โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อิสราเอล-ฮามาสสู้รบเดือด เสียชีวิตสองฝ่ายพุ่ง 500 คน อิสราเอลประกาศ ‘แก้แค้นครั้งใหญ่’

THE STANDARD

อัพเดต 08 ต.ค. 2566 เวลา 03.42 น. • เผยแพร่ 08 ต.ค. 2566 เวลา 03.42 น. • thestandard.co
อิสราเอล-ฮามาสสู้รบเดือด เสียชีวิตสองฝ่ายพุ่ง 500 คน อิสราเอลประกาศ ‘แก้แค้นครั้งใหญ่’

สถานการณ์สู้รบระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มติดอาวุธฮามาสของปาเลสไตน์ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ ยังคงทวีความตึงเครียดอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุดเช้าวันนี้ (8 ตุลาคม) มีรายงานจากทางการอิสราเอลว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากการยิงจรวดและส่งกองกำลังเข้าโจมตีของกลุ่มฮามาสเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 300 คนแล้ว และบาดเจ็บมากกว่า 1,500 คน นอกจากนี้ยังมีรายงานแรงงานไทยถูกจับเป็นตัวประกันหลายคน ขณะที่การสู้รบยังคงมีขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน โดยฮามาสได้ระดมยิงจรวดระลอกล่าสุดโจมตีทั้งกรุงเทลอาวีฟและหลายพื้นที่

ขณะที่อิสราเอลเปิดฉากตอบโต้ด้วย ‘ปฏิบัติการดาบเหล็ก’ (Operation Iron Swords) ระดมโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ในฉนวนกาซา ส่งผลให้มีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 232 คน บาดเจ็บมากกว่า 1,600 คน ตามรายงานจากหน่วยแพทย์ในเมืองกาซา

เบื้องต้นคาดว่าตัวเลขผู้เสียชีวิตของทั้งสองฝ่ายจะยังเพิ่มสูงขึ้นอีก เนื่องจากกองทัพอิสราเอลยังคงระดมทิ้งระเบิดโจมตีฉนวนกาซาอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ยังมีการปะทะกับกลุ่มฮามาสในหลายพื้นที่ตอนใต้ของอิสราเอล โดยโฆษกกองทัพอิสราเอลระบุว่า ยังไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ในประเทศได้ทั้งหมด

ด้านนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ได้แถลงผ่านทางโทรทัศน์วานนี้ (7 ตุลาคม) โดยประกาศภาวะสงคราม พร้อมระดมกำลังสำรองและให้คำมั่นว่าจะต่อสู้กับกลุ่มฮามาสจนถึงที่สุด โดยยืนยันว่า จะแก้แค้นครั้งใหญ่ให้กับชาวอิสราเอลทุกคนที่เสียชีวิต และจะเปลี่ยนฉนวนกาซา ซึ่งอยู่ภายใต้การปิดล้อมของอิสราเอล ทั้งทางบก ทางอากาศ และทางทะเล ให้กลายเป็น ‘เกาะร้าง’ พร้อมเตือนชาวปาเลสไตน์ให้รีบหนีออกจากกาซาในทันที

“เราจะแก้แค้นอย่างยิ่งใหญ่สำหรับวันอันดำมืดนี้ เราจะแก้แค้นให้กับคนหนุ่มสาวทุกคนที่เสียชีวิต เราจะกำหนดเป้าหมายไปยังที่ตั้งของกลุ่มฮามาสทั้งหมด เราจะเปลี่ยนฉนวนกาซาให้เป็นเกาะร้าง ผมขอพูดกับพลเมืองกาซาว่า คุณต้องออกไปตอนนี้ เราจะกำหนดเป้าหมายไปยังทุกมุมของฉนวนกาซา”

นักวิเคราะห์ทางการทหารหลายคนคาดการณ์ว่า อิสราเอลจะเปิดฉากการโจมตีภาคพื้นดินครั้งใหญ่ในฉนวนกาซาด้วยเช่นกัน โดยคาดว่าจะใหญ่กว่าช่วงที่มีการสู้รบในปี 2014 ซึ่งอิสราเอลระดมกำลังสำรองกว่า 80,000 คน และเป็นไปได้ว่าภายใน 1-2 วันนี้กองทัพอิสราเอลจะสามารถระดมกำลังพลได้มากพอที่จะเอาชนะกองกำลังของกลุ่มฮามาสได้

ทั้งนี้ การสู้รบปะทุขึ้นหลังกลุ่มฮามาสเปิดฉากยิงจรวดหลายพันลูกโจมตีจากฉนวนกาซาไปยังอิสราเอล และส่งกองกำลังติดอาวุธแทรกซึมเข้าโจมตีในหลายเมืองชายแดนทางใต้ของอิสราเอล ภายใต้ปฏิบัติการ ‘พายุอัลอักซอ’ (Operation Al-Aqsa Storm) โดยอ้างว่า เพื่อตอบโต้ต่อความโหดร้ายทั้งหมดที่ชาวปาเลสไตน์ต้องเผชิญจากอิสราเอลตลอดหลายทศวรรษ ซึ่งรวมถึงการกระทำของทางการอิสราเอลที่บุกมัสยิดอัล-อักซอ (Al-Aqsa) ในนครเยรูซาเล็ม ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวมุสลิม และการปฏิบัติอันเลวร้ายต่อนักโทษปาเลสไตน์ในเรือนจำอิสราเอล

“เราต้องการให้ประชาคมระหว่างประเทศยุติความโหดร้ายในฉนวนกาซา ความโหดร้ายต่อชาวปาเลสไตน์ และสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของเรา เช่น มัสยิดอัลอักซอ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสาเหตุเบื้องหลังการเริ่มการต่อสู้ครั้งนี้” คาเลด กาโดมี โฆษกของกลุ่มฮามาส กล่าว

ขณะที่ โมฮัมหมัด เดอิฟ ผู้บัญชาการกองกำลังฮามาส ระบุว่า กลุ่มฮามาสตัดสินใจแล้วว่า ‘พอคือพอ’ และจะไม่ทนต่อการกระทำอันโหดร้ายของอิสราเอลต่อชาวปาเลสไตน์ ซึ่งกลุ่มฮามาสยังเรียกร้องให้กองกำลังต่อต้านในเขตเวสต์แบงก์ ตลอดจนชาติอาหรับและอิสลาม เข้าร่วมการต่อสู้กับอิสราเอล

ด้าน ซาเลห์ อัล-อารูรี รองหัวหน้าสำนักงานการเมืองของกลุ่มฮามาส เปิดเผยกับสำนักข่าว Al Jazeera ว่า กลุ่มฮามาสได้จับเชลยชาวอิสราเอลไว้จำนวนมาก รวมถึงเจ้าหน้าที่ทหารอาวุโส พร้อมยืนยันว่า มีเชลยมากพอที่จะทำให้อิสราเอลต้องปล่อยตัวชาวปาเลสไตน์ทั้งหมดในเรือนจำอิสราเอล

ในส่วนของแรงงานไทยในอิสราเอลที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์สู้รบที่เกิดขึ้น มีรายงานล่าสุดจาก เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ซึ่งเปิดเผยว่า ได้รับรายงานเบื้องต้นอย่างไม่เป็นทางการว่า มีคนไทยเสียชีวิตแล้ว 1 คน และถูกกลุ่มฮามาสจับตัวไว้ 11 คน

โดยก่อนหน้านี้ กิตติ์ธนา ศรีสุริยะ อัครราชทูตที่ปรึกษาฝ่ายแรงงาน ประจำสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเทลอาวีฟ ระบุว่า มีแรงงานไทย 2 คนที่ถูกจับตัวไป เป็นคู่สามี-ภรรยา ชื่อ บุญถม พันธ์ฆ้อง อายุ 39 ปี และ ศศิวรรณ พันธ์ฆ้อง อายุ 36 ปี จากจังหวัดอุดรธานี ซึ่งสถานเอกอัครราชทูตฯ กำลังพยายามประสานกับทางการอิสราเอลและทุกหน่วยงานอย่างใกล้ชิด โดยทางการอิสราเอลรับปากว่าจะดูแลชาวต่างชาติเทียบเท่ากับประชาชนของตน

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรียังได้ประกาศเตรียมพร้อมแผนอพยพ 24 ชั่วโมง โดยได้มีการสั่งการให้กองทัพอากาศเตรียมพร้อมเครื่อง Airbus A340 และ C-130 อพยพคนไทยออกจากอิสราเอลทันที

ขณะที่แผนการนำเครื่องบินลงจอดที่สนามบินใดของอิสราเอลนั้น ทางกองทัพอากาศจะประสานกับกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อลงจอดยังสนามบินที่มีความปลอดภัยและตามที่กระทรวงการต่างประเทศได้วางแผนไว้

อ้างอิง:

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...