พ่อค้าผูกเปลนอนข้างทาง ขวัญกระเจิง 'ชายเร่ร่อน' กลายเป็นศพนอนใกล้ๆ ตลอดคืน
หนุ่มใหญ่แขวนเปลนอนขายริมข้างทางถนนสาย 304 ขวัญกระเจิง หลังพบศพชายเร่ร่อนนอนตายอยู่ใกล้ๆ มาตลอดคืน โร่แจ้งตำรวจเข้าตรวจสอบ เผยเห็นรถบรรทุกสิบล้อเข้ามาจอดเมื่อช่วงหัวค่ำของคืนที่ผ่านมา ก่อนได้ยินเสียงร้องโอดโอยอยู่เป็นระยะ ไม่คิดว่าจะกลายมาเป็นศพแข็งทื่อในช่วงรุ่งเช้า หลัง จนท.ชันสูตรพลิกศพเบื้องต้นยังไม่พบร่องรอยถูกทำร้าย
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 1 กันยายนพ.ต.ต.มานิตย์ บุญแต่ง สารวัตรเวรสอบสวน สภ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ได้รับแจ้งเหตุ พบมีชายนอนเสียชีวิตอยู่ภายในพงหญ้าริมข้างทาง ถนนสาย 304 ฉะเชิงเทรา-กบินทร์บุรี ใกล้กับจุดยูเทิร์นกลับรถวัดโพธิ์ใหญ่ พื้นที่ ม.4 ต.เมืองเก่า อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา จึงเดินทางไปสอบสวนยังในที่เกิดเหตุพร้อมหน่วยกู้ภัยพนมสารคาม
ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณด้านหลังศาลาพักผู้โดยสารลงไปในพงหญ้าข้างทางด้านฝั่งขาออกมุ่งหน้า อ.พนมสารคาม ประมาณ 30 เมตร พบร่างของ ชายไทยไม่ทราบชื่อ อายุประมาณ 30-40 ปี สูงประมาณ 165 ซม. ลักษณะดูคล้ายคนเร่ร่อน
หลังการชันสูตรโดย นพ.ธนพัฒน์ เจริญสุข แพทย์เวร รพ.พนมสารคาม พร้อมด้วย จนท.ตำรวจ ไม่พบว่ามีร่องรอยบาดแผลของการถูกทำร้ายตามร่างกาย เสียชีวิตมาแล้วประมาณ 8 ชม. จึงได้ให้ทางอาสาสมัครหน่วยกู้ภัยพนมฯ นำร่างของผู้เสียชีวิตไปเก็บแช่เย็นไว้ยังในสุสานสว่างไพศาลธรรมสถานก่อนเป็นเวลา 3 วัน เพื่อรอติดตามหาญาติให้มาดำเนินการรับศพไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณี และหากไม่มีญาติมารับจะดำเนินการฝังลงหลุมเก็บศพต่อไป
แต่จากการสอบถาม นายเบส บุญถึง อายุ 60 ปี ชาวบ้านโคกกระเจียว อ.ศรีมหาโพธิ์ จ.ปราจีนบุรี พ่อค้าแขวนเปลญวนขายอยู่ริมข้างทาง ห่างจากจุดเกิดเหตุไปประมาณ 40 เมตร ผู้มาพบศพคนแรก เล่าว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาในเวลาประมาณ 21.00 น. ได้เห็นมีรถยนต์บรรทุกขับเข้ามาจอดแวะอยู่ริมข้างทางตรงบริเวณศาลาพักรอรถผู้โดยสารจำนวน 2 คัน จากนั้นได้ยินเสียงคนร้องโอดโอยอยู่ประมาณ 1 ชม. ก่อนที่จะเงียบหายไป
ซึ่งตนไม่ได้คิดว่าจะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น โดยคิดว่าเป็นเพียงคนเร่ร่อนทั่วไปที่มักจะส่งเสียงร้องออกมาเป็นปกติ หรืออาจจะเป็นคนขับรถบรรทุกสิบล้อที่มาหยอกล้อเล่นกันและส่งเสียงร้องออกมา ขณะจอดแวะพักผ่อน ซึ่งชายลักษณะเร่ร่อนรายนี้ ตนเองเพิ่งพบเห็นมานอนพักอยู่ภายในศาลารอรถ มาเป็นเวลา 2 วันแล้ว ก่อนที่จะมาพบว่าเสียชีวิตในวันนี้
โดยเมื่อช่วงสายที่ผ่านมา ตนเองได้ออกมาจากเพิงพัก เพื่อที่จะเดินมาหาเก็บยอดกระถินและใบหญ้านาง ที่ขึ้นอยู่ในบริเวณที่เกิดเหตุ จนเดินมาพบกับศพของผู้ตายหมกอยู่ในพงหญ้าดังกล่าว ทำให้ตกใจมาก และได้รีบวิ่งออกมาเพื่อโทรศัพท์ไปแจ้งให้ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยและตำรวจทราบ โดยในวันนี้ได้เตรียมที่จะเก็บข้าวของเพื่อกลับบ้านไปพักผ่อนก่อน ไม่ขายของต่อแล้วในวันนี้ เพราะยังตกใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ นายเบส กล่าว