ข้านี่แหละดาวเด่น [อ่านฟรีวันละ 1ตอน]
ข้อมูลเบื้องต้น
เซี่ยหลินหลิน ดาวค้างฟ้าแห่งแดนมังกร เธอมีใบหน้างดงามเป็นหนึ่ง แต่อาภัพเรื่องคู่ครอง ไม่ว่าหมอดูหรือหมอเดาต่างฟันธงว่าเธอไร้คู่ครองในชาตินี้แน่นอน ทั้งเพื่อนสนิทที่มีสัมผัสพิเศษยังทำนายว่าเธอจะอยู่ได้ไม่เกินอายุสามสิบ!
อายุย่างเข้าสามสิบเธอถูกคนเลววางแผนฆาตกรรม เพื่อหวังฮุบสมบัติหมื่นล้านของเธอ เซี่ยหลินหลินจบชีวิตลงอย่างอนาถ แม้แต่สภาพศพก่อนตายยังไม่น่ามอง เธอได้กลับมาเกิดใหม่ในร่างที่เหมือนตัวเองราวกับพิมพ์เดียวกัน ทั้งยังมีชื่อแซ่เดียวกัน แต่เป็นยุคโบราณที่นางเคยแสดงเป็นนางเอกเจ้าบทบาทอยู่บ่อยๆ เซี่ยหลินหลินละทิ้งเรื่องราวในอดีต ตั้งใจเปิดร้านหม้อไฟสร้างเนื้อสร้างตัว ตามที่เคยอ่านในนิยายย้อนยุค เธอเองก็อยากเป็นคนร่ำรวยในยุคโบราณเหมือนกัน!
ใครจะคิด ยังไม่ทันเริ่มก็พังไม่เป็นท่า มีแคว้นอริมาตีเมือง ทั่วทุกแห่งเต็มไปด้วยไฟสงคราม ยังจะมีใครมีแก่ใจมานั่งกินหม้อไฟร้านนางอย่างสบายอกสบายใจได้อีก!
เคยตายมาแล้วครั้งหนึ่งนางไม่ยอมตามง่ายๆ เช่นนั้นอีก เซี่ยหลินหลินหลบหนีสงคราม แต่คนเรายิ่งหนียิ่งเจอ นางถูกจับตัวไปเป็นนางบำเรอในค่ายทหารของศัตรู งานนี้ดาวเด่นจะเอาตัวรอดได้หรือไม่…
บทนำ : คนสวยมักจะโสด 50%
บทนำ
คนสวยมักจะโสด
“เป็นไงบ้างคะแม่หมอ? มีแววว่าจะมาหลังสามสิบบ้างไหม? หลงผ่านมาสักคนก็ยังดี” เสียงอู้อี้เปล่งออกมาจากใบหน้าที่ถูกปิดไว้ด้วยแมสก์ ดวงตาสวมแว่นกันแดดทั้งที่ตอนนี้เป็นเวลาเย็นย่ำใกล้ค่ำทุกที เธอสวมเสื้อฮู้ดปิดบังรูปร่างเอาไว้มิดชิด แต่มือขาวเนียนที่ยื่นออกมานั้นเรียวขาวสวยจนแม่หมอยังมองด้วยแววตาชื่นชม
แม่หมอส่ายหัวไปมา ทั้งยังถอนหายใจ คนอะไรจะอาภัพสามีเช่นนี้ “เส้นเนื้อคู่อาภัพนัก ชาตินี้เกรงว่าจะโสดตลอดชีวิตแล้วล่ะ ไม่มีสามี ชีวีไม่สิ้น อย่าคิดมากเลย”
แม่หมอตบหลังมือเธอเบาๆ สองสามทีเป็นการปลอบใจ
เซี่ยหลินหลินเม้มปากแน่น ไม่มีคู่ตลอดชีวิต มันใช่เรื่องเล็กที่ไหนกัน เพื่อนคู่ชีวิตไม่มี ลูกก็ไม่มี! ต้องเหงาเดียวดายตลอดไปหรือ? เธอพยายามปลอบใจตัวเองว่าหมอดูกับหมอเดาคือคนคนเดียวกัน อย่าไปเชื่อให้มากนัก
เธอคือดาวค้างฟ้า ซุปเปอร์สตาร์เอเชียที่เคยถูกจัดอันดับเป็นคนสวยเซ็กซี่มีเสน่ห์ที่สุดในเอเชีย คนสวยอายุย่างเข้าสามสิบในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า งานที่เธอทำมีข้อห้ามหลายอย่าง หนึ่งในนั้นคือห้ามมีแฟน เพื่อไม่ให้ความนิยมของแฟนคลับลดลง และลดปัญหาดราม่าต่างๆ ด้วยความเชื่อผิดๆ ว่ามีแฟนแล้วความนิยมจะลดลงกว่าครึ่ง
เซี่ยหลินหลินทุ่มเทให้งานมาหลายปี เธอเป็นเด็กกำพร้า สิ่งที่หวาดกลัวที่สุดคือความอ้างว้าง สิ่งที่ขาดคือความรัก ทั้งจากพ่อแม่และคนรัก เมื่อมีโอกาสกอบโกยเงินทองจึงตะบี้ตะบันรับงานหามรุ่งหามค่ำ รู้ตัวอีกที ขาข้างหนึ่งก็ก้าวขึ้นคานทองไปเรียบร้อยแล้ว!
“ไม่มีวิธีแก้ไขบ้างเหรอคะ?” เธอยังไม่ถอดใจ
แม่หมอจับมือของเธอไปเพ่งดูใกล้ๆ แต่ก็ยังส่ายหน้าไม่หยุด “สามีหนูน่าจะอยู่อีกชาติหนึ่งนะ เส้นเนื้อคู่ทับเส้นความตาย ลองไปขอพรที่วัดดู วัดที่ขึ้นชื่อเรื่องคู่ครอง”
เซี่ยหลินหลินฟังคำศัพท์หมอดูไม่เข้าใจ เส้นเนื้อคู่กับเส้นความตาย? หรือเธอต้องตายแล้วไปเกิดใหม่เหมือนในนิยายจีนโบราณที่ชอบอ่าน
“ได้ค่ะ ฉันจะลองดู” เธอจ่ายเงินเป็นสินน้ำใจ ก่อนจะเดินออกมาจากร้านด้วยจิตใจห่อเหี่ยว
ร่างสูงโปร่งเดินโต๋เต๋ไร้ที่ไป วันนี้เธอหยุดงานครึ่งวัน ช่างแต่งหน้าเล่าให้ฟังว่ามีพิกัดดูดวงที่ใหม่ แม่นเป๊ะราวกับตาเห็น ช่างแต่งหน้าคนนั้นจับได้ว่าสามีมีชู้ก็เพราะมาดูหมอกับหมอดูคนเมื่อครู่
เซี่ยหลินหลินเจ็บมาหลายครั้ง แต่ก็ยังไม่ชินเสียที ตอนมัธยมต้นเธอเรียนโรงเรียนประจำ มีเพื่อนสนิทคนหนึ่งชื่อรั่วรั่ว รั่วรั่วนั้นมีความสามารถพิเศษมองเห็นอนาคต ความสามารถนี้หากบอกใครไปคงคิดว่ารั่วรั่วเป็นบ้า ความลับนี้มีเพียงเซี่ยหลินหลินที่รู้
รั่วรั่วมักจะทำนายอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้นในโรงเรียนได้อย่างแม่นยำ เช่น ครูใหญ่ถูกภรรยาทุบตี เพราะจับได้ว่าติดหนี้พนันจำนวนมหาศาล ครูพละวิ่งพลาดจนตกบันไดขาหัก ภารโรงถูกสุนัขแม่ลูกอ่อนกัด เพราะพยายามจะจับลูกมันมาเล่น ทุกอย่างนี้รั่วรั่วทำนายก่อนเกิดเหตุประมาณสองสามวัน
และสิ่งที่รั่วรั่วทำนายอนาคตให้เซี่ยหลินหลินคือไร้คู่ อยู่อย่างเดียวดาย!
ตอนนั้นเซี่ยหลินหลินเพิ่งอายุ 14 เธอไม่เชื่อว่าคนหน้าตาดีที่สุดในโรงเรียนมัธยมจวงเหรินจะหาสามีไม่ได้!
ตอนนี้รั่วรั่วไปเรียนต่อที่อเมริกา ก่อนขึ้นเครื่องยังได้ทักเซี่ยหลินหลินด้วยว่า ระวังช่วงอายุสามสิบ เธออาจเจอเคราะห์หนักจนถึงแก่ชีวิต!
เซี่ยหลินหลินเดินอย่างไร้จุดหมาย จนผ่านหน้าร้านบะหมี่ผักร้านหนึ่ง กลิ่นน้ำซุปหอมจนเธออยากลองชิม ร้านนี้อยู่ริมถนน แม้ด้านนอกร้านจะดูเก่าและทรุดโทรม แต่ด้านในโทรมกว่าเยอะ! เธอสังเกตเสาไม้ถูกสิ่งมีชีวิตเล็กๆ กัดกินจนไม้กลายสภาพเป็นดินหรือมูลของมอดปลวกไปแล้ว แม้จะดูไม่น่าอยู่นัก แต่ก็อบอุ่นและมีกลิ่นหอมของน้ำซุปช่วยเบี่ยงเบนความสนใจจากสภาพน่าอนาถของร้านที่ไร้ผู้คน
ชายชราผมขาวหลังค่อมเดินออกมาจากในครัว เขาถามด้วยน้ำเสียงไม่ต้อนรับแขกนัก “จะสั่งเลยไหม?”
“บะหมี่ผักหนึ่ง ใส่น้ำมันน้อยๆ หน่อยนะคะ”
“ใส่ตามสูตร อยากใส่น้อยต้องไปทำกินเอง” ชายหลังค่อมเดินงึกงักไปล้างมือ ก่อนจะกลับไปเข้าครัว ก่อนเสียงหั่นผักจะดังออกมา
เซี่ยหลินหลินถอนหายใจ ดวงก็ไม่ดี แถมยังเจอคนประหลาดอีก ไหนๆ จะเฮงซวยแล้ว ก็ซวยให้สุดไปเลยแล้วกัน!
รอเพียงหนึ่งเค่อ บะหมี่ผักชามโตก็ถูกยกมาวางตรงหน้าเธอ แม้สภาพแวดล้อมจะไม่เอื้ออำนวย แต่หน้าตาอาหารน่ากินมาก เซี่ยหลินหลินถอดแมสก์และแว่นตาออก ก่อนจะตักชิมน้ำซุปสีเหลืองทอง ทันทีที่เข้าปาก ราวกับมีผีเสื้อหลายร้อยตัวบินวนเหนือหัว สมองของเธอจินตนาการว่าตอนนี้กำลังนั่งห้อยขากินบะหมี่ท่ามกลางทุ่งลาเวนเดอร์!
กว่าจะเรียกสติตนเองได้ เซี่ยหลินหลินนั่งเหม่อมองชามครู่ใหญ่ “อร่อย! อร่อยมาก!”
ชายชราเดินเช็ดโต๊ะที่ยังสะอาดเอี่ยมราวกับไม่ถูกใช้งาน “อร่อยก็รีบกิน เดี๋ยวเย็นแล้วไม่อร่อยจะมาโทษข้าไม่ได้นะ”
“คุณตาทำอร่อยขนาดนี้ ทำไมไม่มีคนมากินเลยล่ะคะ?” เซี่ยหลินหลินคิดว่าคุณตาจะจำเธอได้ เพราะแม้แต่เด็กสามขวบยังรู้จักดาวค้างนภาเช่นหล่อน
“ทำไมจะไม่มี เจ้าก็นั่งกินอยู่เห็นๆ” คุณตามองเธอเหมือนมองคนโง่เง่า
เซี่ยหลินหลินกลืนบะหมี่ลงคอ ท่าทางชายชราจะไม่เคยดูละครและซีรี่ส์หลายสิบเรื่องที่เธอแสดง! เธอไม่รู้ว่าทำอะไรผิด ชายชราผู้นี้ถึงไม่ชอบขี้หน้าเธออย่างออกนอกหน้าเช่นนี้
แต่เธอคิดผิด…
เสียงประตูเก่าของร้านเปิดดังแอ๊ด เหมือนเสียงประตูในหนังสยองขวัญ ผู้ที่เข้ามาคือเด็กนักเรียนชายหลายคน “ตาแก่ บะหมี่ชาม พิเศษเนื้อ”
“ไม่ขาย ไสหัวไป!” ชายชราใช้ผ้าเช็ดโต๊ะโบกไล่ขบวนเด็กนักเรียนที่เพิ่งเลิกเรียนพิเศษ
“เอ๊ะ! ทีผู้หญิง…” พูดออกมาได้เพียงเท่านั้น เพราะเพิ่งเห็นหน้าคนที่กำลังสูดเส้นกิน “หลินหลิน! พี่หลินหลินใช่ไหมครับ!”
เซี่ยหลินหลินรีบกลืนอาหาร ก่อนจะตอบกลับอย่างสุภาพเรียบร้อย “ใช่ค่ะ”
“พวกผมเป็นแฟนคลับพี่มาตั้งแต่จำความได้ ขอถ่ายรูปด้วยได้ไหมครับ!?” เด็กๆ แห่ไปรุมล้อมดาราหน้าสวย ทุกคนต่างเห็นตรงกันว่าความสวยของเซี่ยหลินหลินในจอเทียบกับตัวจริงไม่ได้เลย! ตัวจริงราวกับเทพเซียนบนสวรรค์ลงมาจุติ พวกเขาเกิดมาสิบกว่าปีเพิ่งเคยเจอคนที่สวยขนาดนี้
เซี่ยหลินหลินเจ็บแปลบในอก นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่แฟนคลับวัยรุ่นพูดว่าติดตามผลงานเธอมาตั้งแต่เด็ก เซี่ยหลินหลินรู้ดี อายุของเธอหยุดไม่อยู่แล้ว!
“ยินดีค่ะ” เด็กๆ ต่อคิวขอเธอถ่ายรูป พวกเขามากันหลายคนจนบะหมี่ของเธอเย็นชืดอืดเต็มชาม
“ตาแก่ ตกลงจะทำให้พวกผมกินไหม? ไม่งั้นไปร้านอื่นแล้วนะ” พวกเด็กๆ รู้สึกหิวจนเบื่อจะตื้อตาแก่จอมขวางโลก แม้รสมือจะอร่อยเหมือนได้ขึ้นสวรรค์ แต่กลับเป็นพวกหัวรั้น ไม่ยอมทำให้ใครกินง่ายๆ
“ไม่ทำ ไม่ต้องรอ” ชายชราบรรจงเช็ดช้อนและตะเกียบ ไม่สนใจเสียงบ่นไล่หลังของพวกเด็กๆ ที่หันไปกินร้านอื่นแทน
เมื่อไร้ผู้คน ชายชราหายเข้าไปในห้องครัวอีกครั้ง
เซี่ยหลินหลินมองชามบะหมี่อย่างเสียดาย ไม่มีอารมณ์จะกินต่ออีก เธอมองสำรวจรอบๆ ร้านอีกครั้ง หางตาเหลือบไปเห็นภาพเก่าโบราณที่แปะข้างฝาผนัง มันเป็นรูปวาดชายในยุคโบราณแต่งชุดเหมือนแม่ทัพของชนเผ่านอกด่านในซีรี่ส์ ใบหน้าของเขาหล่อจับตา เครื่องหน้าไม่ว่าจะเป็นปาก ตา คาง คมชัด เธอมั่นใจหากเขามีชีวิตเมื่อหลายร้อยปีก่อนจริง คงทำให้ผู้หญิงทั้งแคว้นคลั่งรักจนโงหัวไม่ขึ้น
ไม่ทันรู้ตัว ควันบะหมี่ชามใหม่ลอยขึ้นตรงหน้า เธอมองอย่างไม่อยากจะเชื่อ “ให้ฉันเหรอคะ?”
“ก็ชามเก่ามันกินไม่ได้แล้วนี่” ชายชราเก็บชามเก่าไปล้าง
“ขอบคุณนะคะ” ตอนนี้เธอรู้แล้ว คุณตาคนนี้ไม่ได้ไม่ชอบเธอ เขาเป็นคนเช่นนี้เอง หากไม่ชอบเธอคงไล่ให้ไสหัวไปเหมือนเด็กพวกนั้นแล้ว
บทนำ : คนสวยมักจะโสด 100%
เธอกินไปสำรวจการตกแต่งในร้านไปด้วย เพิ่งสังเกตว่าในร้านนี้ตกแต่งด้วยชุดหนังสัตว์ และง้าวล่าสัตว์ของพวกซยงหนู คุณตาคงเป็นแฟนซีรี่ส์จีนโบราณ เธออดถามเขาไม่ได้ “ทำไมคุณตาไม่ทำให้เด็กพวกนั้นกินละคะ?”
“หมดอารมณ์” ตอบทั้งสั้นและห้วน
“แต่คุณตาทำให้หนูอีกชามหนึ่งนะ”
ชายชราทำหน้าคิด “นั่นซิ ข้าทำให้เจ้าทำไมตั้งสองชาม? ช่างเถิด ขี้เกียจคิด”
เซี่ยหลินหลินเองก็ขี้เกียจหาเหตุผล เธอยกชามขึ้นซดน้ำซุปจนหยดสุดท้าย “คิดเงินด้วยค่ะ”
“ไม่คิดเงิน”
“ฮ๊า?”
“ข้าขี้เกียจคิดน่ะ” ชายชราตอบอย่างไม่ใส่ใจ
เซี่ยหลินหลินอดถามไม่ได้ “คุณตาเป็นแฟนซีรีส์จีนโบราณเหรอคะ? ร้านนี้ตกแต่งแปลกมาก สงสัยคุณตาจะมีเชื้อสายซยงหนู”
“ไม่เคยดู ไม่รู้เหมือนกัน ทำไมถึงชอบแบบนี้”
เซี่ยหลินหลินขอบคุณก่อนจะบอกลา ไม่อยากสงสัยอะไรคุณตาอีก เธอเปิดประตูร้านออกมา ตั้งใจจะกลับมากินอีกครั้งจึงอ่านชื่อร้าน “เติ่ง? รอเหรอ ชื่อร้านว่ารอ เข้ากับคุณตาดี”
เธอพยักหน้าเข้าใจ ก่อนจะหันหลังไปขึ้นรถไฟใต้ดินเพื่อกลับคอนโดใจกลางกรุงปักกิ่งของตน
ไม่รู้ว่าเพราะไปนั่งกินบะหมี่ในร้านนั้นหรือไม่ เธอถึงกับเก็บเอาไปฝัน!
ในฝันนั้นเซี่ยหลินหลินเห็นชายในชุดเกราะกำลังขี่ม้านำหน้าทหารมากมายจนเธอนับจำนวนไม่ไหว
คนผู้นี้ใบหน้าเหมือนคุ้นตา ละม้ายคล้ายภาพวาดที่เธอเห็นในวันนี้ เขาเหมือนรู้สึกได้ว่ากำลังถูกจ้องมองอยู่ จู่ๆ ก็หันขวับมาจ้องเธอ ดวงตาคมเข้มบวกกับคิ้วดกหนาทำให้ชายผู้นั้นดูน่ากลัวขึ้น เธอจำได้ว่าตัวเองวิ่งหนีเขาทั้งคืนจนสะดุ้งตื่นเพราะเสียงนาฬิกาปลุก
เซี่ยหลินหลินไม่เคยขอบคุณนาฬิกาปลุกเท่านี้มาก่อน เธอกลัวชายคนนั้นมากจริงๆ เขาวิ่งตามเหมือนจะมาไล่ฆ่าเธออย่างไรอย่างนั้น! สงสัยเป็นเพราะไปกินบะหมี่ที่ร้านนั้น พอเห็นรูปภาพกับข้าวของพวกนั้นจึงเก็บไปคิดมาก
วันนี้เธอมีถ่ายโฆษณาช่วงบ่าย เซี่ยหลินหลินออกกำลังกายสองเค่อหลังตื่นนอนทุกเช้า ก่อนจะสั่งอาหารเช้ามากิน
วันนี้กองถ่ายโฆษณาออกมาถ่ายนอกเมือง โลเคชั่นคือน้ำตกเล็กๆ แห่งหนึ่ง โฆษณานี้คือเครื่องดื่มชาเขียวแบรนด์ดัง เจ้าของแบรนด์อยากกระจายรายได้ให้ชุมชน จึงช่วยโปรโมทน้ำตกแห่งนี้อีกทาง เธอต้องเผื่อเวลาเดินทาง แม้จะเป็นคนดังแต่เซี่ยหลินหลินให้ความสำคัญกับเรื่องเวลามาก เธอแทบไม่เคยไปสาย บางครั้งไปก่อนทีมงานบางคนด้วยซ้ำ
เมื่อไปถึง สิ่งแรกที่เห็นคือป่าทึบ ตามมาด้วยเสียงน้ำตกที่ดังเบาๆ บ่งบอกว่าน้ำตกแห่งนี้มีความสูงไม่มาก
เซี่ยหลินหลินทราบรายละเอียดงานคร่าวๆ แล้ว ผู้จัดการส่วนตัวของเธอส่งวีแชทมาแจ้งเมื่อคืน เธอต้องขึ้นสลิงโรยตัวลงมาจากบนน้ำตก ช่วงเวลาโรยตัวต้องร่ายรำท่วงท่างดงามเบิกบาน มือหนึ่งถือขวดชาเขียว ให้ความรู้สึกราวกับเทพเซียนยอมลงมาจุติเพื่อดื่มด่ำชารสเลิศ
เธอเดินทักทายทีมงานทุกคนอย่างเป็นกันเอง ตั้งแต่ผู้กำกับการถ่ายทำไปจนถึงคนเก็บของ
“หลินหลินมาแล้ว! เป็นไงบ้าง แม่หมอที่พี่แนะนำให้คราวก่อน หาเวลาว่างไปดูมาหรือยัง” ผู้พูดคือช่างแต่งหน้าชื่อดังแห่งวงการบันเทิงแดนมังกร เธอจะรับแต่ตัวแม่แห่งวงการเท่านั้น
เซี่ยหลินหลินเดินไปนั่งเก้าอี้เตรียมแต่งหน้า “ไปมาแล้วค่ะ เหมือนเดิม ไม่มีอะไรใหม่”
“จริงเหรอ!? แม่หมอฟันธงว่าชาตินี้ยังไงหาไม่ได้แน่?” ช่างแต่งหน้าคิวทองตกใจ เผลอบีบรองพื้นแรงเกินไปจนเลอะเต็มมือ
เซี่ยหลินหลินพยักหน้ายอมจำนน “ที่ไหนว่าเด็ด ที่ไหนว่าดัง ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าเนื้อคู่ของหลินหลินอยู่กันคนละภพคนละชาติค่ะ”
ช่างแต่งหน้าปาดรองพื้นไปที่หน้าของหลินหลินบางๆ ก่อนจะเกลี่ยด้วยความชำนิชำนาญ “ไม่มีก็ไม่เห็นเป็นไรเลย ทั้งสวยทั้งรวย แต่พี่ไม่เข้าใจจริงๆ สวยขนาดน้องหลินไม่มีคนมาจีบเลยหรือ?”
“มีค่ะ แต่ส่วนใหญ่มีภรรยาแล้ว ไม่ก็มีลูกติด ฉันเป็นคนใจแคบเรื่องความรัก มีความคิดเด็กๆ อยากเป็นที่หนึ่ง เป็นคนเดียวในใจของคนรัก แล้วฉันก็ไม่ชอบคนเด็กกว่า… มันเลยออกจะดูหายากไปหน่อย” ต้องยอมรับว่าคนส่วนใหญ่ถูกพ่อแม่คะยั้นคะยอให้แต่งงานตั้งแต่อายุยี่สิบกว่าๆ ดังนั้นคนโสดอายุเกินสามสิบปี โปรไฟล์ดีพอจะเป็นสามีของเซี่ยหลินหลินจึงมีน้อยมาก
“ถ้าผู้ชายมันไม่มาหาสักที เราก็พุ่งชนมันไปเลยซิคะ! ถูกใจใครทักจีบเลย จีบเช้าจีบเย็น ถ้าเขาไม่บล็อคหนีเราก็ยังมีโอกาสจีบติดอยู่นะคะ” ช่างแต่งหน้าผู้เคยผ่านการหย่าร้างเพราะสามีมีชู้เอ่ยอย่างใจเด็ด แรงที่เกลี่ยรองพื้นหนักขึ้นเล็กน้อย
เซี่ยหลินหลินไม่ใช่ไม่คิด แต่ตำแหน่งเบอร์หนึ่งแห่งวงการมันค้ำคอ บวกกับยังไม่เจอคนถูกใจพอจะกล้าเสี่ยง
“สั่งสอนลูกสาวฉันได้แย่มาก!” เสียงผู้จัดการส่วนตัวของเซี่ยหลินหลินดังมาแต่ไกล เธอเป็นสาววัยกลางคนรูปร่างค่อนข้างอวบ
“แหม! ก็น้องหลินหลินกลัวจะไร้คู่ ฉันก็แค่อยากช่วยน้องเขาสมหวัง คุณผู้จัดการเห็นแก่ที่น้องทำงานมาหลายปีช่วยเลือกคนดีๆ ให้หน่อยซิคะ” ช่างแต่งหน้าพูดไปมือก็เขียนคิ้วให้เซี่ยหลินหลินอย่างบรรจง
เซี่ยหลินหลินมองผู้จัดการส่วนตัวผ่านกระจก เธอคือผู้จัดการที่ทางต้นสังกัดจัดหามาให้ตั้งแต่ตอนเธอเข้าวงการใหม่ๆ ผู้จัดการค้านหัวชนฝาไม่ยอมให้เธอคบหากับใคร ด้วยเหตุผลเดิมๆ ว่าหวั่นกระทบกับชื่อเสียงที่อุตส่าห์ก่อร่างสร้างมา
ผู้จัดการวัยกลางคนวางกระเป๋าแบรนด์ดังราคาหลายแสนหยวน ก่อนจะลากเก้าอี้มานั่งข้างดาราในสังกัด “เหลวไหล! เวลาเป็นเงินเป็นทอง แต่งตอนสามสิบห้าก็ไม่มีใครว่าหรอก ผู้ชายจะทำให้เธอเสียการใหญ่ได้”
เซี่ยหลินหลินเบื่อจะฟัง “แต่พี่เองก็แต่งงานตั้งแต่อายุสิบแปดไม่ใช่เหรอคะ? สามีพี่เกือบถูกข้อหาพรากผู้เยาว์ด้วยซ้ำ”
ผู้จัดการชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันมาฉีกยิ้ม “พี่กับน้องหลินจะเทียบกันได้ยังไง? พี่ไม่ได้ใช้รูปร่างหน้าตา พี่ใช้ความรู้ความสามารถหากิน จะมีเมื่อไรก็ได้ ขอแค่สมองพร้อมทำงาน”
“พี่ก็ใช้รูปร่างหน้าตาหากินนะคะ แต่พี่ใช้รูปร่างหน้าตาของฉันหากินต่างหาก!” ความสัมพันธ์ของเธอและผู้จัดการแย่ลงเรื่อยๆ หลังจากเธอจับได้ว่าหล่อนโกงเงินค่าตัวของเธอ เซี่ยหลินหลินเห็นแก่ความหลังที่เคยผ่านมาด้วยกันจึงไม่เอาความ บวกกับทางต้นสังกัดกลัวจะกลายเป็นเรื่องใหญ่จึงสั่งเลิกแล้วต่อกัน
ช่างแต่งหน้าชินเสียแล้ว ผู้จัดการกับดารากินเกาเหลากันมีให้เห็นอยู่บ่อยๆ
ผู้จัดการถูกสวนเช่นนั้นเถียงต่อไม่ถูก เธอได้แต่ยิ้มรับ แต่แอบกำหมัดจนเส้นเลือดขึ้น “จริงด้วยซินะ”
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเลิกระรานด้วยคำพูด เซี่ยหลินหลินก็ไม่คิดพูดด้วยอีก ถึงเวลาเข้าฉาก เธอซักซ้อมกับผู้กำกับอีกที ชุดที่ใส่เบาสบายปลิวไสวไปกับสายลม เห็นแล้วเหมือนมัจฉาแหวกว่าย
ผู้จัดการส่วนตัวนั่งดูอยู่ห่างๆ ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์ของเซี่ยหลินหลินดังขึ้น
“ผู้จัดการคะ ไม่เอาโทรศัพท์ไปให้น้องหลินหรือคะ? เผื่อมีเรื่องด่วน” ช่างแต่งหน้ากำลังเก็บอุปกรณ์อยู่ เธอได้ยินจึงถามดู
“ไม่ต้องหรอก เด็กกำพร้าอย่างเซี่ยหลินหลินจะมีเรื่องด่วนอะไรได้” ผู้จัดการตอบเสียงเรียบ สายตาจับจ้องร่างบางงดงามของคนที่ตนกล่าวถึง
หน้าจอสมาร์ทโฟนเครื่องหรูแสดงชื่อผู้โทรมา ‘รั่วรั่ว’
เซี่ยหลินหลินซ้อมขึ้นสลิงอีกหลายครั้ง เธอเคยแสดงหนังกำลังภายในหลายเรื่องจนคุ้นชินและเลิกกลัวไปนานแล้ว
การซ้อมครั้งสุดท้ายเธอกระโดดลงจากหน้าผาน้ำตกตามที่ซักซ้อมมาหลายครั้ง แต่ครั้งนี้สลิงที่ยึดติดกายกลับขาดโดยไร้สาเหตุ!
“อ๊าย!” ร่างงดงามร่วงตกลงมาจากบนหน้าผาน้ำตก ความสูงของมันไม่มากนัก สามารถทำให้คนหล่นลงมาเจ็บหนักไปจนถึงขั้นพิการไปตลอดชีวิต
แต่เซี่ยหลินหลินโชคดีกว่านั้นมาก เธอเอาหัวลง… ศีรษะเล็กๆ กระแทกโขดหินอย่างจัง เสียชีวิตคาที่!
บทที่ 1 : ตายแล้วไปไหนดี
บทที่ 1
ตายแล้วไปไหนดี
เซี่ยหลินหลินเร่ไปร่อนมาอยู่สามวัน กว่าจะรู้ตัวว่าตนเองได้เสียชีวิตแล้วก็ตอนลอยผ่านหน้าร้านขายเนื้อหมูร้านหนึ่ง คนขายเปิดข่าวใหญ่ที่กำลังโด่งดังอยู่ในขณะนี้
‘ซุปตาร์ดาวค้างฟ้าเซี่ยหลินหลินเกิดอุบัติเหตุตอนถ่ายทำโฆษณาชาเขียวชื่อดัง เธอพลัดตกหน้าผาของน้ำตกแห่งหนึ่งเสียชีวิตคาที่!’
วิญญาณเซี่ยหลินหลินรีบพุ่งเข้าไปดูข่าวนั้นทันทีจนวิญญาณแทบชนจอทีวี เธอพยายามดูสภาพศพของตัวเองว่ายังดูดีอยู่หรือไม่ แม้จะตายก็อย่าให้เสียชื่อดาวเด่นตลอดกาลแห่งวงการบันเทิง!
ภาพข่าวเซ็นเซอร์ศพของเธอไว้ทั้งหมด เห็นเพียงกองเลือดไม่ใหญ่มาก คาดว่าศพของเธอคงไม่เละและน่าเกลียดน่ากลัวจนเกินไป
ภาพข่าวต่อมาเป็นบทสัมภาษณ์ทั้งน้ำตาของผู้จัดการ หล่อนกล่าวว่าสนิทชิดเชื้อกับเซี่ยหลินหลินมาตั้งแต่เธอยังไม่ดัง รักกันดุจพี่น้องคลานตามกันออกมา เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความสะเทือนใจอย่างใหญ่หลวง ขอนักข่าวอย่างเพิ่งถามมาก เพราะหล่อนต้องไปจัดการเรื่องทรัพย์สมบัติของดาราสาวให้เรียบร้อย!
ทรัพย์สมบัติที่เธออุตส่าห์เสียเวลากว่าครึ่งชีวิตหามา… มันจะตกไปอยู่ในมือของใครก็สุดรู้ ต่อให้รู้ผีไร้ญาติเช่นเธอก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี
เซี่ยหลินหลินใช้เวลาทบทวนเรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านมาราวสามวัน สรุปได้ว่า ‘เสียชาติเกิด!’
ตอนเด็กยากจน เป็นเพียงเด็กไร้พ่อขาดแม่ เธออยู่ที่ศูนย์เลี้ยงเด็กกำพร้าอันแร้นแค้นแสนห่างไกลความเจริญ แม้แต่ข้าวยังกินไม่อิ่มท้อง ไม่ต้องพูดถึงเรื่องท่องเที่ยวตามประสาเด็ก เธอไม่เคยมีเรื่องแบบนั้น
โตขึ้นมาหน่อยความสวยเริ่มทำพิษ ชักนำภัยร้ายมาบ่อยครั้ง แม่เลี้ยงที่ศูนย์เลี้ยงเด็กกำพร้าจึงตัดตัวปัญหาเช่นเธอ ด้วยการส่งไปอยู่ในศูนย์ใหม่ที่ใกล้ความเจริญและมีกล้องวงจรปิด วันหนึ่งเธอพบแมวมองของค่ายดัง จึงถูกรับตัวไปปลุกปั้นเป็นดารา เมื่อเริ่มมีชื่อเสียง เงินทองราวกับหล่นมาจากฟ้า แต่เซี่ยหลินหลินยังคงชะตาอาภัพ!
ของที่อยากกินก็ยังไม่ได้กินเหมือนเดิม เอวของเธอห้ามเกินยี่สิบสองนิ้ว! เธอทำงานหนักจนแทบไม่มีเวลาท่องเที่ยว จำได้ว่าตอนไปเดินพรมแดงที่ฝรั่งเศส เธออยากไปเที่ยวชมบ้านเมืองที่ได้ชื่อว่าโรแมนติกที่สุดในโลก แต่ทำได้เพียงไปเดินในงาน แล้วก็นั่งเครื่องบินกลับปักกิ่งมาทำงานต่อ ผู้จัดการหน้าเลือดนั่นจัดตารางงานให้เธอโหดร้ายนัก ราวกับเธอไม่ใช่คน!
ยิ่งคิดย้อนกลับไปเธอก็ยิ่งคิดว่าตัวเองนั้นเสียชาติเกิด! ตั้งหน้าตั้งตาทำงานเพื่อหวังหาความสุข ยังไม่ทันได้ใช้ชีวิตก็ดันมาเสียชีวิตซะก่อน
เซี่ยหลินหลินไร้ทายาทและญาติมิตร ทรัพย์สินมากมายที่หามาอาจบริจาคเพื่อการกุศล
หลังจากนั้นเพียงสองวันมีข่าวออกมาว่าเซี่ยหลินหลินเคยทำพินัยกรรมยกทรัพย์สินให้ผู้จัดการส่วนตัวที่เคารพรักดุจมารดา!
ตอนนั้นเซี่ยหลินหลินกำลังใบ้หวยให้คุณยายคนหนึ่งอยู่ คุณยายป่วยติดเตียงมาหลายปี มีบุตรสาวอยู่หนึ่งคน ลูกสาวของคุณยายกตัญญูมาก ไม่เคยทอดทิ้งมารดา แม้จะต้องหมดตัวเพราะค่ารักษาพยาบาลที่สูงลิ่วก็ยอมจ่าย เพื่อโรงพยาบาลที่ดีที่สุด คุณยายเห็นบุตรสาวคนเดียวทำงานหามรุ่งหามค่ำจนร่างกายทรุดโทรมก็สงสารนัก
คุณยายขอพรทุกวันคืน ขอให้ถูกล็อตเตอรี่สักรางวัลเพื่อแบ่งเบาภาระให้บุตรสาว
เซี่ยหลินหลินมีน้ำใจ ตอนคุณยายดูทีวีแล้วหลับไป เธอได้เขียนเลขล็อตเตอรี่ที่ไปแอบได้ยินจากกองล็อตเตอรี่ว่างวดนี้จะล็อกให้เลขออกอะไร เธอเขียนเลขครบทุกตัวอย่างแม่นยำ ก่อนจะเอาไปวางไว้ในมือของคุณยาย ผีใหม่อย่างเธอหาทางเข้าฝันไปบอกเลขไม่เป็น จึงทำได้เพียงเท่านี้ หวังว่าคุณยายจะเชื่อเธอสักครั้ง
ตอนกำลังจะไปต่อ ได้ยินเสียงข่าวในทีวีดังขึ้น
‘กลับมาที่ข่าวสะเทือนวงการบันเทิง เมื่อดาวค้างฟ้าอย่างเซี่ยหลินหลินพลัดตกหน้าผาของน้ำตกแห่งหนึ่งจนเสียชีวิต และหลังจากนั้นผู้จัดการส่วนตัวของเธอแสดงเอกสารยกมรดกทั้งหมดให้เธอ เรื่องนี้ทำเอาแฟนคลับหลายคนตั้งข้อสงสัยจนติดเทรนเวยป๋อ เพราะตัวผู้จัดการและดาราไม่ได้มีความเกี่ยวข้องใดใดกัน อีกทั้งวงในบางคนบอกว่าทั้งคู่ไม่เคยลงลอยกันเลย!’
‘ดีๆ นักข่าวช่องนี้อ่านได้ชัดเจนและจริงแท้!’ เซี่ยหลินหลินหยุดฟังข่าวก่อน
ภาพหน้าจอทีวีแสดงใบหน้าผู้จัดการของเธอที่ดวงตาปูดบวมราวกับผ่านการร้องให้อย่างหนัก ที่มีถือกระดาษแผ่นหนึ่งอ้างว่าเธอยกมรดกให้หล่อน!
‘ฉันไปยกให้ตอนไหน!? คิดว่าโกหกหน้าด้านๆ แล้วคนจะเชื่อหรือไง!’ สมัยนี้แฟนคลับเก่งๆ มีมากมาย ทุกคนล้วนได้รับการถ่ายทอดดีเอ็นเอมาจากยอดนักสืบจิ๋วผู้หนึ่ง พวกเขาสามารถขุดคุ้ยทุกอย่างได้ดีกว่าหน่วยงานลับระดับชาติเสียอีก!
เซี่ยหลินหลินคร้านจะใส่ใจ เธอลอยช่วยเหลือคนไปเรื่อย บางครั้งเจอหมาแมวกำลังเกิดอันตรายก็ช่วยพวกมันเช่นกัน
เธอไม่ใช่คนจิตใจดีอะไร เพียงแต่รู้สึกว่าชีวิตนี้หาความดีของตัวเองแทบไม่เจอ ช่วงที่ยังช่วยเหลือคนได้ เธอจึงตระเวนลอยไปลอยมา การช่วยของผีแต่ละครั้งมีข้อจำกัดมากมาย เพื่อไม่ให้คนตกใจกลัว และความสามารถของเธอก็มีอยู่อย่างจำกัด ดั่งคำคมที่เธอเคยอ่านเจอใน เวยป๋อ ประมาณว่าให้ทำความดีตอนยังมีลมหายใจ เพราะตอนมีชีวิตทำดีได้ง่ายกว่าตอนเป็นผี
เซี่ยหลินหลินเข้าใจคำคมนี้อย่างถ่องแท้แล้ว ผ่านไปหลายวัน ยังไม่มีใครมาจับวิญญาณของเธอไปเกิดใหม่เสียที เซี่ยหลินหลินเฝ้ารอว่าเมื่อไรจะมียมทูตหรือก็อบลินมารับเธอไปสู่ประตูเกิดใหม่
เธอเดินหาอยู่หลายวัน จนเกิดสงสัย ทำไมเธอไม่เจอวิญญาณบ้างเลย แต่เซี่ยหลินหลินเป็นคนกลัวผี การที่นางไม่เจอถือเป็นเรื่องดี
วันเวลาผ่านไป เซี่ยหลินหลินเริ่มเบื่อหน่าย เธอลอยไปดูทีวีกับคุณตาคนหนึ่ง ที่มักจะเปิดข่าวช่วงเย็นเสมอ ข่าวตอนนี้คือคุณยายป่วยติดเตียงถูกล็อตเตอรี่หนึ่งร้อยล้านหยวน! พลิกชีวิตจากหาเช้ากินค่ำเป็นเศรษฐีในชั่วข้ามคืน นักข่าวไปสัมภาษณ์ความรู้สึกของคุณยายด้วยตัวเอง
“ฉันขอพรกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาค่ะ! ไม่อยากเชื่อ เผลอหลับไปครู่เดียวตื่นมามีเลขอยู่ในมือแล้ว นี่ไงคะ กระดาษแผ่นนี้!” คุณยายโชว์กระดาษที่เซี่ยหลินหลินเขียนใส่มือให้กล้องถ่ายให้เห็นชัดๆ
คุณตานั่งดูทีวีอยู่ข้างๆ วิญญาณของเธอ เขาบ่นออกมาว่า “เหลวไหล! ยายแก่นั่นต้องเพิ่งมาเขียนตอนถูกหวยแล้วแน่ๆ จะทำการตลาดให้สำนักไหนอีกล่ะ คนสมัยนี้เชื่อถือไม่ได้เลยจริงๆ”
เซี่ยหลินหลินอยากเถียงกลับ แต่จนใจที่คุณตาไม่ได้ยิน เธอนั่งฟังข่าวไปอีกครู่หนึ่ง จนช่องตัดมาที่ข่าวใหญ่สะเทือนวงการ
‘สุดช็อก การตายของดารานักแสดงชื่อดังเซี่ยหลินหลินเป็นการวางแผนฆาตกรรมของผู้จัดการส่วนตัวและสามีซึ่งเป็นทนายชื่อดัง!’
เนื้อหาข่าวเล่าถึงผู้จัดการของเซี่ยหลินหลินกับสามี ที่ปลอมแปลงเอกสารมรดกของเธอเพื่อฮุบสมบัติหมื่นล้าน แผนการนี้ถูกวางไว้ตั้งแต่สามปีก่อน ชื่อเสียงของเธอดังกระฉ่อน ทำให้มีงานมากมายหลั่งไหลเข้ามา ผู้จัดการส่วนตัวรับงานจนเซี่ยหลินหลินไม่มีเวลาพัก เพื่อกอบโกยก่อนจะกำจัดทิ้ง
สาเหตุที่เลือกฆ่าแม่ไก่เซี่ยผู้ออกไข่ทองคำ เพราะเซี่ยหลินหลินเริ่มอยากมีครอบครัว ผู้จัดการส่วนตัวกลัวแผนที่วางมาทั้งหมดจะล้มเหลวหากเธอแต่งงาน
สองสามีภรรยาร้อนใจ จึงเลือกสถานที่นอกเมือง เพื่อเลี่ยงสายตาผู้คนและมีกล้องวงจรปิดอยู่น้อย แต่เรื่องนี้ไม่เหนือบ่ากว่าแรงแฟนคลับที่เป็นยอดนักสืบไปได้
ผู้จัดการส่วนตัวและสามีถูกตัดสินโทษหนัก ส่วนสมบัติหมื่นล้านบริจาคเป็นการกุศลให้กับโรงพยาบาลรัฐทั่วประเทศ
เซี่ยหลินหลินถอนหายใจโล่งอก ‘ค่อยยังชั่ว อย่างน้อยเงินของฉันก็ได้ช่วยเหลือผู้อื่น หวังว่าน้ำพักน้ำแรงของฉันจะต่อชีวิตผู้คนได้!’
หลังจากที่รอก็อบลินมาเก็บวิญญาณหลายวัน เธอเริ่มคิดแล้วว่า บางทีเราอาจต้องไปหาด้วยตัวเอง แล้วไม่มีใครที่เธอพอจะถามได้เลย
เซี่ยหลินหลินเดินเข้าร้านอินเทอร์เน็ต เธอเห็นเด็กคนหนึ่งเล่นเกมหามรุ่งหามค่ำจนสะลึมสะลือหลับคาเก้าอี้ เมื่อเห็นเช่นนั้นเธอจึงแอบใช้คอมค้นหาในอินเทอร์เน็ต
‘ก็อบลินอยู่ที่ไหน?’
‘ตายแล้วไปไหนดี?’
‘วิธีแก้เบื่อเมื่อเราเป็นผี’
‘วิธีเกิดใหม่เป็นคนสวย’
เธอค้นหาสิ่งที่ผีควรรู้ จนเด็กคนนั้นตื่น เซี่ยหลินหลินจึงลอยออกมา
เด็กน้อยขยี้ตางัวเงีย เมื่อดูหน้าจอคอม สิ่งที่ปรากฏทำเอาเขาต้องเกาหัว
“ใครมาแอบเล่นคอมฉันเนี่ย พี่เจ้าของร้าน! เมื่อกี้ผมหลับ มีคนมาแอบเล่นคอมผมหรือเปล่า? ผมจำได้ว่าเปิดเกมไว้นะ ไม่ได้ค้นหาอะไรพวกนี้”
เจ้าของร้านส่ายหน้าหวือ “นอกจากนายแล้วยังไม่มีใครมาเล่นอีกเลย”
เด็กน้อยมองอย่างไม่เต็มใจเชื่อ ก่อนจะดูประวัติการค้นหา
‘วิธีแก้เบื่อเมื่อเราตายไปแล้ว’
‘ร้านเสริมสวยของผีอยู่ที่ไหน?’
‘เมื่อไรก็อบลินจะมารับวิญญาณ’
“อย่าบอกนะ…” เด็กน้อยหันซ้ายหันขวา แววตาดูหวาดกลัวบางอย่าง ร้านนี้เพิ่งเปิดใหม่ ไม่คิดว่าเจ้าที่จะแรงขนาดนี้! “ไม่อยู่แล้วโว้ย!”
เจ้าของร้านมองเด็กชายวิ่งหน้าตั้งจากไป เขาสังเกตว่าผมของเด็กชายคนนั้นดูตั้งขึ้นแปลกๆ “เด็กสมัยนี้เล่มเกมจนหลอน!”
ผีตัวป่วนลอยไปเรื่อยๆ อย่างไร้จุดหมาย ที่อ่านมาในเน็ตไม่เหมือนกันสักคน แน่นอนล่ะ คงไม่มีผีคนไหนไปตั้งกระทู้หรอก! เธอลอยไปลอยมาอย่างไร้จุดหมาย จนในที่สุดก็อยากดูหลุมศพของตัวเอง ไม่รู้ว่ายัยผู้จัดการวายร้ายนั่นจะเลือกรูปหน้าศพให้เธอสวยหรือเปล่า คิดได้ดังนั้นซุปตาร์สาวรีบลอยไปที่สุสานทันที แฟนคลับมากมายมาวางดอกไม้หน้าหลุมศพ เธอต้องดูดีอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นหรือตาย เพื่อเป็นการตอบแทนของขวัญจากแฟนคลับ
มีแฟนคลับมากมายต่อแถววางดอกไม้ที่หน้าหลุมศพเซี่ยหลินหลิน เธอมองด้วยความซึ้งใจ ก่อนจะไปหาที่นั่งไม่ไกลเพื่อมองดู ตอนนั้นเองที่พบคนคุ้นเคย
รั่วรั่วนั่งหลบแดดอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ของสุสาน ใบหน้าเล็กจ้อยเจิ่งนองไปด้วยน้ำตา เซี่ยหลินหลินเองก็ร้องไห้โฮเมื่อพบเพื่อนสนิท ตั้งแต่รู้ตัวว่าตาย เธอไม่เคยเสียใจเลย จนกระทั่งมาพบรั่วรั่ว เพื่อนรักที่มีหลายอย่างยังไม่ได้ทำด้วยกัน เธอร้องเสียงดังเพราะคิดว่ารั่วรั่วไม่ได้ยิน
“แกอยู่ตรงนั้นใช่ไหมหลินหลิน?” รั่วรั่วปาดน้ำตา ก่อนจะหันซ้ายมาทางเซี่ยหลินหลินที่กำลังร้องไห้อย่างเอาเป็นเอาตาย “ฉันสัมผัสถึงแกได้”
‘ฉันเริ่มกลัวแกแล้วนะ!’ เซี่ยหลินหลินปาดน้ำตา ก่อนจะถลึงตามองเพื่อนผู้มีสัมผัสพิเศษ
“แม้จะไม่เห็น ไม่ได้ยิน แต่รู้สึกได้… วันนั้นฉันโทรหาแก แต่ไม่มีคนรับ ฉันเห็นอนาคตของแกอีกแล้ว เห็นชัดเจนว่าแกมีลูกลิงเจ็ดตัว มีลูกเจ็ดคนเชียวนะ! แต่คนละพ่อหรือเปล่าฉันไม่รู้… ฉันดีใจมาก คิดว่าแกน่าจะใกล้แต่งงานแล้ว เลยรีบโทรมาบอกข่าวดี ไม่คิดเลย… อนาคตที่ฉันเห็นมันไม่มีอยู่จริง… ฮึก!” รั่วรั่วเริ่มร้องไห้อีกครั้ง ทั้งที่น้ำตาเก่ายังไม่แห้ง
‘เจ็ดคนเลยเหรอวะ? ถ้าคนละพ่อกันหมดก็ดีซิ!’ เซี่ยหลินหลินหัวเราะทั้งน้ำตา
ทันใดนั้นวิญญาณของเซี่ยหลินหลินก็ลอยหวือมายังที่ที่หนึ่ง เธอไม่สามารถควบคุมร่างของตัวเองได้ ราวกับมีแม่เหล็กมาดูดร่างของเธอไป
วิญญาณทะลุผ่านตึกนั้นทีตึกนี้ที จนในที่สุดก็มาถึงที่หมาย ‘ที่นี่มัน…’
ร้านบะหมี่ผักของคุณตาคนนั้น ทำไมเธอถึงถูกดูดมาที่นี่? หรือนี่คือประตูผีผ่าน!? สงสัยไปก็ไม่ได้อะไร เซี่ยหลินหลินตัดสินใจเปิดประตู
แสงสว่างสีขาวบาดตาจนแสบ วิญญาณดวงน้อยถูกดูดเข้าไปในแสงสว่างนั้น แรงดึงดูดมหาศาลจนวิญญาณของเซี่ยหลินหลินหมุนติ้ว เซี่ยหลินหลินรู้สึกอุ่นวาบไปทั้งตัว เธอคิดว่านี่คือการเกิดใหม่!
หนีฮ่าวค้า! เปิดเรื่องมานางเอกเราก็ตายเลย ไม่รู้ว่าตอนไปเกิดใหม่นางจะพบเนื้อคู่หรือเปล่า เอาใจช่วยเซี่ยหลินหลินตามหาผู้กันค่ะ [ทุกคนเค้าขอใจคนละดวงนะคะ]