โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สาวกรี๊ด แมลงสาบไต่ขา-บินขึ้นหัว แฟนหวังดีตบให้ตายคาผม สุดทนขอตัดผมทิ้ง

Khaosod

อัพเดต 23 ส.ค. 2566 เวลา 10.19 น. • เผยแพร่ 23 ส.ค. 2566 เวลา 09.27 น.

สาวกรี๊ด แมลงสาบไต่ขา-บินขึ้นหัว แฟนหวังดีตบให้ตายคาผม สุดทน ขยะแขยงไม่ไหสขอตัดผมทิ้งด่วน

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงาน เหตุการณ์อันน่าขนลุกที่สามารถเกิดขึ้นได้ใกล้ตัวอย่างไม่คาดคิด โดยตอนแรกแมลงสาบบินไปรอบ ๆ ใต้กระโปรง ก่อนจะบินขึ้นไปบนตัวแล้วปีนขึ้นไปบนผม งานนี้ ทำเธอกรี๊ดลั่นเลยทีเดียว

สาวคนดังกล่าวโพสต์เรื่องราวอันน่าขนลุกของตนเองลงในกลุ่ม Anonymous 3 Commune โดยเล่าเหตุการณ์ดังกล่าวว่า เธอไปสวนสาธารณะกับแฟนเพื่อเดินเล่นกับสุนัขเมื่อไม่กี่วันก่อน ขณะที่กำลังพักผ่อนในศาลาของสวนสาธารณะ จู่ ๆ ก็รู้สึกว่ามีบางอย่างไต่อยู่บนเท้า รู้สึกขนลุกและมีอาการคัน

ซึ่งปรากฏว่า คือ แมลงสาบตัวใหญ่คลานใต้กระโปรง ทำให้สาวตกใจกลัวตัวสั่นอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นแมลงสาบก็บินออกไปจากใต้กระโปรง ซึ่งเจ้าของโพสต์คิดว่าเรื่องน่าขนลุกจะจบลงแล้ว แต่กลับกลายเป็นฝันร้าย แมลงสาบบินกลับมาหาพร้อมเกาะที่ผม สลัดก็ไม่ออก

เจ้าของโพสต์กล่าวเสริมว่า แฟนของเธอเห็นแมลงสาบคลานขึ้นหัวและใกล้หูจึงหวังดีตีแมลงสาบโดยตรงจนตาย ซึ่งหมายความว่าแมลงสาบตายบนเส้นผมของเธอ "ฉันรู้สึกเหมือนผมและเสื้อผ้าของฉันสกปรกด้วยแมลงสาบ”

เนื่องจากเธอรับไม่ได้ เธอจึงไปร้านทำผมทันทีเพื่อตัดผมใต้หูทั้งหมดออก อย่างไรก็ตาม เจ้าของโพสต์บอกตรง ๆ ว่า เดิมทีตั้งใจจะบริจาคผมแต่เพราะโดนแมลงสาบไต่มาจึงทำได้แค่ตัดทิ้งแล้วกลับถึงบ้านถึงกับโยนเสื้อผ้าและกระโปรงทิ้งเลย

ทันทีที่โพสต์นี้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ชาวเน็ตต่างพากันแสดงความคิดเห็นว่า "มือแฟนฉันก็สกปรกเพราะแมลงสาบเหมือนกัน", "ฉันไม่มีแฟนแล้ว ใครทุบตีแมลงสาบ", "ล้างให้สะอาดก็พอแล้วมั้ย"

ขอบคุณที่มาจาก Ctwant

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...