โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

“เยรูซาเลม” นครประวัติศาสตร์หลายพันปี เผชิญสงคราม-การยึดครองไปแล้วกี่ครั้ง?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 18 ต.ค. 2566 เวลา 02.43 น. • เผยแพร่ 16 ต.ค. 2566 เวลา 09.17 น.
กาลวินาศพระวิหารแห่งกรุงเยรูซาเลม โดยกองทัพโรมัน ค.ศ. 70, ผลงาน Francesco Hayez (ภาพจาก Gallerie dell'Accademia di Venezia ใน Wikimedia Commons)

เยรูซาเลม (Jerusalem) นครโบราณใจกลางความขัดแย้งรุนแรงระหว่าง “อิสราเอล” กับ “ปาเลสไตน์” เป็นพื้นที่แห่งการพิพาทครั้งแล้วครั้งเล่าตลอดประวัติศาสตร์

นิยามที่บ่งบอกอัตลักษณ์อันรุ่งโรจน์ของเยรูซาเลมคือการเป็น “ศูนย์กลาง” ความศักดิ์สิทธิ์ 3 ศาสนาสำคัญของโลก ได้แก่ ยูดาห์ คริสต์ และอิสลาม หรือกลุ่มศาสนาอับราฮัม(Abrahamic religions) ที่เชื่อในพระเจ้าหนึ่งเดียว กล่าวได้ว่า เยรูซาเลมคือเมืองหลวงทางศาสนาของผู้คนกว่าครึ่งโลก และเพราะความโดดเด่นดังกล่าวนี้ ความขัดแย้งจากผู้คนต่างศาสนิกจึงเกิดขึ้นและมีผลสืบเนื่องมาถึงปัจจุบัน

เพราะบริเวณย่านเก่าแก่ที่สุดของเมืองเยรูซาเลม มีร่องรอยการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์เมื่อราว 6,000 ปีก่อน เยรูซาเลมจึงเป็นหนึ่งในเมืองที่พัฒนามาจากชุมชนโบราณที่เก่าแก่ที่สุดในโลกด้วย

จากการรวบรวมข้อมูลของ เอริก เอช. ไคลน์(Eric H. Cline) นักเขียนและนักประวัติศาสตร์ชาวอเมริกัน ทำให้ทราบว่า ตลอดประวัติศาสตร์อันยาวนานนั้น มีหลักฐาน (เท่าที่ถูกบันทึก) ว่า เยรูซาเลมถูกบุกโจมตีไปแล้วกว่า 52 ครั้ง มีการยึดครองหรือถูกยึดคืน 44 ครั้ง การปิดล้อมเมืองอีก 23 ครั้ง และถูกทำลายอย่างน้อย 2 ครั้ง

ตัวเลขข้างต้นดูสวนทางกับชื่อเมือง “เยรูซาเลม” ที่แปลว่า “City of Peace”หรือเมืองแห่งสันติภาพ (มาจาก ‘shalom’ ในภาษาฮีบรู แปลว่า สันติภาพ) อย่างยิ่ง

จากชุมชนยุคสำริดสมัยแรกเริ่ม เยรูซาเลมก่อตั้งอย่างเป็นทางการราว 3,000 ก่อน เมื่อกษัตริย์ดาวิด ยึดเมืองจากชาวเยบุส (Jebusites) ต่อมากษัตริย์โซโลมอนทรงสร้างพระวิหารบนภูเขาโมริยาห์ ซึ่งระบุในพระคัมภีร์ว่า อับราฮัมถวายอิสอัคแด่พระเจ้า ณ ที่ตรงนี้ การทำลายเมืองเยรูซาเลมเกิดขึ้นเมื่อราว 587 ปีก่อนคริสต์กาล โดยกองทัพของพระเจ้าเนบูคัดเนสซาร์แห่งจักรวรรดิบาบิโลเนีย และ ค.ศ. 70 โดยกองทัพโรมันของจักรพรรดิไททัส

การทำลายหนหลังนี้ทำให้พระวิหารถูกทำลายอย่างถาวร เหลือเพียงโครงสร้างเรียกว่า “เนินพระวิหาร” (Temple Mount) และ “กำแพงตะวันตก” ที่ชาวยิวไปสวดอ้อนวอนและรำลึกถึงพระเจ้ากันที่นั่น

สำหรับชาวอาหรับมุสลิม พวกเขานับถือเนินพระวิหารในฐานะ “Haram el-Sharif”หรือพื้นที่คุ้มครองระดับสูงเช่นกัน เพราะเป็นที่ตั้ง “มัสยิดอัล-อักซอ” กับ “โดมแห่งศิลา” จุดที่พระศาสดามูฮัมหมัดเดินทางขึ้นสู่ชั้นฟ้าไปรับโองการจากพระเจ้าในคริสต์ศตวรรษที่ 7 และไม่ไกลจากเนินพระวิหารคือที่ตั้งของ “โบสถ์พระคูหาศักดิ์สิทธิ์” สร้างขึ้นโดยจักรพรรดิคอนสแตนตินมหาราช ตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 4 จุดนี้เคยเป็นสถานที่เก็บพระศพและการฟื้นคืนพระชนม์ของของพระเยซู

ไม่มีที่ไหนในโลกจะเชื่อมโยงกับ “พระเจ้า” หรือมีอานุภาพด้านความศรัทธาในศาสนากลุ่มอับราฮัมเท่า “เยรูซาเลม” อีกแล้ว

สงครามกับความขัดแย้งที่นำโดยกษัตริย์และนักรบหลากชาติพันธุ์มาเยือนเยรูซาเลมอย่างไม่หยุดหย่อนตลอดหลายพันปี ตั้งแต่การรุกรานโดยพวกอัสซีเรียนเมื่อ 700 ปีก่อนคริสต์ตกาล เรื่อยมาจนถึงสงครามระหว่างชาวยูเดียกับบาบิโลเนีย เปลี่ยนผู้ปกครองเป็นชาวเปอร์เซีย กรีก โรมัน จนถึงยุคจักรวรรดิอิสลาม ทั้งชาวอาหรับและชาวเติร์ก

เยรูซาเลมยังกลายเป็นศูนย์กลางข้อพิพาทครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ ซึ่งกินเวลายาวนานถึง 200 ปี ในยุคสงครามครูเสด ทำให้นครศักดิ์สิทธิ์ถูกเปลี่ยนมือไป-มาระหว่างพวกครูเสดจากยุโรปกับมุสลิมแห่งตะวันออกกลาง ก่อนจะถูกออตโตมันเติร์กปกครองอีกหลายร้อยปี กระทั่งมาอยู่ภายในการดูแลของอังกฤษ และกลายเป็นรัฐอิสราเอล-ปาเลสไตน์ ที่ทุกวันนี้ยังคุกรุ่นไปด้วยไฟแห่งความขัดแย้ง

“เยรูซาเลมมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับสวรรค์ที่แตกต่างกันมากเกินกว่าคนนอกจะจินตนาการได้”

อามอส ออซ(Amos Oz) นักเขียนชาวอิสราเอล เคยกล่าวไว้

อาจเป็นคำอธิบายสั้น ๆ ว่า เหตุใดเมืองที่เกี่ยวข้องกับพระเจ้าจนถูกขนานนามว่า “นครศักดิ์สิทธิ์” (Holy City) และมีพื้นที่ให้ผู้ศรัทธาได้เข้าใกล้สรวงสวรรค์มากที่สุดอย่างเยรูซาเลม รวมถึงดินแดนอิสราเอล-ปาเลสไตน์ จึงมีลักษณะทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ไม่ต่างจาก “นรก” ทางการทูต มาร่วมพันปี

ในขณะที่นครศักดิ์สิทธิ์อื่น ๆ ทั่วโลกมีความละเอียดอ่อนเป็นเอกลักษณ์เฉพาะศาสนาใดศาสนาหนึ่ง เยรูซาเลมกลับกลายเป็นศูนย์กลางข้อพิพาทและการสู้รบในโลกสมัยใหม่ ที่ไปไกลกว่าเรื่องของศาสนา เพราะมีประเด็นทางการเมืองและอำนาจอธิปไตยของสองชนชาติมาเป็นเงื่อนไขที่ยากจะบรรลุร่วมกันได้

เราทำได้เพียงขอให้สันติภาพจงมีแด่ดินแดนแห่งศรัทธาแห่งนี้โดยเร็ว…

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

https://www.worldhistory.org/timeline/jerusalem/

https://amp.theguardian.com/cities/2015/feb/16/whats-the-oldest-city-in-the-world

https://web.archive.org/web/20080603214950/http://www.momentmag.com/Exclusive/2008/2008-03/200803-Jerusalem.html

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 16 ตุลาคม 2566

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...