่วงเปิดประเทศ จึงต้องกระตุ้นภาคการผลิตอุตสาหกรรมหนักระหว่างไทย อาเซียน เอเชีย และยุโรป ด้วยการจัด 4 มหกรรมใหญ่ในประเทศไทย ได้แก่ 1.งานแสดงสินค้านานาชาติด้านอุตสาหกรรมลวด เคเบิล ครั้งที่ 14 สำหรับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Wire Southeast ASIA 2022) 2.งานแสดงสินค้านานาชาติด้านอุตสาหกรรมท่อและท่อร้อยสาย ครั้งที่ 13 สำหรับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Tube Southeast ASIA 2022)

3.งานแสดงสินค้าและฟอรั่มนานาชาติด้านการหล่อโลหะเพื่อภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ครั้งที่ 1 (GIFA Southeast Asia 2022) และ 4.งานแสดงสินค้าและฟอรั่มนานาชาติด้านโลหะวิทยาเพื่อภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ครั้งที่ 1 (METEC Southeast Asia 2022)

ซึ่งงานแสดงสินค้า 4 มหกรรมใหญ่ด้านโครงสร้างพื้นฐานครั้งนี้ ได้รับความสนใจจากบริษัทในประเทศไทย และบริษัทต่างชาติถึง 90% เข้าร่วมโชว์นวัตกรรม โดยหลายบริษัทเป็นผู้แสดงสินค้าที่เคยร่วมออกบูทในงานของเมสเซ่ ดุสเซลดอร์ฟ เอเชีย มาตั้งแต่ปี 2540 ซึ่งในปีนี้มีบริษัทที่เข้าร่วมกว่า 200 บริษัท จาก 28 ประเทศทั่วโลก และ 5 พาวิลเลี่ยนนานาชาติจากเยอรมัน อิตาลี สวิตเซอร์แลนด์ อังกฤษ และจากสมาคมหล่อโลหะไทย

มีเป้าหมายในการเผยแพร่ข้อมูลของธุรกิจให้เป็นที่รู้จักและยอมรับในวงกว้าง และชี้ให้เห็นถึงบทบาทของเทคโนโลยีลวด เคเบิล ท่อและท่อร้อยสาย การหล่อโลหะ และโลหะการที่มีต่อวงจรธุรกิจ อุตสาหกรรมมากกว่า 30 กลุ่ม เช่น ยานยนต์สมัยใหม่ อาคาร การก่อสร้าง อุตสาหกรรมอวกาศ เหมืองแร่ การขนส่ง

นอกจากการกระตุ้นการเติบโตกลุ่มลวด เคเบิล ท่อและท่อร้อยสาย การหล่อโลหะ และเหล็กแล้ว ยังคาดว่าทั้ง 4 มหกรรมจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ คือ กลุ่มลวดและเคเบิล คาดว่าจะมีการเติบโตตามความต้องการลงทุนกลุ่มเคเบิลใต้ดินและใต้น้ำ การยกระดับระบบส่งและจำหน่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (สมาร์ทกริด) การเปลี่ยนสายส่งเก่าไปเป็นสายไฟฟ้าแรงสูง

รวมถึงเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตที่ผู้พัฒนาต่าง ๆ กำลังแข่งขันกันด้วยความลดเร็วเพื่อเชื่อมไลฟ์สไตล์แบบใหม่ เช่น การแพทย์-การประชุมทางไกล และในช่วงปี 2565-2571 คาดว่าจะมีอัตราเติบโตเฉลี่ยปีละ 4.4% จากปัจจุบันที่มีมูลค่า 1.9 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ตลาดสำคัญของเอเชีย ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น อินเดีย ส่วนความต้องการใช้จะอยู่ในกลุ่มการบินและอวกาศ การก่อสร้างอาคาร น้ำมัน ก๊าซและพลังงาน ไอทีและโทรคมนาค

กลุ่มท่อและท่อร้อยสาย จะมีบทบาทอย่างมากต่อภาคอุตสาหกรรมน้ำมัน ก๊าซ การส่งต่อของเหลว และกลุ่มการลงทุนใต้ดิน ซึ่งโอกาสของผู้ประกอบการไทยและทั่วโลกอยู่ที่การพัฒนากลุ่มท่อไร้รอยต่อ ท่อที่สามารถทนต่อแรงดันได้สูง ทั้งนี้ เอเชีย-แปซิฟิก เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถือเป็นตลาดการใช้กลุ่มท่อและท่อร้อยสายที่สำคัญเนื่องจากมีภาคการผลิตขนาดใหญ่ เช่น ปิโตรเลียม และปิโตรเคมี

โดยครองสัดส่วนทั่วโลกกว่า 44% ในด้านปริมาณการใช้กว่า 1,700 ล้านตัน นอกจากนี้ยังคาดการณ์ว่าภายใน 5 ปี อุตสาหกรรมดังกล่าวจะมีการเติบโตในด้านมูลค่าเฉลี่ย 6.2% จากเดิมที่มีมูลค่า 1.29 แสนล้านดอลล่าร์สหรัฐ สู่ 2.31 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2570

กลุ่มการใช้เหล็ก-การหล่อโลหะ ซึ่งแม้จะยังมีความผันผวนในด้านราคาแร่เหล็ก อัตราเงินเฟ้อ แต่คาดว่าจะค่อย ๆ เติบโตได้ตามอุปสงค์ของภาคการก่อสร้างแบบค่อยเป็นค่อยไป และกลุ่มที่คาดว่าจะเติบโตได้คือวัสดุก่อสร้างน้ำหนักเบาเพื่อส่งเสริมการประหยัดพลังงาน

รวมถึงการเปลี่ยนจากกระบวนการหล่อแบบธรรมดาไปสู่เทคโนโลยีใหม่โดยใช้โลหะรีไซเคิลเป็นปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญอีกประการหนึ่งสำหรับอุตสาหกรรมนี้ อย่างไรก็ตามในส่วนของประเภทการผลิตและการใช้คาดว่ากลุ่มเหล็กแผ่นรีดร้อน เหล็กแผ่นรีดเย็น เหล็กแผ่นรีดตรง จะมีการใช้มากที่สุดในภาคโครงสร้างอุตสาหกรรม การปรับปรุงงานสาธารณูปโภค และอสังหาริมทรัพย์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...