โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

ใต้เงาริษยา

นิยาย Dek-D

อัพเดต 11 เม.ย. 2567 เวลา 12.15 น. • เผยแพร่ 11 เม.ย. 2567 เวลา 12.15 น. • กิ่งเกสร วีรินทร์
“คุณหนูคงไม่อยากได้ไอ้ลูกขี้ข้าต่ำต้อยอย่างผมเป็นผัวหรอกใช่ไหมครับ”

ข้อมูลเบื้องต้น

ความริษยาและชิงชังในตัวน้องสาวที่เกิดกับเมียน้อยของพ่อ ทำให้เธอ…ต้องร้าย
หากภายใต้ความร้ายที่แสดงออก กลับโหยหาบางสิ่งที่ซุกซ่อนอยู่ภายใน
ส่วนเขา…เป็นแค่หมากในเกม ที่เธอต้องการหลอกใช้เพื่อให้ได้มาซึ่งชัยชนะ
สุดท้ายเกมนี้ใครจะแพ้ ใครจะชนะ และใครจะเป็นฝ่ายถูกหลอก

ติดตามบทสรุปได้ในเรื่อง…ใต้เงาริษยา

เรื่องใหม่มาแล้วจ้า เป็นเรื่องยาวมากกว่า 2 แสนคำ อัปแบบยาวไป ๆ

คำเตือน เนื้อหามีความรุนแรง ไม่เหมาะสำหรับผู้มีอายุต่ำกว่า 18 ปี รวมทั้งผู้มีสภาพจิตใจบอบบาง

เรื่องนี้พระเอก-นางเอกร้ายและเลวพอกัน ใครที่ไม่ชอบเนื้อหาที่ค่อนข้างแรง ไม่แนะนำให้อ่านนะคะ

************

ตัวอย่างบางตอน

“ฉันท้อง”

“ท้อง!”

“อืม” เธอพยักหน้า แววตายังคงเต็มไปด้วยความกังวลและตกใจ

“กับใคร?”

คำถามของเขาทำให้เธออึ้งไปชั่วขณะ ‘ผู้หญิงอย่างคุณหนูเป็นแม่ที่ดีของลูกไม่ได้หรอก คุณหนูไม่ได้มีคุณสมบัติจะเป็นแม่คนเลยแม้แต่น้อย ฉะนั้น…อย่ากังวล เราก็แค่สนุกกัน ผมไม่มีวันพลาดให้ลูกผมเกิดมามีแม่ที่ไร้คุณภาพอย่างคุณหนูแน่นอน’ คำดูถูกเหยียดหยามที่เขาเคยพูดกรอกหูเธอเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา กับคำถามที่ได้ยินเมื่อสักครู่ เหมือนจะช่วยเรียกสติให้คนหลงทาง เธอมายืนทำบ้าอะไรอยู่ที่นี่!

“ช่างเถอะ จะท้องกับใครก็ไม่เกี่ยวกับนาย”

“แล้วมาบอกผมทำไม”

นั่นนะสิ เธอมาบอกเขาทำไม คิดแล้วก็ตลกตัวเองเป็นบ้าเลย ตลกจนอยากจะหัวเราะออกมาดัง ๆ แต่ติดที่มันหัวเราะไม่ออกน่ะสิ

"มั่วไม่เลือกไง พอท้องมาก็เลยไม่รู้จะไปหาพ่อให้เด็กได้ที่ไหน รู้จักแค่นายมั้งก็เลยมาบอก งั้นฉันกลับนะ ขอโทษด้วยที่มารบกวนดึก ๆ”

รู้ตัวว่าบอกผิดคนก็เมื่อสายไปแล้ว ไม่ใช่คิดผิด แต่เพราะไม่ทันได้คิดเลยต่างหาก เมื่อไม่ถึงชั่วโมงที่แล้วเธอตกใจมากที่รู้ว่าท้อง แล้วจู่ ๆ ก็มายืนอยู่ที่นี่ ลืมคิดไปได้ยังไง…ไม่ว่าใครก็คงไม่อยากรับผิดชอบเด็กผู้โชคร้ายคนนี้หรอก ไม่เว้นแม้แต่เธอ !

เธอไม่เคยเถียงที่โดนเขาดูถูกเช่นนั้น เพราะเธอเองก็คิดเช่นเดียวกัน เธอไม่เคยอยากมีลูก ไม่เคยเชื่อมั่นว่าตัวเองจะเป็นแม่คนได้ ไม่เคยอยากแต่งงานมีครอบครัว เพราะกลัวจะซ้ำรอยพ่อกับแม่

เด็กที่โตมากับครอบครัวที่แตกสลายแบบนั้น ย่อมกลัวการสร้างใครสักคนขึ้นมาแล้วต้องเป็นเหมือนตัวเอง แค่มีคนเกิดมาโชคร้ายอย่างเธอเพียงคนเดียวในโลกก็มากเกินพอแล้ว

ขาที่ก้าวถอยนั้นอ่อนล้าเต็มที อ่อนล้าจนแทบก้าวไม่ออก ขณะพยายามพาตัวเองออกมาจากสถานการณ์อันน่าสมเพช ก็ได้แต่ตั้งคำถามในใจว่าเหตุใดเด็กคนนี้ถึงเลือกที่จะมาเกิดกับเธอ กับคนที่ไม่พร้อมที่จะมีเขา ไม่ว่าวันนี้หรือวันไหน

ทันทีที่หันหลังกลับไปทางเดิม…ทางที่มืดมนและไม่มีใครมองเห็นเธอทั้งนั้น น้ำตาที่ไม่เคยคิดจะเสียมันง่าย ๆ ให้กับสิ่งใดก็ร่วงเผาะลง

เธอจะทำอย่างไรกับหนึ่งชีวิตที่ยังไม่สามารถกำหนดชะตากรรมของตัวเองได้ในตอนนี้ เขาจะอยากเกิดมาเสี่ยงกับการมีแม่อย่างเธอจริงหรือ เขาจะไม่เสียใจทีหลังใช่ไหมหากว่าเกิดมาแล้วเจอกับแม่เลว ๆ แบบนี้

แถมไม่มี…พ่อ !

******

อัปจนจบน้า แต่อัปช้าสักหน่อย

งานจะยุ่ง ๆ อาจจะไม่ค่อยมีเวลาเขียน แต่เรื่องนี้พล็อตเสร็จนานแล้ว

เคยส่งประกวด 555 ไม่เข้าตากรรมการไม่เป็นไร แต่ขอให้เข้าไปอยู่ในใจทุกคนก็พอ เบยยยย :))))

นางเอกร้ายหน่อยนะ ใครรับความร้ายของนางไม่ไหวก็ปาเปลือกทุเรียนใส่นางเลย แต่อย่าปาใส่ไรต์น้าาา อิอิ

อย่าถามว่า นี่หรือคือนางเอก …. ใช่จ้ะ ๆ ๆ ๆ :))))

ชอบกดไลก์ ใช่กดเลิฟ เลยนะจร๊าาา อย่าลืมเก็บเข้าชั้นด้วยน้า จะได้ไม่พลาดทุกการอัปเดต

๑ บทนำ

บทนำ

“เช็ดก่อนสิ มันมีฝุ่น ตาไม่มีหรือไง เดี๋ยวเท้าฉันก็เปื้อนหมด”

“ค่ะคุณหนู ไอยาขอโทษนะคะ”

“ไม่สวย เอาคู่นั้นมาลองสิ”

“ได้ค่ะ”

“เกินไปแล้วมั้ง นั่นน้องนะครับคุณหนู ไม่ใช่ขี้ข้า”

ภัสยาวีร์หันไปมองคนขัดจังหวะ ชายหนุ่มวัยสามสิบต้น ๆ ผิวเข้มอย่างชายไทย ทว่ารูปร่างสูงสง่า ไม่อ้วนไม่ผอม มีกล้ามเนื้อบึกบึนกำลังดี ใบหน้าเขาคมคร้ามเป็นเอกลักษณ์ นับว่าหล่อเหลาเทียบเท่าพระเอกเบอร์ต้น ๆ ในวงการบันเทิงที่เธอคุ้นเคยได้เลย

นานแค่ไหนแล้วนะ ที่ไม่เจอกัน แล้วกลับมาตั้งแต่ตอนไหน

“พี่หนาว!” ไอยรินทร์เอ่ยเรียกด้วยความดีใจทันทีที่เงยหน้าขึ้นเห็นว่าเจ้าของเสียงคุ้นเป็นใคร

ส่วนหญิงสาวอีกคนจากแววตาที่เหมือนจะผุดรอยยิ้มขึ้นมาก็เปลี่ยนเป็นหมั่นไส้แทน ริมฝีปากบางเหยียดยิ้ม กวาดมองร่างสูงด้วยสายตาราวกับเขาเป็นตัวเสนียด

“งั้นขี้ข้าอย่างนายก็มาใส่ให้ฉันสิ หรือว่าออกไปเสวยสุขทำตัวเป็นเจ้าคนนายคนอยู่ข้างนอกมานาน จนลืมไปแล้วว่ากำพืดตัวเองเป็นใคร”

“ไม่ลืมหรอกครับ แต่คนเรามันก็ไม่ได้ย่ำอยู่ที่เดิมเสมอไปนะครับ วันก่อนผมเป็นขี้ข้า วันข้างหน้าผมอาจจะเป็นเจ้านายคุณหนูก็ได้นะครับ”

“ฝันอยู่เรอะ เหอะ อยู่กับปัจจุบันก่อนเนอะ มานี่สิ มาสวมรองเท้าให้เจ้านาย” เธอวาดขาเรียวงามขึ้นมาไขว่ห้างแล้วกระดิกปลายเท้าเรียกเขา เป็นกิริยาที่แย่จนคนมองต้องเอือมระอา

“เดี๋ยวพี่ทำเอง ลุกขึ้น” เหมันต์เดินไปดึงแขนหญิงสาวที่นั่งอยู่กับพื้นให้ลุกขึ้น

“ไอยาทำเองดีกว่าค่ะพี่หนาว” ไอยรินทร์ส่ายหัว ให้มันเป็นหน้าที่เธอเถอะ เหมันต์เป็นผู้ชายไม่ควรมาทำอะไรแบบนี้ให้ผู้หญิง แถมยังเป็นผู้หญิงที่มีอายุน้อยกว่าเขาตั้งหลายปี

“จะเถียงกันอีกนานไหม เมื่อไหร่ฉันจะลองรองเท้าเสร็จสักที เสียเวลาจริง ๆ”

“รอไม่ไหว คุณหนูก็สวมเองสิครับ มือก็มี ไม่ได้เป็นง่อย”

“นายหนาว! นายกล้าดียังไงพูดแบบนี้กับฉัน อย่าคิดนะว่าทุกวันนี้ปีกกล้าขาแข็งแล้วจะพูดยังไงกับฉันก็ได้ แม่ฉันมีบุญคุณท่วมหัวนาย มีวันนี้ได้เพราะใครหัดจำใส่หัวกลวง ๆ ของนายไว้ด้วยนะ ต่อให้วันนี้นายจะเป็นดอกเตอร์หรือแม้แต่มหาเศรษฐีร้อยล้านพันล้าน แต่อยู่ที่นี่นายก็ไม่ได้สูงส่งไปจากเดิม ยังไงนายก็เป็นขี้ข้าฉันตลอดไป”

“ไม่มีใครเป็นขี้ข้าใครไปตลอดชีวิตหรอกครับ บุญคุณก็ส่วนบุญคุณผมไม่ลืมหรอก มีโอกาสก็ตอบแทนตามความเหมาะสม แต่สิ่งไหนที่มันกดขี่กันเกินไป ผมเลือกที่จะไม่ทำก็ไม่ผิด”

“ตั้งแต่เป็นดอกเตอร์นี่ปากดีขึ้นเยอะเนอะ ถ้าป้านิตรู้ว่านายพูดแบบนี้กับฉันจะยังไงน้าาา”

“คุณหนูจะฟ้องแม่ก็ได้นะ ผมจะได้ฟ้องคุณพ่อคุณหนูด้วย ว่าวันนี้คุณหนูใช้ให้ไอยาทำอะไร”

“เชิญ! คิดว่าฉันกลัวหรือไง” เป็นประจำอยู่แล้วที่เธอจะทะเลาะกับบิดา แล้วมีเหตุผลใดจะต้องกลัว ดีเสียอีกบ้านหลังนี้จะได้ลุกเป็นไฟ หนักกว่านั้นก็ให้มันกลายเป็นขุมนรกสมใจเธอได้ยิ่งดี

“พอเถอะค่ะพี่หนาว อย่ามีเรื่องกันเลย พี่หนาวเพิ่งกลับมาเหนื่อย ๆ ไปพักก่อนดีกว่านะคะ เดี๋ยวไอยาช่วยคุณหนูเลือกรองเท้าเสร็จจะไปหา”

ภัสยาวีร์เบ้ปาก นัดกันไว้แล้วล่ะสิ คงมีแค่เธอในบ้านหลังนี้ที่ไม่รู้ว่าเหมันต์เดินทางกลับจากอเมริกาวันนี้

“พี่มีของฝากให้ไอยาด้วยนะ ไม่รู้จะชอบหรือเปล่า อยากให้รีบไปดูเลยมาตาม”

“ถ้าพี่หนาวให้ ไอยาก็ชอบหมดแหละ”

“จะคุยกันอีกนานไหม ใครจะทำก็มาทำ หรือจะช่วยกันก็ได้นะ จะได้เสร็จเร็ว ๆ”

ไอยรินทร์นั่งลงที่เดิมอย่างเกรงใจระคนกลัวคนสั่ง มือข้างหนึ่งจับรองเท้าอีกข้างจับเท้าของภัสยาวีร์ กำลังจะสวมใส่รองเท้าให้ แต่ถูกเหมันต์ดึงแขนลุกขึ้นอีกครั้งอย่างทนมองภาพตรงหน้าไม่ได้

“ไม่ต้องทำแล้วไอยา ไอยาไม่ใช่ขี้ข้าใครนะ อยู่ที่นี่ไอยามีศักดิ์เป็นลูกเจ้าของบ้านเหมือนกัน อย่าทำอะไรที่เป็นการด้อยค่าตัวเองอีก อีกอย่างถ้าไอยาไม่ทำตามใจเขาบ้างสักครั้ง แล้วเขาจะตายก็ลองดู…”

เพี้ยะ!

ไม่ได้รอให้อีกฝ่ายพูดจาเสียดแทงใจจบ ภัสยาวีร์ก็ลุกพรวดขึ้นตรงปรี่เข้าไปตบใบหน้าคมเต็มแรง

“กล้าดียังไงมาพูดจาสามหาวกับฉัน นายคิดว่านายเป็นใคร” เสียงของเธอเกรี้ยวกราดแทบอยากจะกรีดร้องใส่หน้าเขา มาหักหน้าเธอต่อหน้าลูกขี้ข้าอย่างไอยรินทร์ได้ยังไง แถมยังยกลูกขี้ข้าขึ้นมาเทียบเท่าเธออีก

“แล้วคุณหนูคิดว่าตัวเองเป็นใครล่ะครับ ถึงกล้าดีทำกิริยาหยาบช้ากับใครเขาไปทั่ว”

“ฉันจะทำกิริยาหยาบช้าก็เฉพาะกับคนที่สมควร นี่คือการลงโทษขี้ข้าที่มันปากดี จำไว้นายหนาว อย่าพูดจาสามหาวแบบนี้กับฉันอีก เอาไปเก็บ ฉันไม่มีอารมณ์จะลองแล้ว” ใช้เท้าเขี่ยรองเท้าไปหาไอยรินทร์ ผลักอกเหมันต์ออกแล้วเดินฉับ ๆ หนีขึ้นไปบนบ้าน

“พี่หนาวไม่น่าหาเรื่องคุณหนูเลย”

“ขัดใจบ้างเถอะไอยา แค่นี้ก็เสียคนมากแล้ว”

“ที่คุณหนูเป็นแบบนี้ก็เพราะไอยากับแม่ ชดใช้ให้ทั้งชีวิตยังไม่พอเลยค่ะ”

“ไอยาไม่ได้ผิดนะ นั่นมันเรื่องของผู้ใหญ่ ไอยาบริสุทธิ์และไม่ควรต้องมาโดนอะไรแบบนี้”

“แต่ไอยาเป็นผลผลิตจากสิ่งที่มันผิด ไอยาก็ต้องมีส่วนรับผิดชอบ”

“แต่สิ่งที่คุณหนูทำกับไอยามันมากเกินไป”

“ไม่เกินไปหรอกค่ะ ยังน้อยไปด้วยซ้ำ”

เหมันต์ได้แต่ส่ายหัวให้คนรู้สึกผิดในเรื่องที่ตัวเองก็ไม่ได้ก่อ อีกคนก็ร้ายยิ่งกว่าปีศาจ อีกคนก็ดีราวกับนางฟ้า เขาไม่อยากนึกภาพการอยู่ร่วมบ้านของหญิงสาวทั้งคู่ต่อไปเลย

“รีบเก็บของแล้วไปดูของฝากจากฟี่กันเถอะครับ” เหมันต์กล่าวแล้วนั่งลงช่วยหญิงสาวเก็บรองเท้าส้นสูงแบรนด์ดังกว่าสิบคู่ลงกล่อง

ภัสยาวีร์หนีขึ้นมาบนห้อง แต่ก็มิวายจะมายืนแอบมองอยู่ข้างหน้าต่างอย่างอยากรู้อยากเห็น ภาพด้านล่างทำให้เธอเกิดความหมั่นไส้ขึ้นมาอีกครา หนุ่มสาวทั้งสองกำลังเดินเคียงกันพลางหยอกล้อยิ้มหัวไปทางบ้านพักหลังเล็กที่มารดาสร้างไว้ให้นิตยาอาศัยอยู่กับลูกชายเมื่อ 20 กว่าปีก่อน แต่ก่อนเธอก็ไปวิ่งเล่นอยู่ที่นั่นบ่อย ๆ หากตั้งแต่มารดาจากไปก็ไม่เคยเข้าไปเหยียบอีกเลย

“มีของฝากให้แต่ไอยาสินะ มีสักครั้งไหมพี่หนาว ที่พี่จะนึกถึงพรีม”

กี่ปีมาแล้ว แม้แต่วันเกิดเธอก็ไม่เคยได้รับของขวัญจากเขา ของขวัญชิ้นสุดท้ายที่เธอได้จากเขา จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าปีไหน

ตั้งแต่แม่เสียทุกสิ่งทุกอย่างก็เปลี่ยนไป จากที่เคยอยู่ท่ามกลางความรัก รายล้อมด้วยความอบอุ่น อบอวลไปด้วยความสุขและรอยยิ้ม แต่ตอนนี้กลับเหลือแค่ความโดดเดี่ยว อ้างว้าง เหมือนอยู่ตัวคนเดียวในบ้าน กลายเป็นคนที่ไม่กล้าไว้ใจใคร แม้กระทั่งนิตยา ผู้หญิงที่เธอเคยรักและเคารพดั่งแม่ พวกเขาทุกคนรวมหัวกันทำให้ชีวิตเธอกับแม่เหมือนตกนรกทั้งเป็น ทำให้แม่ของเธอต้องจากโลกนี้ไปก่อนวัยอันควร

ถ้าเธอไม่มีความสุขก็อย่าหวังว่าทุกคนในบ้านนี้จะมีความสุข ใครที่ทำร้ายจิตใจเธอกับแม่ ก็ต้องอยู่อย่างทุกข์ทรมานไม่ต่างกัน ไม่เว้นแม้กระทั่งพ่อ คนที่เธอรักมากที่สุด

ไม่ทันที่ภาพของหนุ่มสาวจะหายเข้าไปในบ้าน หญิงสาวที่มองภาพนั้นด้วยความคับแค้นใจก็หันหลังกลับไปคว้าเอากระเป๋าขึ้นมาสะพายที่ไหล่ แล้ววิ่งกลับลงไปทางเดิม

เป็นครั้งแรกในรอบสิบหกปีที่เธอก้าวขาเข้ามาเหยียบในเรือนของนิตยา สายตาสามคู่หันมามองเธอพร้อมกันด้วยความแปลกใจผสมความหวาดหวั่น

“ฉันจะออกไปข้างนอก ไปขับรถให้หน่อย” เธอเอ่ยกับผู้ชายคนเดียวที่นั่งอยู่ตรงกลางระหว่างผู้หญิงต่างวัยทั้งสอง โดยไม่แม้จะทักทายใครอื่น

เหมันต์กำลังจะเอ่ยปฏิเสธ แต่มารดาที่รู้ทันก็พูดดักทางเสียก่อน

“รีบไปสิหนาว อย่าให้คุณหนูรอนาน”

“ไปเถอะค่ะพี่หนาว เดี๋ยวไอยาจะเอาของฝากของพี่หนาวไปเก็บพอดี ขอบคุณสำหรับสร้อยสวย ๆ นะคะ”

ไอยรินทร์นั้นก็อีกคน เขาเบื่อเหลือเกินกับการที่ทุกคนต้องเป็นฝ่ายยอมภัสยาวีร์ ทำให้เขาก็ต้องยอมไปด้วยเพราะไม่อยากขัดใจมารดา

“จะไปไหนครับ” เหมันต์ขับรถออกมาจากประตูบ้านแล้วจึงเอ่ยถามเจ้านายที่นั่งไขว่ห้างเชิดหน้าอยู่เบาะข้างหลัง ทำอะไรก็หน้าหมั่นไส้ไปเสียหมด ผู้หญิงอะไรหน้าก็สวยแต่กลับไม่ชวนให้อยากมอง เพิ่งตบหน้าเขาไปหมาด ๆ ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่คิดว่าเขาจะโกรธบ้างหรือไง พาไปปล่อยป่าเสียก็ดี จะได้เข็ดหลาบ

“หลายที่ ไปเดินห้างหาอะไรเย็น ๆ กินก่อนแล้วกัน นี่ก็ใกล้เที่ยงแล้ว จะกินอะไรดีน่า ?”

ตอบมาท่านี้ มึงได้ไร้สาระทั้งวันทั้งคืนแน่ไอ้หนาววันนี้

“กลับมาครั้งนี้ อยู่นานแค่ไหนล่ะ”

“สนใจอยากรู้เรื่องลูกขี้ข้าอย่างผมด้วยเหรอ”

“ที่ถามเพราะอยากรู้ว่าจะมีขี้ข้าส่วนตัวไว้ใช้งานอีกนานแค่ไหน มีนายมันก็ดีตรงนี้แหละ”

“ผมคงไม่ได้อยู่เป็นขี้ข้ารองมือรองเท้าคุณหนูตลอดหรอกนะ งานการมีต้องทำ วันนี้แค่เข้าไปเยี่ยมแม่” หากนิตยายอมย้ายออกไปอยู่กับเขา วันนี้ก็คงไม่ได้เข้าไปเหยียบบ้านหลังนั้นหรอก และก็คงไม่โชคร้ายได้มาขับรถให้คุณหนูจอมบงการที่แสนน่าเบื่อแบบนี้

“จะมาอยู่ไทยแล้วเหรอ”

“…”

“ถามไม่ตอบ ไร้มารยาท ยังไงก็ช่าง ถ้าฉันต้องการนาย เรียกตอนไหนต้องมา”

“ผมไม่ได้ว่างทำเรื่องไร้สาระขนาดนั้น”

“นายหาว่าฉันไร้สาระ ?”

“ก็ตามนั้น”

“นายหนาว!”

“กลัวลืมชื่อผมหรือไง เรียกอยู่ได้”

“นายกล้าขัดคำสั่งฉันก็ลองดูสิ”

เหมันต์ได้แต่ส่ายหัวให้คนขู่ เขารู้ว่าหากไม่ได้ดั่งใจเจ้าหล่อน บ้านหลังนั้นจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง เธอคงระรานคนในบ้านไปทั่ว กรรมหนักก็คงไม่พ้นจะไปตกที่ไอยรินทร์อีกตามเคย

เหมันต์รู้สึกว่าวันนี้เป็นวันที่เขาทำตัวไร้สาระมากที่สุดในรอบหลายปี เดินตามผู้หญิงจอมบงการเข้าออกร้านนั้นร้านนี้ คอยถือของให้ พาไปกินข้าว กินไอศกรีม ทำผม ทำเล็บ แถมพอตะวันตกดินยังมิวายจะอยากมาเที่ยวผับต่อ

“ผมรอข้างนอกนะ”

“ไม่ได้ นายจะให้ฉันเข้าไปคนเดียวหรือไง ฉันจะดื่มเผื่อฉันเมา นายต้องไปดูแลฉัน”

เหมันต์ถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย แต่ก็ยอมเปิดประตูลงไปยืนพิงหน้ารถรอ ก็ไม่กล้าให้เข้าไปคนเดียวหรอก แต่ความจริงเธอก็น่าจะคุ้นเคยกับสถานที่ท่องเที่ยวยามวิกาลดีพอสมควร ไม่น่าจะมีอะไรต้องห่วง ได้ข่าวว่าเที่ยวทุกคืนอยู่แล้วนี่

“มาเปิดประตูให้ฉันด้วย” ภัสยาวีร์เลื่อนกระจกรถยื่นหน้าออกไปสั่ง อีกรอบที่เหมันต์ต้องถอนหายใจแต่ก็เดินมาเปิดประตูให้

“เชิญ”

“ครับด้วย”

“เชิญครับคุณหนู”

“มีขี้ข้าส่วนตัวมาคอยดูแลนี่มันดีจริง ๆ นายห้ามไปไหนอีกนะ นายต้องอยู่ดูแลฉัน” หญิงสาวยิ้มพอใจเมื่อทำให้คนหน้าบึ้งยอมทำตามคำสั่งได้ อยู่แต่บ้านแกล้งไอยรินทร์จนคิดหาวิธีกลั่นแกล้งไม่ออกแล้ว ได้เปลี่ยนบรรยากาศบ้างก็สนุกดีอีกแบบ

“ค่าตัวผมต่อวันไม่ต่ำกว่า 5 ล้าน คุณหนูจ่ายไหวหรือเปล่าล่ะครับ นี่คิดราคาให้ต่ำที่สุดแล้วนะ 5 ล้านนี่คือวันชิล ๆ ของผมเลยล่ะ”

“งก”

“วัยสร้างเนื้อสร้างตัวนะครับคุณหนู”

“ฉันให้นายได้วันละ 500 เท่านั้นแหละ แล้วนายก็ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ”

“ใครกันแน่วะที่งก” เหมันต์พึมพำ

“เอานี่ไป”

“อะไรครับ ?” ชายหนุ่มก้มมองของที่ถูกยัดใส่มืออย่างงง ๆ

“คีย์การ์ดคอนโดฉัน ถ้าฉันเมานายไปส่งฉันที่คอนโดด้วย”

“แล้วทำไมไม่กลับบ้านล่ะครับ”

“ขี้เกียจฟังพ่อบ่นตอนเมา มันเถียงไม่ได้เข้าใจป้ะ”

“รู้ว่าท่านจะบ่น ก็ไม่ควรทำแต่แรก”

“จะเป็นขี้ข้าหรือเป็นพ่อฮะ สั่งอะไรก็ทำอย่าพูดมาก ตามมาได้แล้ว” เธอสาวเท้าเดินไปข้างหน้า ท่วงท่าการเดินราวกับอยู่บนแคตวอล์กตลอดเวลา รูปร่างสวยสง่าอยู่ภายใต้ชุดเดรสสีแดงเพลิงแนบเนื้อเน้นสัดส่วน กระโปรงแหวกข้างขึ้นมาแทบจะถึงสะโพก เผยให้เห็นขาขาวเรียวงามบนส้นสูงแหลมคมกว่าห้านิ้ว กระนั้นก็ก้าวเดินได้คล่องแคล่วว่องไวและงดงามจนอดมองอย่างชื่นชมไม่ได้ หุ่นของเธองามระหงไร้ที่ติสมกับเป็นนางแบบเบอร์ต้น ๆ ของไทย แต่อย่าให้ได้พูดเชียวนะหมดเสน่ห์ในทันที

ชายหนุ่มคิดขณะเดินตามหลังเธอไปติด ๆ แต่เพียงไม่กี่ก้าวคนข้างหน้าก็หยุดแล้วหันกลับมาเหมือนเพิ่งนึกอะไรขึ้นได้

“เออ ส่งฉันให้ถึงเตียง ห้ามทิ้งฉันไว้ที่โซฟาข้างนอกเด็ดขาด อีกอย่างนายต้องนั่งเฝ้าฉันจนกว่าฉันจะตื่น ห้ามให้ฉันตกเตียง พรุ่งนี้ฉันมีเดินฟินนาเล่ตอนเย็น ฉันต้องสวยไร้ที่ติ จะตัวช้ำไม่ได้เด็ดขาด เข้าใจไหม”

“…!”

*******

เป็นไง ๆ เปิดเรื่องมา ดูท่าจะแซ่บขึ้นเรื่อย ๆ ไหมจ๊ะ 555

ชอบฝั่งไหนก็เชียร์ฝั่งนั้นน้าาาา

๒ นางร้าย 1/2

นางร้าย

ภายในงานเปิดตัวเครื่องประดับคอลเลคชั่นใหม่ที่ออกแบบโดยดีไซน์เนอร์ชื่อดังระดับโลก จัดแฟชั่นโชว์ร่วมกับห้องเสื้อแบรนด์ดังจากฝรั่งเศสที่เข้ามาตีตลาดในไทยกว่า 10 ปี ผู้สวมชุดฟินาเล่จะต้องใส่ชุดเจ้าสาวสีแดงจัดจ้านพร้อมเครื่องประดับที่มีมูลค่ากว่า 500 ล้านบาท นั่นทำให้นางแบบผู้ทำหน้าที่สำคัญนี้ เป็นที่สนใจต่อผู้มาร่วมงานรวมทั้งบรรดานักข่าวที่ตั้งท่ารอจับภาพกันอย่างคับคั่งด้านหน้าเวที

แฟชั่นชุดอื่นถูกนางแบบและนายแบบกว่า 20 ชีวิตผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันออกมานำเสนอ จนผ่านไปกว่าชั่วโมงวินาทีที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง เมื่อนางแบบร่างระหงนัยน์ตาคมกริบเดินออกมาบนเวทีพร้อมกับชุดเจ้าสาวเกาะอกสีแดง กระโปรงยาวคลุมถึงพื้น ทั้งชุดถูกตกแต่งด้วยเครื่องประดับสีเงินและเพชรน้ำงามจนดูระยับตา บนศีรษะด้านหลังถูกติดด้วยผ้าเนื้อโปร่งสีเดียวกันยาวลงมาจนลากพื้น โดยมีนายแบบอีกสามคนช่วยจับชายผ้าให้คลี่แผ่ขยายและพลิ้วไหวไปด้านหลังกินพื้นที่ไปกว่าครึ่งเวที จังหวะท่วงท่าลีลาการเดินผสมผสานกับสายตาที่ถ่ายทอดอารมณ์ออกมาอย่างแน่นิ่งและมั่นอกมั่นใจ กำลังดึงดูดทุกสายตาให้จับจ้องไปที่เธออย่างชื่นชม ไหนจะเครื่องประดับพราวระยิบระยับที่คอและใบหู รวมทั้งข้อมือและนิ้วนางข้างซ้ายที่นางแบบสามารถพรีเซนต์ทุกอย่างบนตัวเธอออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมและเป็นมืออาชีพ นับเป็นความสวยงามตระกาลตาที่ใครได้ชมต้องตกตะลึงราวกับถูกมนต์สะกด

“ฟินาเล่วันนี้สวยไหมจ๊ะพ่อหนาว”

“ครับ” เหมันต์พยักหน้า เมื่อภาพนางแบบสาวที่เดินฟินาเล่ผุดขึ้นมาในหัวอีกครั้ง ก็ต้องยอมรับว่าเธอสวยและสง่างามดุจนางพญา ตลอดระยะเวลาที่เห็นเธอเยื้องย่างอยู่บนเวทีทำให้เขาอดที่จะนึกไปถึงนางแบบดังในอดีตอย่าง ภัสยา ก้องเกียรติอนันต์ ไม่ได้ เรียกได้ว่าสวยสง่ากินกันไม่ลงทั้งแม่ทั้งลูก

แต่น่าเสียดายที่ภัสยาโชคร้ายมีชีวิตอยู่แสนสั้น เพราะเธอได้จากโลกนี้ไปตั้งแต่ 16 ปีที่แล้วในวัยเพียง 37 ปีเท่านั้น ก็คงมีเพียงสิ่งเดียวที่เหลือทิ้งไว้ให้แฟนคลับรวมทั้งคนที่รักและผูกพันได้ดูต่างหน้า นั่นคือ ภัสยาวีร์ ก้องเกียรติอนันต์ บุตรสาวที่มีใบหน้าละหม้ายคล้ายกับผู้เป็นแม่จนแทบแยกไม่ออก แต่เหตุไฉนจิตใจถึงได้ต่างกันราวฟ้ากับเหว

“นางแบบคนนี้ พี่ตามเกือบทุกงานเลยนะ ชอบเป็นการส่วนตัว เดินสวยมีเสน่ห์ สไตล์ไหนก็น่ามองไปหมด เธอเป็นลูกสาวของ พริ้ง ภัสยา คนนี้แต่ก่อนไอดอลพี่เลย คนนี้แหละที่ทำให้พี่อยากเป็นนางแบบ แต่น่าเสียดายตายเร็วไปค่ะ”

“คุณพี่ทิพย์คงชอบดูแฟชั่นโชว์มากเลยนะครับ ผมเห็นมองตาไม่กะพริบ”

“อุ๊ย! พ่อ แอบมองพี่ด้วยเหรอ ก็ชอบน่ะสิ เคยใฝ่ฝันอยากเป็นนางแบบ แต่เรามันส่วนสูงไม่ถึง เป็นผู้หญิงตัวเล็กน่ะจ้ะ คริ ๆ” สาวใหญ่วัยห้าสิบต้น ๆ ยกมือปิดปากทำท่าหัวเราะอย่างมีจริต

“ผู้หญิงตัวเท่านี้ก็พอดีแล้วนะครับ” เหมันต์รู้ว่าอีกฝ่ายอยากให้ชม จึงให้ในสิ่งที่นางต้องการ เผื่อเขาจะได้ในสิ่งที่เขาต้องการกลับคืนบ้าง

“พอดีแล้วเหรอจ๊ะพ่อ แล้วพ่อชอบหรือเปล่าล่ะเท่านี้ ไม่เล็กไปสำหรับพ่อใช่ไหมจ๊ะ” ไม่รู้ว่านางหมายถึงอะไรที่ว่าเล็กไป หากแต่การนั่งบิดไปบิดมาพลางแอ่นอก ก็ทำเอาคนมองรู้สึกเอือม อายุก็ปูนนี้แล้วควรเข้าวัดฟังธรรมเสียบ้าง

กระนั้นชายหนุ่มก็ไม่ได้เอ่ยในสิ่งที่คิด ริมฝีปากได้รูปค่อย ๆ คลี่ยิ้มชวนมอง

“ไม่หรอกครับ”

“อุ๊ย! ปากหวานนะพ่อ แบบนี้สาวไม่ติดเป็นปลวกเลยเหรอ”

“…?” คิ้วเข้มขมวดเป็นปมกับคำเปรียบเปยของนาง

“พี่หมายถึงจำนวนน่ะจ้ะ”

“อ๋อ ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ”

“หน้าตาก็หล่อ หุ่นก็น่า…อุ๊ย! ปากก็หวานขนาดนี้ พี่ว่าคงยิ่งกว่าปลวกอีกมั้ง”

เหมันต์รู้สึกเอือมระอาต่อสายตาโลมเลียและคำพูดแทะโลมของสาวใหญ่ตรงหน้าจนแทบอยากลุกออกไปอย่างไม่สนมารยาท แต่เป้าหมายของเขาสำคัญกว่าจึงยังยอมทนนั่งอยู่ที่เดิม กระนั้นก็ยังหาช่องเล็ก ๆ ให้แทรกเข้าไปคุยเรื่องธุระไม่ได้สักที

“คุณพี่ลองทานนี่ดูสิครับ ร้านนี้เขาทำอร่อยมาก ผมชอบมากินบ่อย ๆ”

“น่ากินมากจ้ะ” สายตาไม่ได้เหลียวมองอาหารในจานที่เขาตักให้ แต่กลับมองทะลุเสื้อเขาเข้าไปโลมเลียถึงตับไตไส้พุงแล้วมั้ง ถ้าเป็นปอบเครื่องในเขาคงหายไปเกลี้ยงแล้ว แค่คิดก็ขนลุก

“เรื่องที่แปลงนั้น คุณพี่ทิพย์จะขายที่ราคาเท่าไรนะครับ” เหมันต์ได้จังหวะตอนที่นางเอาแต่มองโลมเลียเนื้อกายจึงเอ่ยเข้าธุระที่เขานัดพบนางในวันนี้

“ถ้าเอาใจเก่งสักหน่อย ให้ฟรียังได้เลยพ่อคุณ” อายุก็ปูนนี้แล้ว อะไรจะหื่นได้ขนาดนั้น เขาเห็นสายตาของนางที่มองนายแบบบนเวทีก็แทบจะวิ่งแล้ว คิดดูว่ายิ่งมาเห็นสายตาชนิดนั้นมองมาที่ตัวเองจะขนาดไหน

ถึงอายุจะมากแล้ว แต่ก็ยังถือว่าเป็นผู้หญิงที่สวย สวยแบบที่ศัลยกรรมมาอย่างดีทุกจุด กระนั้นก็เถอะ ยังไงสาวใหญ่ตรงหน้าก็ไม่ใช่สเปกที่เขาชอบอย่างแน่นอน

“ของซื้อของขายน่ะครับ จะให้ใครฟรี ๆ ได้ยังไง”

“งั้นก็แลกกับตัวพ่อคุณได้ไหมล่ะจ๊ะ”

“…” เหมันต์ไม่คิดว่านางจะพูดแสดงความต้องการออกมาตรงขนาดนั้น แต่ก็ดี อยากได้อะไรก็บอก จะได้ไม่ต้องมานั่งเดาใจกัน

“พี่พูดจริงน้า พี่ชอบพ่อหนาว ตรง ๆ อยากได้น่ะจ้ะ แค่ชั่วครั้งชั่วคราว ไม่ผูกมัดหรอก” ปลายเสียงพร่ากระหายชวนให้คนฟังขนลุก

อยากได้ทั้งที่เพิ่งจะเจอกันแค่ครั้งเดียว ใจง่ายไปไหมคุณป้า!

“ผมว่า…”

“ลองกลับไปคิดดูก่อนก็ได้ ไม่ต้องรีบ ที่ดินแปลงนั้นสามารถอัปราคาได้เป็นพันล้านเชียวนะ พี่เองก็ไม่ได้ร้อนเงินอะไร เก็บไว้อีกสักปีสองปี ค่อยขายก็ยังได้ อื้ม อร่อยอย่างพ่อว่าจริง ๆ ไม่รู้ว่าอย่างอื่นจะอร่อยด้วยหรือเปล่า” นางก้มลงตักอาหารเข้าปาก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาโลมเลียกายเขา จากใบหน้าลงมาตามลำคอ หน้าอกต่ำลงไปเรื่อย ๆ หากไม่ติดโต๊ะอาหารบังอยู่คงไม่ต้องคิดว่าสายตาหื่นกระหายของคุณป้าจะไปหยุดอยู่ที่ไหน

“ผมต้องการที่ดินแปลงนั้นในราคา 500 ล้านบาท เร็วที่สุด พี่อยากได้กี่ครั้งครับ”

“อุ๊ย! ตกลงซื้อขายกันง่าย ๆ แบบนี้เลยเหรอจ๊ะ คริ ๆ พูดง่ายแบบนี้พี่ชอบ” ดูจากตาที่ลุกวาวอย่างไม่ปิดบังนั้น ท่าจะชอบจริง เหมันต์รู้สึกเหมือนไมเกรนจะขึ้นในฉับพลันนั้น ครั้งแรกกระมังที่เขารู้สึกว่าการเจรจาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ไม่ใช่สิ่งที่เขาชอบและอยากทำอีกต่อไป

“กี่ครั้งครับ”

“ลองครั้งแรกก่อนได้ไหมจ๊ะ พี่ถึงจะให้คำตอบได้ว่าต้องการกี่ครั้ง”

“…”

“ตกลง พ่อคุณของพี่พร้อมจะลองกันคืนนี้เลยไหมจ๊ะ พี่จะได้จัดเตรียมสถานที่”

“ถ้าโฉนดและเอกสารการโอนพร้อม ผมก็พร้อมครับ”

ภัสยาวีร์รู้สึกอารมณ์ดีกว่าทุกวัน เมื่อขับรถกลับเข้ามาที่บ้านในช่วงบ่ายแก่ ๆ ของวันแล้วเห็นรถของใครบางคนจอดอยู่ในโรงจอดรถก่อนแล้ว กำลังเซ็ง ๆ อยู่พอดี ก็มีของสนุกมาให้เล่น ได้หนาวสมชื่อแน่

ร่างระหงก้าวลงจากรถได้ ก็เดินตามหาของเล่นแก้เบื่อทันที มองไปรอบ ๆ บริเวณบ้าน ด้านนอกไม่มี จึงเดินเข้าไปข้างใน และสิ่งที่เห็นก็ทำเอาคนอารมณ์ดีรู้สึกโมโหขึ้นมาในทันที

“ใครให้ขี้ข้าอย่างนายขึ้นไปนั่งบนโซฟา” เธอถามอย่างเกรี้ยวกราด

“วันนี้ผมมาในฐานะแขก ไม่ใช่ขี้ข้า”

*******

คุณป้าาาาาา !!!! 5555

ได้หรือยัง ได้กันหรือยัง โอ๊ยยยย ไม่ใช่เสร็จคุณป้าแล้วเหรอ พี่หนาวของเราอะ

*******

๒ นางร้าย 2/3

นางร้าย

“ใครให้ขี้ข้าอย่างนายขึ้นไปนั่งบนโซฟา” เธอถามอย่างเกรี้ยวกราด

“วันนี้ผมมาในฐานะแขก ไม่ใช่ขี้ข้า” ไม่เพียงไม่ตื่นตระหนกตกใจ แต่ชายหนุ่มยังเอนกายไปพิงและกางแขนวางบนพนักโซฟาเหยียดยาวสุดแขนด้วยท่าทางสบาย นั่นทำให้คนโมโหต้องกัดฟัดกรอดด้วยความไม่ได้ดั่งใจ

“แต่ที่นี่นายคือขี้ข้า ไม่มีสิทธิ์อยู่ในฐานะอื่นทั้งนั้น ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้” เมื่อบอกดี ๆ ไม่ลุก ร่างโปร่งบางก็ปรี่เข้าไปดึงแขนเขาออกจากโซฟา แต่แรงที่น้อยกว่าก็ไม่อาจดึงคนตัวโตให้ขยับเขยื้อนได้ จนต้องเป็นผ่านหยุดเสียเอง

“วันนี้ผมมาคุยธุระกับคุณท่าน คุณท่านเชิญผมมา คุณหนูไม่พอใจที่เห็นหน้าผมก็ไปเคลียร์กับท่านเองสิครับ”

แต่กว่าคนมีธุระจะเข้ามาก็คงอีกนาน เลยหาเรื่องไร้สาระทำฆ่าเวลาสักหน่อย เขาเพิ่งจะนั่งลงบนโซฟาก็ตอนที่ได้ยินเสียงรถเธอวิ่งเข้ามานี่เอง

“ปากดีนักนะ” ภัสยาวีร์พึมพำ เดี๋ยวก็รู้ว่าใครเป็นใคร คิดจะลองดีกับเธองั้นเหรอ

“สองวันก่อนฉันเห็นนายที่งานแฟชั่นโชว์ นายไปกับใคร คงไม่ใช่กับคุณหทัยทิพย์นะ เห็นนั่งอยู่ข้าง ๆ กัน”

“เรื่องส่วนตัวครับ” เหมันต์ค่อนข้างแปลกใจ เพราะบนเวทีเห็นเธอมีสมาธิกับการเดินมาก ไม่คิดว่าจะมองเห็นเขาด้วย

“รู้หรอกน่า เห็นเดินออกมาด้วยกันด้วยนี่ ทำแบบนี้บ่อย ๆ เหรอ” เสียงที่ฟังดูเหมือนคนพูดกำลังตลกขบขัน หากแท้ที่จริงแล้วมีเจตนาจะเหยียดหยามเขาอย่างชัดเจน

“คุณหนูสนใจใช้บริการไหมล่ะครับ อาจจะติดใจก็ได้นะ” เขารู้ว่าหญิงสาวหมายถึงอะไร จากสายตาที่มองหน้าเขาแน่นอนว่าเธอคงรู้เรื่องคาว ๆ ของหทัยทิพย์มาพอสมควร

“แหวะ! สกปรก แค่เป็นนายฉันก็ไม่คิดจะเอาแล้ว แต่นี่ยังไปทำอะไรแบบนั้นอีก นายนี่มันโคตรจะน่าขยะแขยงเลย แม่นายรู้หรือเปล่าว่านายเป็น…” เธอเบ้ปากอย่างหยัน ๆ พลางทำหน้าขยะแขยงขณะกวาดสายตามองเขา เหมือนอยากให้เขารู้สึกแย่กับสิ่งที่ทำ แต่เปล่าเลยเขาไม่ได้รู้สึกอะไรกับคำพูดของเธอแม้แต่น้อย

“คิดว่ารู้ไหมล่ะครับ”

“นายคงไม่กล้าบอกหรอก แต่ถ้านายขัดใจฉัน ฉันจะบอกแม่นายให้เอง คุณหทัยทิพย์นี่ก็อายุใกล้ ๆ แม่นายเลยนะ เอาลงไปได้ยังไง”

“ถ้าคุณหนูอยากรู้ว่าเอาลงไปได้ยังไง ให้ผมไปสาธิตที่คอนโดคุณหนูคืนนี้ก็ได้นะครับ จะได้หายสงสัย”

“สกปรก ต่ำ ลูกขี้ข้า” เธอด่าเขาพร้อมทำท่าขนลุกขนพองราวกับรังเกียจเสียเหลือเกิน

มันน่า…จริง ๆ

ทีคืนนั้นก็ไม่เห็นจะทำท่ารังเกียจแบบนี้สักนิด เมาจนจำไม่ได้น่ะสิว่าตัวเองทำเรื่องอะไรไว้บ้าง ไม่รู้ว่าทำตัวน่าเกลียดแบบนั้นกับผู้ชายไปกี่คนกี่ครั้งกี่หนแล้ว หากเธอมองเขาต่ำและสกปรกเพราะมักง่ายเรื่องอย่างนั้น ตัวเธอเองก็คงไม่ต่างกัน

“ลองของสกปรกดูบ้าง อาจจะอร่อยจน…ลืมของสะอาดไปเลยก็ได้นะครับ” เหมันต์ยักคิ้วให้ ท่าทางไม่สะทกสะท้านต่อคำข่มขู่และเรื่องสกปรกที่ตัวเองทำ ทำให้ภัสยาวีร์เห็นแล้วยิ่งรู้สึกหงุดหงิด

“อย่ามาพูดจาสามหาวกับฉัน ไอ้…”

“ยัยพรีม! จะทำอะไรฮะ ไปหาเรื่องอะไรพี่เขา” เสียงกังวานทรงพลังที่ดังมาจากข้างหลังทำให้ฝ่ามือที่ง้างขึ้นกำลังจะวาดลงไปตบที่ใบหน้าคมต้องชะงัก

“เปล่านี่พ่อ พรีมยังไม่ได้ทำอะไรเลย มาถึงก็หาเรื่องกันเลยนะ”

วีระส่ายหัวให้กับบุตรสาว เห็นอยู่ชัด ๆ ว่ากำลังจะอาละวาดใส่เหมันต์ ยังจะมาปฏิเสธ

“สวัสดีครับคุณท่าน” ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนพลางยกมือไหว้ผู้ใหญ่

“นั่ง ๆ มารออานานแล้วเหรอ” วีระกวักมือให้ชายหนุ่มนั่งลงที่เดิม ขณะเดินไปนั่งลงบนโซฟาอีกตัว

“สักพักครับ”

“มีธุระ รีบไปไหนหรือเปล่า”

“ไม่รีบครับ วันนี้ผมว่าง” ที่ว่างเพราะเคลียร์งานทุกอย่างให้กับนัดของวีระเอาไว้แล้ว เขาเองก็ยังไม่รู้ว่าอีกฝ่ายมีเรื่องสำคัญอะไรจะคุยด้วย และต้องใช้เวลานานแค่ไหน

“งั้นเดี๋ยวรอกินข้าวเย็นด้วยกันก่อนนะ จะได้รอไอยากลับมาด้วย อีกสักหน่อยก็คงเลิกเรียนแล้ว”

“อ๋อ ครับ” เมื่ออีกฝ่ายยังไม่พูดถึงธุระที่นัดมา ชายหนุ่มก็ไม่ได้เสียมารยาทเซ้าซี้

ส่วนหญิงสาวที่ยืนฟังอยู่ พอบิดาเอ่ยชื่อน้องสาวต่างแม่ที่เธอไม่เคยยอมรับว่าหล่อนคือน้องสาว ริมฝีปากงามก็บิดเบ้แทบคว่ำ แต่มิวายที่หูจะกระดิกด้วยความอยากรู้ว่าวีระนัดเหมันต์มาเกี่ยวอะไรกับไอยรินทร์

อาหารมื้อเย็นของวันนี้จึงเป็นมื้อแรกในรอบ 16 ปีกระมังที่บุตรสาวคนโตของบ้านก้องเกียรติอนันต์ยอมลงมานั่งร่วมโต๊ะอาหารกับบิดา หญิงสาวแปลกใจไม่น้อยที่นอกจากเหมันต์กับไอยรินทร์แล้ว นิตยาก็ยังถูกเชิญมาด้วย ต้องมีเรื่องสำคัญอะไรแน่ ๆ

แม้จะยังโกรธระคนน้อยอกน้อยใจในตัวนิตยา แต่ความรู้สึกดี ๆ ที่เคยมีให้ในวัยเยาว์ก็ยังไม่เคยจาง เธอเคยรักนิตยาดั่งแม่แท้ ๆ เพราะนางเลี้ยงดูเธอมาตั้งแต่เด็ก ความรู้สึกผูกพันก็ยังคงอยู่ หากไม่ใช่เพราะนิตยาเป็นเพื่อนกับอรอุษา ความสัมพันธ์ดี ๆ ระหว่างเธอกับนางก็คงไม่ต้องมีรอยแผลให้เกิดความคลางแคลง

“น้ำไม่ท่วมใหญ่เหรอวันนี้ ลงมากินข้าวร่วมโต๊ะกับฉันได้” วีระเปรยออกมาลอย ๆ เมื่อรู้ทันจุดประสงค์ของบุตรสาวที่ปกติจะไม่ลงมาร่วมโต๊ะรับประทานอาหารกับคนในบ้าน ถ้าอยู่บ้านในเวลาหิวเธอจะให้แม่บ้านเอาอาหารขึ้นไปให้ถึงห้อง กระนั้นก็ใช่ว่าหญิงสาวจะอยู่ติดบ้านให้เห็นบ่อย ๆ ยกเว้นเสียแต่จะเข้ามาหาเรื่องไอยรินทร์เท่านั้น นอกนั้นเที่ยวอยู่ข้างนอกและนอนคอนโดฯ เป็นส่วนใหญ่

“อยากเปลี่ยนบรรยากาศ ทำไม พรีมจะกินข้าวร่วมโต๊ะกับพ่อนี่มันไม่ได้เลยเหรอ”

“เปล่า ก็ปกติไม่เห็นแกจะอยากร่วมโต๊ะกับฉัน”

“ก็วันนี้อยาก ใครจะทำไม”

“คุณหนู” นิตยาเอ่ยปรามหญิงสาวที่รักและเอ็นดูดั่งลูก ยังไงวีระก็เป็นพ่อต่อให้จะมีเรื่องขุ่นข้องหมองใจกันมากแค่ไหน แต่การที่ลูกก้าวร้าวผู้ให้กำเนิดก็ถือเป็นบาปมหันต์ นางไม่อยากให้ภัสยาวีร์ติดกรรมหนัก เดี๋ยวจะพานทำให้ชีวิตตกต่ำไม่เจริญรุ่งเรือง

เสียงของนิตยาทำให้ภัสยาวีร์ยอมเงียบลงแต่ใบหน้าก็ยังไม่คลายงอง้ำด้วยความไม่พอใจบิดา

วีระส่ายหัวอย่างเอือมระอาในตัวบุตรสาว หากก็ยังดีที่ต่อให้จะทำตัวร้ายกาจกับคนในบ้านแค่ไหน ก็ยังเหลือนิตยาอยู่คนหนึ่งที่เธอยังพอมีความเกรงอกเกรงใจอยู่บ้าง วีระรู้ว่าลึก ๆ แล้วภัสยาวีร์ยังรักและเคารพนิตยาอยู่เหมือนเดิม แต่เพราะความน้อยใจกอปรกับทิฐิที่ยังมากล้นในใจทำให้เธอแสดงความก้าวร้าวต่อนิตยาก็บ่อยครั้ง

“คุณท่านมีเรื่องอะไรจะคุยกับผมครับ” พออยู่ต่อหน้าผู้ใหญ่รวมทั้งคู่ค้าทางธุรกิจ เหมันต์ก็ติดจะแสดงบุคลิกเข้มขรึมจริงจัง นั่นก็เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับตัวเองจนกลายเป็นความเคยชิน และเป็นบุคลิกประจำตัวเขาไปเสียแล้ว

“หนาวมีแฟนอยู่ไหมตอนนี้”

*******

ไม่มีแฟนมีแต่กิ๊กเป็นคุณป้า 5555555 ตอบดี ๆ นะพ่อ มีคนจ้องจับผิดพ่ออยู่นะ :D

*******

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...