โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

รีวิว Samsung Galaxy S23 FE สัมผัสประสบการณ์ Flagship ในสไตล์ที่เป็นตัวเอง

Siamphone

อัพเดต 11 ต.ค. 2566 เวลา 02.45 น. • เผยแพร่ 11 ต.ค. 2566 เวลา 02.45 น.
รีวิว Samsung Galaxy S23 FE สัมผัสประสบการณ์ Flagship ในสไตล์ที่เป็นตัวเอง

สำหรับใครที่อยากสัมผัสประสบการณ์ Flagship ในราคาที่เป็นมิตรกับกระเป๋า ต้องขอแนะนำ Samsung Galaxy S23 FE สมาร์ทโฟน Fan Edition รุ่นล่าสุดของตระกูล S23 Series ที่จัดเต็มสเปคมาอย่างสมบูรณ์แบบ มีหน้าจอ AMOLED ขนาด 6.4 นิ้ว FHD+ อัตรารีเฟรชเรทสูงสุด 120Hz ในไทยใช้ชิปที่ขับเคลื่อนโดย Exynos 2200 กล้องหลังที่โดดเด่น คมชัดสุด 50MP รองรับซูมออปติคัล 3x และซูมดิจิทัล Space Zoom สูงสุด 30x ตัวเครื่องใช้กระจก Corning Gorilla Glass 5 ครอบทั้งด้านหน้าและหลัง ทนทานหรูหรา มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP68 แบตเตอรี่ 4500mAh ชาร์จเร็ว 25W และรองรับชาร์จเร็วแบบไร้สายด้วย

Shopee :

https://shope.ee/7f8HRR255w

Lazada :

https://s.lazada.co.th/s.PkeiB?cc

ตัวเครื่องของ Samsung Galaxy S23 FE เปลี่ยนจากฝาหลังโพลิเมอร์มาเป็นกระจก Corning Gorilla Glass 5 ซึ่งครอบทั้งด้านหน้าและหลัง มีความแข็งแรงทนทาน งานประกอบดูแน่น ขนาด 158.0 × 76.5 × 8.2 มม. น้ำหนัก 209 กรัม ถือจับใช้งานสะดวกสบายดี

จอแสดงผล Dynamic AMOLED 2X ขนาด 6.4 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2340 × 1080 พิกเซล) รองรับอัตรารีเฟรชเรท 120Hz ให้สีสันที่สดสวยงาม สว่างชัดเจน สู้แสงกลางวันได้ การแสดงผลลื่นไหล ทัชง่าย

ส่วนบนของหน้าจอมีดีไซน์แบบ Infinity-O Display ซึ่งวางตำแหน่งกล้องหน้า ความละเอียด 10MP รูรับแสง f/2.4 เหนือขึ้นไปมีช่องลำโพงเสียงที่ซ่อนเนียนๆ ไปกับขอบเครื่อง

หน้าจอส่วนล่างเป็นการนำทางระบบแบบซอฟต์แวร์ ตั้งค่าการใช้งานได้หลายรูปแบบตามความชอบ

ตัวเครื่องด้านบน Samsung Galaxy S23 FE มีถาดซิมการ์ดที่รองรับ Nano SIM จำนวน 2 ช่อง และไมโครโฟนตัดเสียง

ทางซ้ายไม่มีการใช้งานใดๆ ส่วนทางด้านขวามีปุ่มเพิ่ม-ลดระดับเสียง ถัดลงมาเป็นปุ่ม Power

ตัวเครื่องด้านล่าง Samsung Galaxy S23 FE มีพอร์ต USB-C 3.2 Gen 1 ตรงกลาง ซึ่งสามารถชาร์จและเชื่อมต่อข้อมูลได้อย่างสเถียรรวดเร็ว พร้อมทั้งมีลำโพงและไมโครโฟนอยู่ด้วย

สำหรับด้านหลังเครื่อง Samsung Galaxy S23 FE ติดตั้งกล้องหลังมาให้ 3 เลนส์ จัดเรียงในแนวตั้ง ประกอบด้วย กล้องหลัก ความละเอียด 50MP, กล้อง Ultra-Wide 12MP และกล้อง Telephoto 8MP ซึ่งรองรับ 3x Optical Zoom และรองรับ 30x Digital Zoom ได้

ฝาหลังครอบทับด้วยกระจก Gorilla Glass 5 ที่ให้ทั้งความสวยงาม และมีความแข็งแรง เกิดรอยนิ้วมือได้เล็กน้อย โดย Samsung Galaxy S23 FE มีให้เลือกด้วยกัน 4 สี ได้แก่สีครีม Cream, สีดำกราไฟต์ Graphite, สีม่วง (Purple) สีม่วง (Purple) และสีเขียวมินต์ Mint (เครื่องรีวิว) และยังมีอีก 2 สีพิเศษ ได้แก่ สีฟ้าเข้ม Indigo และสีส้ม Tangerine ที่ต้องสั่งซื้อทางออนไลน์บนเว็บไซต์ Samsung.com

อัปดีไซน์ สวยเทียบเรือธง

Samsung Galaxy S23 FE มีการออกแบบที่เหมือนกับรุ่นอื่นของ Galaxy S23 Series แต่มีการปรับเปลี่ยนในส่วนของฝาหลัง ที่ก่อนนี้เป็นโพลิเมอร์มาใช้กระจก Corning Gorilla Glass 5 ซึ่งครอบทั้งด้านหน้าและหลัง ดีไซน์ของกล้องนูนขึ้นมาจากตัวเครื่องนิดหน่อยแบบลอยตัว (Floating Camera) ดูสวยงามสมดุลดี มีน้ำหนัก 205 กรัม รู้สึกถึงน้ำหนักที่มากกว่าเครื่องทั่วไปเล็กน้อย หน้าจอใช้ดีไซน์ Infinity-O Display ที่แบน ไม่โค้งนิดๆ เหมือนรุ่นก่อน ทำให้หากระจกหรือฟิล์มป้องกันหน้าจอได้ง่ายขึ้น ติดแนบสนิท ไม่หลุดง่าย อันนี้ชอบ มีมาตรฐานการป้องกันน้ำและฝุ่นระดับ IP68 ทำให้ใช้งานกันได้แบบไร้กังวลในเบื้องต้น

หน้าจอสวยจัด

Samsung Galaxy S23 FE ยังคงทำมาได้ดีสุดๆ ในเรื่องของหน้าจอ ด้วยจอ Dynamic AMOLED 2X ขนาด 6.4 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2340 × 1080 พิกเซล) การให้สีสวยงามสดใสสไตล์

AMOLED สว่างคมชัดมาก สู้แสงกลางวันภายนอกได้อย่างดี รองรับอัตราการรีเฟรชที่ปรับได้อัตโนมัติจาก 60~120Hz ตามความเหมาะสมของการใช้งานในขณะนั้น ช่วยให้การแสดงผลลื่นไหล ไม่พบการกระตุก ทัชติดนิ้วดี เล่นเกมได้มันส์มาก การรับชมคอนเทนต์ต่างๆ สมบูรณ์แบบ ขอบจอจะดูหนากว่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับรุ่นเรือธงอื่นๆ แต่ในเรื่องของประสิทธิภาพเรียกว่าไม่แพ้กัน

ประสิทธิภาพ

Samsung Galaxy S23 FE มีชิปประมวลผลอยู่ 2 แบบ ได้แก่ Snapdragon 8 Gen 1 และ Exynos 2200 ขึ้นอยู่กับประเทศที่ขาย ซึ่งในประเทศไทยจะใช้เป็นชิป Exynos 2200 ซึ่งเป็นรุ่นท๊อปสุดของเวลานี้ ผลิตด้วยเทคโนโลยีขนาด 4 นาโนเมตร ซึ่งมีประสิทธิภาพ ช่วยในการจัดการพลังงานได้ดีขึ้น มาพร้อมกับ ROM ทั้งหมด 2 ความจุ ได้แก่ ROM 128GB และ ROM 256GB มี RAM ความจุ 8GB เท่ากัน และมีฟีเจอร์ RAM Plus ที่สามารถขยายแรมเสมือนได้อีก 2GB / 4GB / 6GB / 8GB ตามลำดับ ซึ่งทำให้มีความจำ RAM ได้สูงสุดถึง 16GB เลยทีเดียว

นอกจากนี้ ยังมีระบบระบายความร้อนด้วยเทคโนโลยี vapor chamber cooling ซึ่งเข้ามาช่วยลดปัยหาความร้อนที่เกิดกับตัวเครื่อง จากการทดลองใช้งาน ด้วยการเปิดความสว่างหน้าจอสูงสุด บนการปรับอัตรรีเฟรชเรทแบบอัตโนมัติ พร้อมการใช้งานกล้องถ่ายภาพกลางแจ้งระยะเวลาไม่เกิน 15 นาที พบว่าตัวเครื่องมีอุ่นๆ ขึ้นบ้าง แต่ไม่ใช่ความร้อนที่ผิดปกติ ซึ่งอาจเกิดจากปัจจัยความร้อนของสภาพอากาศด้านนอกด้วย ส่วนการใช้งานดูคลิป เล่นเกม เล่นโซเชียลทั่วไป ไม่พบความร้อนที่สูงผิดปกติ

แบตเตอรี่

Samsung Galaxy S23 FE มาพร้อมแบตเตอรี่ความจุ 4500mAh สามารถใช้งานพื้นฐานทั่วไปโดยเปิดใช้งานอินเทอร์เน็ตมือถือได้ทั้งวัน เหลือแบตเพียงพอให้กลับมาชาร์จที่บ้านได้ รองรับเทคโนโลยีชาร์จไว 25W ที่ทางแบรนด์บอกไว้้ว่าชาร์จ 50% ได้ในเวลาประมาณ 30 นาที ซึ่งจากการทดสอบ ใช้เวลามากกว่านั้นเล็กน้อย แต่ก็ถือว่ามีความรวดเร็ว และตัวเครื่องไม่ร้อน นอกจากนี้ ยังรองรับชาร์จไร้สาย Fast Wireless Charge 2.0 และมี Wireless Power Sharing เพื่อเป็นการชาร์จย้อนกลับให้อุปกรณ์อื่นๆ ที่รองรับได้ด้วย

กล้องถ่ายภาพ

กล้องถ่ายภาพซึ่งเป็นไฮไลท์ของ Samsung Galaxy S23 FE นอกจากจะมีดีไซน์ที่สวยงามแล้ว ประสิทธิภาพในการถ่ายภาพก็เรียกได้ว่าผู้ใช้จะได้สัมผัสประสบการณ์ Flagship เลยทีเดียว โดยมาพร้อมกับ กล้องหลัก ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล (f/1.8), กล้อง Ultra-Wide ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล (f/2.2) และกล้อง Telephoto ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล (f/2.4) ซึ่งรองรับ 3x Optical Zoom และรองรับ 30x Digital Zoom

ภาพที่ถ่ายด้วย Samsung Galaxy S23 FE ทำออกมาได้สมบูรณ์มาก มีทั้งความคมชัด และการให้แสงสีที่สมจริง ใช้การทำงานทั้งฮาร์ดแวร์และซอร์ฟแวร์รวมกัน เพื่อให้การถ่ายภาพกลางคืนสวยขึ้น ผ่านการประมวลผลด้วยชิป Exynos 2200 กับเทคโนโลยี Tetra Binning ที่จะรวม 4 พิกเซลเล็ก เป็น 1 พิกเซลใหญ่ ทำให้เก็บรายละเอียดภาพและรับแสงดีกว่าเดิม ความสว่างของภาพเพิ่มขึ้น แต่แสงไม่ฟุ้งจนจับรายละเอียดเล็กๆ ไม่ได้ บรรยากาศแสงเงา สีสัน จึงมีความสมจริงที่ดีขึ้น

ส่วนการถ่ายภาพระยะไกลด้วยการซูม เลนส์ Telephoto 8MP ในระยะหวังผลที่ 3X ก็เอาอยู่ มีความคมชัดดี ส่วนการซูมดิจิทัลสูงสุด 30 เท่า เรียกว่ามองเห็นตัวอักษรบนตึกที่อยู่ใกล้ๆ ได้ ไม่ได้เบลอจนอ่านไม่ออก เอาเป็นว่านำไปใช้งานตามสถานการณ์ได้แบบไม่ขี้เหร่

ในการถ่ายภาพบุคคล สามารถจับโฟกัสได้ไว ตัดขอบของบุคคลกับฉากหลังแบบหน้าชัดหลังเบลอได้ดี ปรับความเบลอตามความต้องการได้ และยังรองรับการซูม 3 ระยะ เพื่อให้ได้ภาพในมุมมองที่ต้องการอย่างสวยงาม

กล้องหน้า

กล้องหน้า Samsung Galaxy S23 FE ความละเอียด 10 ล้านพิกเซล (f/2.4) ถ่ายภาพเซลฟี่ได้สวยงามคมชัดดี และยังรองรับการถ่ายเวลฟี่แบบหน้าชัดหลังเบลอได้ด้วย สำหรับการถ่ายวิดีโอ Samsung Galaxy S23 FE พร้อมบันทึกคลิปที่ความละเอียดสูงสุด 4K | 60 เฟรมต่อวินาที รองรับกันสั่น EIS ที่ช่วยให้ภาพมีความนิ่งมากขึ้นอีกด้วย

สเปคพื้นฐาน Samsung Galaxy S23 FE

  • ขนาดตัวเครื่อง : 158.0 × 76.5 × 8.2 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก :

209 กรัม

  • หน้าจอ

:

Infinity-O Dynamic AMOLED ขนาด 6.4 นิ้ว (2340 x 1080 พิกเซล) รองรับอัตราการรีเฟรช 60~120Hz และมีการป้องกันด้วย Corning Gorilla Glass 5

  • ชิปเซ็ต : Samsung Exynos 2200 8-core ความเร็วสูงสุด 2.8GHz (ในประเทศไทย)
  • RAM :

8GB

  • พื้นที่จัดเก็บข้อมูลภายใน :

128GB/256GB

  • ระบบปฏิบัติการ :

Android 13 ครอบทับด้วย One UI 5

  • ซิมการ์ด :

รองรับ 2 SIM

  • กล้องหลัง 3 ตัวได้แก่

  • กล้องหลัก ความละเอียด 50MP พร้อมรูรับแสง f/1.8, OIS

    • กล้อง Ultra-Wide ความละเอียด 12MP มุมกว้าง 123 องศา พร้อมรูรับแสง f/2.2
    • กล้อง Telephoto ความละเอียด 8MP พร้อม OIS, ซูมออปติคอล 3 เท่า พร้อมรูรับแสง f/2.4
  • กล้องหน้า : ความละเอียด 10MP พร้อมรูรับแสง f/2.4

  • กันน้ำและกันฝุ่นตามมาตรฐาน IP68

  • ระบบเสียง :

รองรับ Stereo speakers, Dolby Atmos

  • พอร์ต :

USB Type-C

  • ระบบความปลอดภัย :

เซ็นเซอร์ลายนิ้วมือบนหน้าจอ

  • รองรับเครือข่าย :

5G SA/NSA, 4G VoLTE, Wi-Fi 6E 802.11ax (2.4/5GHz), Bluetooth 5.3, GPS + GLONASS, USB 3.1, NFC

  • แบตเตอรี่ : ความจุ 4500mAh รองรับชาร์จเร็วผ่านสาย 25W, การชาร์จแบบไร้สาย และการแชร์พลังงานแบบไร้สาย

ระบบปฏิบัติการ

Samsung Galaxy S23 FE รันบนระบบปฏิบัติการ One UI 5.1 บนพื้นฐาน Android 13 ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการใหม่ล่าสุดของทาง Samsung นอกจากนี้ ยังจะได้รับการอัปเดต Android ถึง 4 ปี และอัปเดตความปลอดภัยถึง 5 ปี เหมือนกับรุ่นเรือธง มีฟังก์ชั่นการใช้งานที่หลากหลายรูปแบบ ช่วยให้การใช้งานต่างๆ สะดวกสบาย และปรับได้ตรงตามสไตล์ที่ผู้ใช้งานต้องการ เพิ่มประสิทธิภาพให้การทำงานลื่นไหล มอบความปลอดภัยให้ดีกว่าเดิม

Samsung Galaxy S23 FE ที่จำหน่ายในประเทศไทย จะใช้ชิป Exynos 2200 มี 2 ตัวเลือก ได้แก่ ROM 128GB และ ROM 256GB ทั้ง 2 ตัวเลือกมาพร้อมกับ RAM ความจุ 8GB เท่ากัน และมีฟีเจอร์ RAM Plus ที่สามารถขยายหน่วยความจำได้อีก 2GB / 4GB / 6GB / 8GB ตามลำดับ ซึ่งทำให้มีความจำ RAM ได้สูงสุดถึง 16GB

หน้าจอหลัก

หน้าจอหลักมีอินเตอร์เฟสซึ่งเน้นความเรียบง่ายสวยงาม สามารถปรับแต่งให้เข้ากับความใช้งานได้ตรงตามต้องการหลายรูปแบบบน One UI 5.1 โดยเข้าไปที่ การตั้งค่า > หน้าจอหลัก > รูปแบบหน้าจอหลัก

Wallpaper ธีม และสไตล์

Wallpaper และธีม ก็ยังปรับแต่งได้เหมือนเดิม โดยมีให้ดาวน์โหลดเพิ่มเติมผ่าน Galaxy Theme หรือเลือกจากที่มีในระบบ สามารถเพิ่มความความโดดเด่นด้วยจานสี ซึ่งจะเปลี่ยนสีพวกปุ่ม หรือไอคอนต่างๆ ตามเฉดสีที่คล้ายกับวอลเปเปอร์ซึ่งเราเลือกใช้ โดยปรับแต่งได้ที่ การตั้งค่า > วอลเปเปอร์และสไตล์ > จานสี

แผง Edge

แผง Edge จะอยู่ที่ขอบหน้าจอ เมื่อเปิดออกมาจะเป็นรูปแบบถาดที่มีแอพฯ ให้เปิดใช้งานโดยไม่ต้องกลับมาที่หน้าจอหลัก นอกจากนี้ยังสามารถเลือกเปิดได้ว่าเป็นแบบ Pop-Up หรือแบ่งหน้าจอก็ได้เช่นกัน

Always On Display

หน้าจอจะรองรับการแสดงผลแบบ Always On Display เมื่อพักหน้าจอ จะมีการบอกข้อมูลสำคัญบางส่วน โดยไม่ต้องปลดล็อกเข้าใช้งานเครื่องเช่น วันเวลา, การแจ้งเตือน, เปอร์เซ็นแบตเตอรี่ เป็นต้น สำหรับโหมด Always On Display ยังสามารถปรับแต่งสีดีไซน์ได้อีกด้วย สามารถเข้าไปปรับแต่งได้ที่ การตั้งค่า > ล็อกหน้าจอ > Always On Display

การทดสอบความเร็วและการแสดงผลของเครื่อง

  • ผลการทดสอบประสิทธิภาพความเร็ว AnTuTu Benchmark : 1,023,877 คะแนน
  • ผลการทดสอบประสิทธิภาพโดยรวม Geekbench 5 ได้คะแนน Single-Core : 1585 คะแนน และ Multi-Core : 3885 คะแนน
  • ผลการทดสอบกราฟิกด้วย 3D MARK (Wild Life) : 8 020 คะแนน

ราคาและการวางจำหน่าย

สำหรับใครที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนระดับกลางประสิทธิภาพสูง หรืออยากขยับจาก A Series มาเป็น S Series สมาร์ทโฟน Samsung Galaxy S23 FE ยืนหนึ่งเป็นรุ่นที่โดดเด่นมาก ด้วยสเปคที่ไม่มีกั๊ก รูปลักษณ์สวยงาม พร้อมราคาที่เป็นมิตร ใครที่อยากเป็นเจ้าของ Samsung Galaxy S23 FE สามารถเข้าไปจับจองได้แล้ว โดยมีราคาวางจำหน่าย ดังนี้

  • Galaxy S23 FE (8GB+128GB) ราคา 22,900 บาท
  • Galaxy S23 FE (8GB+256GB) ราคา 25,900 บาท

มีให้เลือก 6 สี ได้แก่ Mint, Cream, Graphite, และ Purple รวมถึงสีพิเศษอย่าง Indigo และ Tangerine ที่จะจำหน่ายทาง Samsung.com เท่านั้น

พิเศษสุดๆ เมื่อลงทะเบียนก่อนใคร รับเพิ่ม Samsung Care+ ประกันจอแตก และ อุบัติเหตุ 1 ปี มูลค่า 4,590.- จากโปรเปิดตัว ที่ ฟรี! ที่ www.samsung.com/th/s23-fe-register/ จำกัด 4,000 สิทธิ์เท่านั้น! อย่าพลาด ตั้งแต่วันที่ 5 ต.ค. 66 - 19 ต.ค. 66

สามารถนำโค้ดที่ได้มาใช้ซื้อเครื่องพร้อมรับโปรเปิดตัวที่ samsung.com, Samsung Experience Store และร้านค้าที่ร่วมรายการ ตั้งแต่วันที่ 20 ต.ค. 66 - 5 พ.ย. 66 โดยเงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...