โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

ทะลุมิติไปเปลี่ยนชะตาตัวเองในชาติก่อน

นิยาย Dek-D

อัพเดต 21 เม.ย. 2567 เวลา 07.13 น. • เผยแพร่ 21 เม.ย. 2567 เวลา 07.13 น. • ต้าซินซิน
เมื่อเธอข้ามมิติมาเป็นตัวเองในชาติก่อนพร้อมกับพรเพียงหนึ่งข้อจากท่านเทพ หากชีวิตในชาติก่อนมันรันทดอดสูและท่านแม่ตัดสินใจหย่าแล้ว จากนี้ข้าก็จะขอดูแลท่านเอง

ข้อมูลเบื้องต้น

นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกที่แต่งขึ้นจากความชอบและความมโนของไรท์ล้วนๆ ไม่อิงประวัติศาสตร์ ชื่อและสถานที่ล้วนสมมติขึ้นเท่านั้น ให้กำลังใจ พูดคุยและแสดงความคิดเห็นกันได้แต่ขอคำที่สุภาพต่อกันนะคะ ไรท์จะเอาความคิดเห็นของรี้ดไปปรับปรุงให้ดีขึ้นต่อไปค่ะ

ตอนที่ 1

สวัสดีค่ะฉันชื่อหนูดาอายุ 25 ปี สวยแบบพอดีและยังโสด คุณพ่อคุณแม่ได้จากไปด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อ 12 ปีก่อน แต่ท่านทั้งสองก็ได้ทิ้งมรดกไว้ให้ส่วนนึงและโชคดีที่คุณอาน้องชายแท้ๆ ของคุณพ่อได้รับฉันไปดูแลอุปการะเหมือนลูกแท้ๆ คุณอายังให้เงินรายเดือนจากการที่คุณอารับช่วงดูแลธุรกิจของคุณพ่อทำให้ฉันมีรายได้ไม่น้อยเลยแถมเรียนจบไม่ต้องทำงานก็มีเงินใช้ โดยส่วนตัวแล้วฉันเป็นคนชอบท่องเที่ยวและเรียนรู้วัฒนธรรมของแต่ละประเทศ ระยะหลังก็ชอบลงคอร์สเรียนระยะสั้นทั้ง การทำอาหารไทย จีน ฝรั่ง ขนม ออกแบบเครื่องประดับ ดนตรีและศิลปะป้องกันตัวที่หลากหลาย ทั้งสนุกและได้เพื่อนใหม่ๆ เพิ่มขึ้นอีกต่างหาก

หนึ่งอาทิตย์ผ่านไป….เช้าวันนี้หลังจากไปวิ่งออกกำลังกายแล้วรู้สึกว่าเหนื่อยและหายใจหอบมากกว่าทุกวันตอนที่แวะซื้อน้ำดื่มอยู่นั้นมีคุณตาคนหนึ่งเข้ามาทัก

“นังหนู ชีวิตคนเราล้วนไม่แน่นอนและใกล้จะถึงเวลาของหนูแล้วนะ หนูต้องเดินทางไปในที่ไกลแสนไกลที่แห่งนั้นมีคนรอหนูกลับไปหา”

“คุณตาพูดว่าอะไรนะคะ” กริ๊งๆๆ “ว่ายังไงคะคุณอา” ฉันกดรับโทรศัพท์เพราะมีสายเรียกเข้ามา

“หนูดาพรุ่งนี้อย่าลืมที่นัดกันไว้นะมาให้ตรงเวลาก็พอส่วนของที่จะเอาไปบริจาคอาได้เตรียมไว้เรียบร้อยแล้วล่ะ”

“รับทราบค่ะ พรุ่งนี้เจอกันหนูดาไม่ไปสายแน่นอนค่ะ” พอวางสายแล้วหันกลับมาก็ไม่เจอคุณตาคนนั้นแล้ว วันนี้เป็นหยุดพอดีฉันได้นัดกับเพื่อนในกลุ่มที่เคยลงคอร์สเรียนทำอาหารด้วยไปกินข้าวพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องราวต่างๆ ให้กันฟัง ช่วงเย็นฉันก็ขอตัวกลับเพื่อเตรียมตัวพักผ่อนก่อนไปบริจาคของในวันพรุ่งนี้ เมื่อกลับมาถึงบ้านฉันก็ได้นั่งทบทวนคำพูดของคุณตาคนนั้นที่บอกว่า ‘ฉันต้องเดินทางไกลมากๆ มันไกลขนาดไหนและใครที่รอฉันอยูที่นั่น’

วันนี้เหนื่อยมาทั้งวันแล้วพออาบน้ำเสร็จเรียบร้อยก็ล้มตัวลงนอนหลับไปอย่างรวดเร็ว

“มาแล้วรึนังหนู อันที่จริงมันยังไม่ถึงเวลาแต่รอช้ากว่านี้ไม่ได้แล้วจริงๆ ไม่เช่นนั้นร่างของเจ้าจะแย่เอาได้” คุณตาได้เอ่ยกับหนูดาทันทีที่เจอหน้า

“หืม..คุณตาที่เจอกันหน้าร้านค้าเมื่อเช้านี่คะ แล้วที่นี่คือ….” ฉันมองไปรอบๆ ที่แห่งนี้ที่มีเพียงสีขาวไม่รู้ว่ามีจุดสิ้นสุดที่ใด

“ชาตินี้เจ้าได้หมดอายุขัยแล้ว แต่ว่าเจ้าต้องกลับไปแก้ไขเปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตของเจ้าในชาติก่อนหน้านี้”

“ห๊ะ” กลับไปเปลี่ยนชะตาชีวิตของชาติก่อนหน้างั้นเหรอ ฉันสูดลมหายใจเข้าออกอย่างช้าๆ และทำใจยอมรับกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นชีวิตในชาติก่อนไม่มีอะไรให้ห่วงทำให้ฉันตัดสินใจได้ทันที

“เจ้าเป็นคนจิตใจดี การกลับไปเปลี่ยนชะตาในครั้งนี้จะดีหรือร้ายก็ขึ้นอยู่กับตัวของเจ้าเองแล้วล่ะนะ ก่อนข้าจะไปเจ้าสามารถขอพรได้หนึ่งข้อเจ้าอยากจะขอสิ่งใด” ฉันนั่งคิดไปคิดมาก็ไม่รู้ว่าจะขออะไรเพราะความรู้ความสามารถที่มีก็น่าจะใช้ชีวิตได้ไม่ลำบาก

“หนูคิดไม่ออกเลยว่าจะขออะไรดี แล้วคุณตาเคยให้พรคนอื่นหรือไม่คะ แล้วคนเหล่านั้นขอเรื่องอะไรกันบ้าง”

“ข้าก็เคยให้พรหลายคนส่วนมากพวกเขาจะเกี่ยวกับมิติส่วนตัว ความสามารถในการจำเพียงแค่ผ่านตาแค่ครั้งเดียว ความรู้เกี่ยวกับสมุนไพร ร่างกายต้านพิษ หรือไม่ก็เลือดตัวเองสามารถใช้แก้พิษได้ทุกชนิดและยังมี….”

“หนูคิดออกแล้วว่าจะขอพรเกี่ยวกับอะไรค่ะ” ฉันพูดขัดขึ้นก่อนที่คุณตาจะบรรยายมากไปกว่านี้

“คิดออกแล้วก็รีบขอมาจะได้ไปสักทีหากช้ากว่านี้ร่างนั้นของเจ้าจะแย่เอา”

“หนูจะขอแล้วนะคะ คุณตาฟังให้ดีๆ นะคะ พรที่หนูจะขอก็คือทั้งหมดที่คุณตาบอกให้หนูฟังทุกข้อเมื่อครู่นี้ค่ะ” พูดแล้วก็ทำตาแป๋วใส่คุณตาไปแบบอ้อนวอนสุดฤทธิ์

“ไอ๊หย๋า แล้วข้าพูดอะไรไปบ้างละเนี่ยเยอะจนจำไม่ได้แล้ว” คุณตาทำหน้าเครียดคิดหนักจนคิ้วย่น

“คุณตาจะไม่ผิดคำพูดใช่ไหม คุณตาเป็นถึงเทพนะคะ” ฉันเริ่มทำหน้าเศร้าเหงาหงอยเข้าใส่ไปอีก

“นังหนูคนนี้อย่ากล่าวหาข้าเช่นนี้ ข้าไม่เคยผิดคำพูดอยู่แล้วคำไหนคำนั้น ทำไมข้าต้องโดนเด็กเจ้าเล่ห์อย่างเจ้าหลอกเอาได้นะ เฮ้อ..เอาละข้าจะให้พรละนะแต่เจ้าก็ต้องทนกับความเจ็บปวดหน่อยล่ะขอมาขนาดนี้” ทันใดนั้นความเจ็บปวดก็เริ่มถาโถมเข้ามาในหัวมากมายจนฉันล้มลงไปนอนกุมขมับ ในช่วงเวลาที่ปวดหัวนั้นก็เริ่มมีความทรงจำของอดีตชาติพร้อมกับภาพดำมืดที่ดับไป

“โชคดีนะหลานตา ขอให้เจ้าใช้ชีวิตอย่างมีความสุข” หลังจากที่พูดจบก็มีเสียงของผู้มาใหม่เดินเข้ามา “นางไปแล้วรึตาเฒ่า ถ้าครั้งหน้าเจ้ามัวแต่ดื่มสุราดอกท้อจนผูกด้ายแดงผิดอีกละก็ข้าจะไม่ช่วยอีกแล้ว” ยายเฒ่าแสร้งพูดจาโมโห “ไม่มีอีกแล้ว ไม่มีอีกแล้ว” ตาเฒ่าพูดออกไปด้วยความสำนึกผิด

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...