โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พนักงานเอาคืน บริษัทเบี้ยวเงินโบนัส ร่วมทีมวางยาระบบ ทำสูญเงิน 49 ล้าน

Khaosod

อัพเดต 04 ก.ย 2566 เวลา 05.50 น. • เผยแพร่ 04 ก.ย 2566 เวลา 04.45 น.

พนักงานไต้หวันเอาคืน บริษัทเบี้ยวเงินโบนัส ก่อนลาออก ร่วมทีมวางยาระบบ ทำสูญเงิน 49 ล้านบาท สุดท้ายเกมโดนจับได้

สำนักข่าวไต้หวันรายงาน บริษัทซื้อขายสกุลเงินเสมือนชื่อดังของไต้หวันอย่าง Qidian Technology เป็นที่รู้จักในฐานะหนึ่งใน 10 ทีมชั้นนำของโลกในแง่ของปริมาณการซื้อขายสกุลเงินดิจิตอล อย่างไรก็ตาม ในปี 2020 บริษัทประสบความสูญเสียอย่างหนักประมาณ 1.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 49,182,700 บาท) เนื่องจากข้อผิดพลาดในการทำธุรกรรม

ทว่าเรื่องราวไม่ได้มาจากปัญหาของโปรแกรมแต่อย่างใด แต่กลับเป็นวิศวกร 2 คนเป็นคนลงมือทำโดยมีสาหตุมาจากไม่พอใจที่บริษัทไม่จ่ายโบนัสตามที่ตกลงกัน ดังนั้น ก่อนออกจากงาน เขาจึงเปลี่ยนพารามิเตอร์ของโปรแกรมการซื้อขายและแอบใส่ "เครื่องหมายลบ" เพื่อขัดขวางระบบและเลือกพอร์ตการลงทุนที่แย่ที่สุด

นายเฉินและนายสวี เริ่มทำงานที่บริษัทในเดือนกันยายนและตุลาคมปี 2561 ตามลำดับ ซึ่งนายเฉินเป็นวิศวกรซอฟต์แวร์และผู้ค้า ส่วนนายสวีเป็นวิศวกรระบบที่รับผิดชอบด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์และการบำรุงรักษาความปลอดภัยของระบบหลัก ต่อมานายเฉินร่วมกับประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิคของบริษัทและคนอื่น ๆ ได้ร่วมกันพัฒนาโปรแกรมระบบการซื้อขายอัตโนมัติชื่อรหัสว่า "Zeus"

Zeus เป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับบริษัทและโครนอส โฮลดิงส์ของอังกฤษในการซื้อ-ขายสกุลเงินเสมือน เมื่อใช้ร่วมกับโปรแกรมทำนายสถานการณ์จำลองอื่น ๆ จะสามารถสร้างพอร์ตโฟลิโอและดำเนินการได้ดีที่สุด แต่โดยไม่คาดคิด ในเดือนพฤษภาคม 2020 กลยุทธ์การลงทุนของบริษัทได้รับการว่าจ้างจากภายนอกอย่างต่อเนื่อง และขาดทุนจากการซื้อขายสะสมสูงถึงประมาณ 49 ล้านบาท ไม่สามารถหาสาเหตุได้สักระยะหนึ่ง

จนกระทั่งสิ้นเดือนเดียวกันนั้นเอง มีการค้นพบจากพนักงานที่ทำงานล่วงเวลาและติดตามธุรกรรมสกุลเงินเสมือนอย่างใกล้ชิด พบว่า บัญชีของผู้ก่อตั้งบริษัทเชื่อมต่อมาจากระยะไกล นั่นคือ การถูกพบว่าบริษัทโดนแฮ็กนั่นเอง

ต่อมามีการสอบสวนพบว่าในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม นายเฉินและนายสวีลาออก เนื่องจากไม่พอใจที่บริษัทไม่สามารถจ่ายโบนัสตามที่สัญญาไว้ เพื่อตอบโต้บริษัท ก่อนที่พวกเขาจะลาออก พวกเขาจึงหารือเรื่องการปลอมแปลงรหัสระบบ และแอบเพิ่ม "เครื่องหมายลบ" สองสามตัวให้กับโค้ดของระบบจึงเกิดความสับสนให้กับโปรแกรมหลักของระบบ พร้อมทั้งเขียนทับส่วนหนึ่งของโปรแกรมหลักและแก้ไขพารามิเตอร์ส่งผลให้ขาดทุน

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจค้นบ้านพักของทั้ง 2 คน จากบันทึกการสนทนาพบว่า นายเฉินใช้บัญชีของผู้ก่อตั้งเจาะเข้าไปในบริษัทเพื่อยืนยันการขาดทุนในการทำธุรกรรมหลังออกจากบริษัท แต่ทั้งคู่ปฏิเสธการเขียนทับฟังก์ชันหลักของโปรแกรม พวกเขาแย้งว่าการเพิ่ม "-" ลงในโค้ดโปรแกรมเพื่อเปลี่ยนพารามิเตอร์จะทำให้ระบบเลือกชุดค่าผสมที่ดีที่สุดอันดับสอง

ผู้พิพากษาตัดสินว่า นายเฉินและนายสวีฝังข้อผิดพลาดไว้ในรหัสระบบมากกว่า 700 รายการในรหัสระบบ จากนั้นจึงลบร่องรอยของข้อผิดพลาดเพื่อเพิ่มความยากลำบากในการติดตาม ซึ่งทำให้บริษัทประสบความสูญเสียครั้งใหญ่

อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาว่าทั้งสองคนไม่มีประวัติอาชญากรรมและไม่เคยมีความผิดมาก่อน ศาลจึงตัดสินจำคุก นายเฉินเป็นเวลา 1 ปี 4 เดือน รวมทั้งปรับเงิน 240,000 หยวน (1,161,295 บาท)
ส่วนนายสวีถูกตัดสินจำคุก 10 เดือน ในข้อหาก่ออาชญากรรมเช่นขัดขวาง การใช้คอมพิวเตอร์และการปลอมแปลงเอกสารและปรับเงิน 300,000 หยวน (1,451,619 บาท)แต่ทั้งสองคนจะไม่ได้รับโทษรอลงอาญาและสามารถอุทธรณ์ได้

ขอบคุณที่มาจาก Ettoday

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...