โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“กบฏจีนนายก่าย” วางแผนปล้นวังหลวงสมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 24 ก.ย 2568 เวลา 03.45 น. • เผยแพร่ 23 ก.ย 2568 เวลา 11.18 น.

“กบฏจีนนายก่าย”การกบฏครั้งสำคัญของ “ชาวจีน” ในสมัยกรุงศรีอยุธยา นับเป็นเหตุการณ์ใหญ่ช่วงต้นแผ่นดินสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ

มูลเหตุของกบฏสืบย้อนกลับไปเมื่อครั้งสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศยังดำรงตำแหน่ง “กรมพระราชวังบวรสถานมงคล” หรือวังหน้าในสมัยของพระเชษฐาของพระองค์ คือสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 9 (พ.ศ. 2251-2275) หรือพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ พระองค์จึงมีสิทธิอย่างถูกต้องในการสืบราชบัลลังก์ต่อจากพระเชษฐา

แต่ในบั้นปลายพระชนมชีพของพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ ทรงต้องการให้พระราชโอรสสืบราชสมบัติมากกว่า เจ้าฟ้าอภัย จึงกลายเป็นผู้ท้าชิงราชบัลลังก์กับสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ หรือกรมพระราชวังบวรสถานมงคลในขณะนั้นทันที แต่สุดท้ายสงครามชิงราชสมบัติจบลงด้วยชัยชนะของกรมพระราชวังบวรสถานมงคล

“กบฏจีนนายก่าย”

คำให้การชาวกรุงเก่า เล่าว่า ภายหลังเหตุการณ์สงบแล้ว กรมพระราชวังบวรสถานมงคลได้ขึ้นครองราชย์เฉลิมพระนามว่า พระเจ้าบรมราชาและสำเร็จโทษเจ้าฟ้าอภัยกับเจ้าฟ้าปรเมศร์ พระราชโอรสของพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ ผู้สบคบคิดชิงราชสมบัติกับพระองค์

ปีถัดมาภายหลังการปราบดาภิเษก เถลิงราชสมบัติแห่งกรุงศรีอยุธยาของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม)เล่าถึงเหตุการณ์เมื่อ พ.ศ. 2277 ว่า ชาวจีนเกิดความไม่พอใจสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศเกี่ยวกับกรณีการประหารชีวิตเจ้านายและขุนนางที่เกี่ยวข้องกับเจ้าฟ้าอภัย จึงมีการสมคบคิดกันก่อความวุ่นวายแต่ความแตกเสียก่อน ดังความว่า

“ครั้น ณ เดือน ๑๐ แรม ๑๐ ค่ำ เพลาค่ำ ผู้อยู่รักษากรุงเทพมหานคร (กรุงศรีอยุธยา) บอกหนังสือขึ้นไปกราบบังคมทูลพระกรุณาว่า จีนนายไก้ (สะกดตามต้นฉบับ – ผู้เขียน) คบคิดกันเพลาค่ำยกขึ้นมา จะเข้าปล้นเอาพระราชวังหลวงประมาณ ๓๐๐ คน ข้าพระพุทธเจ้า (ผู้อยู่รักษากรุง) ทั้งปวงชวนกันออกไล่ตีแตกจีนแตกหนีกระจัดกระจายไป”

ชาวจีนกลุ่มดังกล่าวคือจีนจากชุมชนนายก่าย พากันรวมสมัครพรรคพวก รวมกำลังกันได้ 300 คน วางแผนเตรียมการบุกเข้าไปปล้นพระราชวังหลวงแล้วจึงหลบหนี ขณะนั้นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศไม่ได้ประทับอยู่ในกรุงศรีอยุธยา แต่เสด็จไปคล้องช้างที่เมืองลพบุรี

อย่างไรก็ตาม การกบฏครั้งนี้วางแผนไม่รัดกุมพอ ข่าวรั่วไหลไปถึงผู้รักษากรุงฯ วังหลวงจึงนำกำลังเข้าปราบปรามเป็นผลสำเร็จ เมื่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศทรงทราบ จึงเสด็จกลับกรุงศรีอยุธยา แล้วทรงให้ดำเนินการไต่สวนสืบหาความจริงต่าง ๆ ดังความว่า

“ทรงทราบแล้ว เพลาตี ๑๑ ทุ่มจะรุ่งขึ้นวันแรม ๑๑ ค่ำ ก็เสด็จพระราชดำเนินลงมา ณ กรุงเทพมหานครศรีอยุธยา ครั้นเสด็จพระราชดำเนินมาถึงกรุงแล้ว จึงทรงพระกรุณาให้สืบสาวจับจีนซึ่งคบคิดกัน จับได้ ๒๘๑ คน ทรงพระกรุณาสั่งให้ลงพระราชอาชญาขับเฆี่ยนโบยตี ที่เป็นเหตุ ๑๐ คนให้ประหารชีวิตเสีย ที่ปลายเหตุนั้นให้จำไว้ ณ คุก”

สรุปว่ามีคนจีนถูกจับกุมทั้งสิ้น 281 คน จากเหตุการณ์ “กบฏจีนนายก่าย” พระเจ้าแผ่นดินทรงมีบัญชาให้ประหารชีวิตต้นคิดและผู้นำกบฏทั้งสิ้น 10 คน ส่วนคนอื่น ๆ ให้ลงพระราชอาญาและจำคุก จากตัวเลขผู้ก่อการ ผู้ถูกจับกุม และถูกประหารชีวิต ที่มีเป็นหลักร้อย-หลักสิบ เทียบกับจำนวนประชากรของชุมชนจีนย่านคลองนายก่ายถือว่ามีจำนวนไม่มากนัก เพราะนี่คือชุมชนย่านการค้าขนาดใหญ่ของ ชาวจีน สมัยอยุธยา

จะเห็นว่าราชสำนักอยุธยาเข้มงวดและระมัดระวังในการปราบปรามฝ่ายกบฏอย่างมาก โดยแยกแกนนำออกจากไพร่พลที่ทำตามคำสั่งผู้นำ ไม่เหมารวมทั้งหมด เพื่อป้องกันมิให้กระทบความสัมพันธ์ระหว่างอยุธยากับชาวจีนกลุ่มอื่น ๆ แม้ตามกฎหมายและจารีตสมัยอยุธยาแล้ว การก่อกบฏสามารถนำมาซึ่งการล่มสลายของทั้งชุมชน เพราะผู้เกี่ยวข้องจะต้องโทษประหาร 9 ชั่วโคตร

การปราบปรามกบฏครั้งนั้นจึงไม่มีผลทำให้ชุมชนจีนคลองนายก่ายถึงคราวอวสาน ทางการเชื่อว่าชาวจีนในย่านนี้ส่วนใหญ่มิได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับกบฏ ดังจะพบว่าใน พ.ศ. 2310 เมื่อกองทัพอังวะเข้าล้อมกรุงศรีอยุธยา ไพร่พลจากชุมชนจีนนายก่ายภายใต้การนำของหลวงอภัยพิพัฒน์(จีน) จำนวน 2,000 นาย คือกองกำลังอาสาที่เข้ารบต่อต้านฝ่ายพม่า โดยนำกำลังออกไปตีค่ายอังวะที่ค่ายโพธิ์สามต้น ก่อนถูกข้าศึกตีแตกพ่ายกลับมา จนต้องถอยไปตั้งหลักอยู่ที่วัดทะเลหญ้า (วัดบรมวงศ์อิศวรารามในปัจจุบัน)

ถือเป็นการยืนยันการมีอยู่ของชุมชนจีนย่านคลองนายก่าย ซึ่งดำรงอยู่จนถึงฉากสุดท้ายของ กรุงศรีอยุธยา และมีบทบาทสำคัญในช่วงเสียกรุงฯ ครั้งที่ 2 ด้วย

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

กำพล จำปาพันธ์ และโมโมทาโร่. (2566). Downtown Ayutthaya ต่างชาติต่างภาษา และโลกาภิวัตน์แรกในสยาม-อุษาคเนย์. กรุงเทพฯ : มติชน.

ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ ๖๔ : พงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม).(2479). พิมพ์ในงานปลงศพ คุณหญิงปฏิภาณพิเศษ (ลมุน อมาตยกุล) ณ วัดประยูรวงศาวาส. กรุงเทพฯ : โสภณพิพรรฒธนากร.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 18 กันยายน 2566

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “กบฏจีนนายก่าย” วางแผนปล้นวังหลวงสมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...