โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

OMODA x JAECOO จ่อบุกไทยต้นปีหน้า ประเดิม OMODA 5 EV

Car2day

อัพเดต 05 ม.ค. 2567 เวลา 17.01 น. • เผยแพร่ 04 ก.ย 2566 เวลา 03.00 น. • Car2Day

หลังจากที่ CHERY ตัดสินใจหวนกลับมาทำตลาดรถยนต์ในไทยอีกครั้งแต่ครั้งนี้เปิดตัวแบรนด์ลูกของค่ายนั่นก็คือ OMODA และ JAECOO และทำตลาดแบบอิสระ

OMODA

ล่าสุดทางทีมงาน Car2Day ได้สัมภาษณ์กับทางคุณชี่เจี๋ย (Qi Jie) ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดของ OMODA และ JAECOO ประเทศไทย (Country Director Thailand) เกี่ยวกับทิศทางการแนะนำแบรนด์ OMODA และ JAECOO ให้ลูกค้าชาวไทยได้รู้จักกันอย่างกว้างขวางตั้งเป้าในภายในระยะเวลา 5 ปีหลังการเปิดตัวจะสามารถขึ้นไปในกลุ่มท็อปทรีแบรนด์รถอีวีในไทยให้ได้

ตั้งแต่เดือนตุลาคมเป็นต้นไปเตรียมจดทะเบียนเปิดบริษัทในประเทศไทยให้แล้วเสร็จ เปิดตัวพันธมิตรทางธุรกิจในไทย แต่งตั้งดีลเลอร์โดยตั้งเป้าไว้ที่ 30 แห่ง จากดีลเลอร์ 15-20 รายครอบคลุมพื้นที่ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลและจังหวัดสำคัญของภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคใต้ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

จากนั้นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้าจะมีการเปิดตัว OMODA 5 EV โชว์ตัวที่งาน Bangkok Motor Show 2024 ตั้งเป้ายอดขายในไทยช่วงแรกเป็น 18,000 คัน/ปี และในช่วงเดือนพฤศจิกายนปีหน้าเตรียมเพิ่มทางเลือกกับ OMODA 5 HEV เอสยูวีฟูลไฮบริด ส่วน JAECOO ยังคงต้องศึกษาตลาดในไทยก่อนว่าจะทำตลาดรุ่นไหนระหว่าง JAECOO 7 หรือ JAECOO 8 แต่รุ่นหลังนี้คาดว่าต้นปี 2025 ได้พบกัน

JAECOO

ทางด้านการประกอบรถยนต์ OMODA และ JAECOO ในไทยทางคุณชี่เจี๋ย (Qi Jie) ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดฯ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่าตอนนี้กำลังหาพันธมิตรที่มีความชำนาญในด้านการประกอบโดยจะเลือกหาโรงงานที่มีอยู่ประกอบรถพวงมาลัยขวาเพื่อขายในประเทศและส่งออกไปยังต่างประเทศโดยตั้งเป้าเฟสแรกไว้ที่ 20,000 คัน/ปี โดยโรงงานในไทยจะแล้วเสร็จช่วงไตรมาสที่ 3 หรือ 4 ปีหน้าและรุ่นแรกที่ประกอบนั้นเป็น OMODA 5

OMODA

OMODA 5 EV เอสยูวีดีไซน์ล้ำที่นำพื้นฐานมาจาก OMODA C5 เครื่องยนต์สันดาปตกแต่งขัดเกลางานดีไซน์ให้กลายเป็นรถยนต์อีวีสมบูรณ์แบบ เริ่มที่ กระจังหน้าทรงปิดทึบพร้อมตัวอักษร OMODA ขนาดใหญ่ติดขอบฝากระโปรงหน้า ล้อมด้วยขอบไฟ DRL LED ซ้าย-ขวาโอบรับกับตัวรถัดลงมาเป็นไฟหน้าแบบ LED matrix แนวตั้งซ้าย-ขวา หลังคารถออกแบบอย่างเฉียบขาดเทียบชั้นรถยุโรป ไฟท้าย LED X-STYLE แนวยาวประดับด้วยตัวอักษร OMODA ล้ออัลลอยให้เลือกทั้งขนาด 17 นิ้ว พร้อมยาง 215/60R17และขนาด 18 นิ้ว พร้อมยาง 215/55R18 ตัวรถด้วยความยาว 4,400 มม. ความกว้าง 1,824 มม. ความสูง 1,588 มม. ฐานล้อ 2,630 มม. น้ำหนัก 1,444 กก.

ภายในหรูหราสปอร์ตเหมือนกับ OMODA C5 เวอร์ชันเครื่องสันดาปเทียบชั้นกับคู่แข่งร่วมชาติไม่ว่าจะเป็น จอขนาดใหญ่ 2 จอที่รวมมาตรวัดดิจิทัลขนาดใหญ่และจอสัมผัสอยู่ในตำแหน่งเดียวกันแบบ Dual Screen ขนาดแต่ละฝั่งขนาด 10.25 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay กับ Android Auto ที่ชาร์จมือถือไร้สาย ปุ่ม Push Start พร้อมกุญแจรีโมท Keyless Entry สามารถสั่งสตาร์ทรถด้วยกุญแจรโมทได้หรือ Remote engine start เบาะนั่งหุ้มกึ่งหนังแท้สามารถพับได้ในส่วนของเบาะหลัง 60:40 โดยความจุด้านท้ายรถ 360 ลิตร ไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสารหรือ Ambient Light มากถึง 64 สี ลำโพงคุณภาพจาก SONY 8 จุด เครื่องปรับอากาศแยกส่วนอุณหภูมิซ้าย-ขวา กันฝุ่น PM 2.5 เบรกมือไฟฟ้า พร้อม Auto Hold

ขุมพลังที่ทำตลาดในไทยเป็นแบบไฟฟ้าล้วนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวแบบ Permanent magnet synchronous reluctance motor ขับเคลื่อนล้อหน้า ความจุแบตเตอรี่ 66 kWh ที่ให้กำลังมากถึง 204 แรงม้า แรงบิด 400 นิวตันเมตร โดยวิ่งไกลสุด 510 กม./การชาร์จหนึ่งครั้ง มาตรฐาน NEDC ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ 7.7 วินาทีโดยการชาร์จแบบชาร์จช้า AC 9 ชม. และชาร์จเร็ว DC 40 นาที ได้ 30-80%

OMODA

แต่ที่แน่ๆมีระบบขับขี่อัตโนมัติระดับ L2+ และระบบช่วยผู้ขับขี่ขั้นสูง (ADAS) ด้วยความปลอดภัยระดับ 5 ดาว ซึ่งเป็นมาตรฐานสูงสุดของโครการประเมินรถใหม่ของยุโรป (E-NCAP) ถุงลมนิรภัย 6 จุด กล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา ควบคุมการทรงตัว EPS ตรวจวัดลมยาง TPMS ควบคุมการออกตัวบนทางลาดชัน HAC และควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน HDC โดย OMODA 5 EV จำหน่ายช่วงแรกเป็นรถนำเข้าจากจีนท้าชนกับ BYD ATTO 3

OMODA

นอกจากนี้ยังมีอีกสองรุ่นจากแบรนด์ JAECOO กับ JAECOO 7 เอสยูวีขนาดเล็กและอีกรุ่นกับ JAECOO 8 เอสยูวีใหญ่พื้นฐาน CHERY TIGGO 9 หน้าตาออกไปทางยุคใหม่ตั้งแต่กระจังหน้าทรงหกเหลี่ยมไส้ในเป็นแนวตั้ง 14 ซี่ ทูโทนโครเมียม/ดำเข้ม ปะโลโก้ JAECOO ขนาดใหญ่คู่กับไฟหน้า LED รับกับกันชนหน้าดีไซน์เด่นเล่นระดับด้านข้างมาพร้อมที่เปิดประตูดีไซน์เรียบเนียนกับตัวถังรถ กระจกมองข้างทรงสปูน

พร้อมล้ออัลลอยเลือกได้ทั้งขนาด 19 นิ้วพร้อมยาง 245/55 R19 กับ 20 นิ้วพร้อมยาง 245/50 R20 หลังคารถออกแบบอย่างเฉียบขาดพร้อมไฟท้าย LED แนวยาวประดับด้วยตัวอักษร JAECOO ประกบด้วยกันชนหลังทรงหรูด้วยตัวรถที่ใหญ่กว่าเพื่อนๆในค่ายทำให้ตัวรถมีความยาว 4,820 มม. ความกว้าง 1,930 มม. ความสูง 1,699-1,710 มม. ระยะฐานล้อ 2820 มม.

ภายในยิ่งมองยิ่งล้ำอนาคตกับคอนโซลหน้าพร้อมช่องแอร์ทรงเหลี่ยมดูหรูหรา เด่นด้วยจอคู่บอกทั้งความเร็วรถกับจอระบบความบันเทิงเชื่อมต่อการสื่อสารทั้ง Apple CarPlay และ Android Auto ทั้งหมด 24.6 นิ้ว พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันสามก้านทรงท้ายตัดแบบ Multi-Kinetic Flat-Bottom ปะตัวอักษร JAECOO ไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสารหรือ Ambient Light มากถึง 64 สี พร้อมความสบายจากเบาะนั่งสองตอน 5 ที่นั่ง และสามตอน 7 ที่นั่ง จอแสดงผลบนกระจกหน้า AR-HUD ขนาด 50 นิ้ว

ขุมพลังแน่นอนว่าจะเป็นสันดาปล้วนด้วยพลังเบนซินเทอร์โบ 2.0 ลิตร Acteco รหัส SQRD4T20 แรงสุด 254 แรงม้าที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิด 390 นิวตันเมตรที่ 1,750-4,000 รอบ/นาที คู่กับเกียร์อัตโนมัติคลัตช์คู่ DCT 7 สปีด พร้อมระบบออฟโรดอัจฉริยะ ARDIS ทั้ง ECO, Normal, Sport, Snow, MUD, Off Road โดยเมืองไทยเลือกเวอร์ชันเสียบปลั๊ก Plug In Hybrid ออกจำหน่าย

OMODA

นับเป็นแบรนด์รถจีนน้องใหม่ลำดับที่เจ็ดที่ได้มาทำตลาดในไทยช่วง 10 ปีที่ผ่านมานับจาก MG, GWM, BYD, NETA, AION, Changan และล่าสุด OMODA และ JAECOO สองแบรนด์นี้จะมีผลตอบรับจากคนไทยมากน้อยแค่ไหนหลังจากเปิดตัวภาพลักษณ์ สินค้า และบริการ ต้องติดตาม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...